
ครม. เคาะงบฯ 1.1 พันล้าน สร้างบ้านหลวง ศธ. ช่วยข้าราชการชั้นผู้น้อย
ครม.เห็นชอบการจัดทำโครงการ “บ้านหลวง” ของกระทรวงศึกษาธิการ วงเงิน 1,170.77 ล้านบาท ช่วยข้าราชการชั้นผู้น้อย และเจ้าหน้าที่ของรัฐมีที่อยู่อาศัย รวม 1,253 หน่วย
วันนี้ (8 เมษายน 2568) นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการจัดทำโครงการบ้านพักข้าราชการ (บ้านหลวง) ภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (2560 - 2579) ดำเนินการโดยกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 91 โครงการ รวม 1,253 หน่วย ภายในวงเงินงบประมาณ 1,170.77 ล้านบาท โดยให้สามารถก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณได้
สาระสำคัญของเรื่อง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยการเคหะแห่งชาติ ได้สำรวจความต้องการในการจัดทำบ้านหลวง ของหน่วยงานราชการต่าง ๆ และนำเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติตามลำดับความพร้อมของข้อมูลที่หน่วยงานได้จัดส่งให้การเคหะแห่งชาติ
โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 มีหน่วยงานที่มีความพร้อมในการดำเนินโครงการบ้านพักข้าราชการ (บ้านหลวง) จำนวน 1 หน่วยงาน คือ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)
ทั้งนี้ กระทรวง พม. ระบุว่า การดำเนินโครงการดังกล่าว จะช่วยตอบสนองความต้องการของข้าราชการและพนักงานหน่วยงานของรัฐ จำนวน 1,253 ครัวเรือน หรือคิดเป็นจำนวนข้าราชการ พนักงานหน่วยงานของรัฐและครอบครัวกว่า 3,759 คน มีโอกาสได้มีที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐานใกล้สถานที่ทำงานในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม พร้อมระบบสาธารณูปโภค และสาธารณูปการ
ขณะเดียวกันยังช่วยกระดับคุณภาพชีวิตด้านที่อยู่อาศัยให้แก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยของหน่วยงานของรัฐ โดยการจัดเตรียมที่อยู่อาศัยในรูปแบบบ้านหลวงที่ได้มาตรฐาน มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม พร้อมสาธารณูปโภค สาธารณูปการที่จำเป็น
รวมทั้งยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่ข้าราชการและครอบครัวก่อให้เกิดสวัสดิการและความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มกำลังความสามารถ และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ โดยใช้ภาคการก่อสร้างและอุตสาหกรรม ก่อให้เกิดการลงทุนหมุนเวียนภายในประเทศ ที่มีการใช้แรงงานและวัตถุดิบภายในประเทศเป็นส่วนใหญ่ด้วย
อย่างไรก็ตามในขั้นตอนต่อจากนี้ ครม.ได้มอบหมายให้ ศธ. ดำเนินโครงการดังกล่าวให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงและเป็นธรรม พร้อมจัดทำรายละเอียด แบบรูปรายการประมาณการค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างให้เป็นมาตรฐานเดียวกันในแต่ละระดับ โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าและประหยัด เป้าหมาย ประโยชน์ที่จะได้รับ และผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการต่อไป

