svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
thansettakij

“พิสิฐ ลี้อาธรรม” ชี้ไทยกินบุญเก่า ต้องเร่งแก้วิกฤต หวั่นตามรอยศรีลังกา

01 สิงหาคม 2565

“พิสิฐ ลี้อาธรรม” ชี้ไทยกินบุญเก่า ถ้าไม่ได้ทำอะไรให้ดี อาจเข้าตาจนแบบประเทศศรีลังกาได้ แนะทางออก ต้องแก้ด้วยคุณภาพ ไม่ใช่แก้ด้วยปริมาณ การทำงานภาครัฐต้องทำให้โปร่งใส

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ประธานนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยในงานสัมมนา Thailand Survival ไทยจะรอดอย่างไรในวิกฤตโลก หัวข้อเศรษฐกิจไทยจะก้าวผ่านอย่างไร ว่า ต้องยอมรับว่าปัจจุบันประเทศไทยกำลังกินบุญเก่าในแง่ต่าง ๆ ทั้งตัวเลขบัญชีดุลการชำระเงิน และบัญชีงบประมาณ 

 

เริ่มจากบัญชีดุลการชำระเงินในอดีตประเทศไทยมีตัวเลขดุลการค้า ดุลบัญชีเดินสะพัด เกินดุลมาตลอดปีละ 5-6 แสนล้านบาท แต่ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 ดุลการค้าของไทยขาดดุลไป 2 แสนล้านบาท เช่นเดียวกับมีเงินทุนไหลออกในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาประมาณ 5 หมื่นล้านบาท เพราะต่างชาติทยอยนำเงินออกจากตลาดตราสารหนี้

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ประธานนโยบายพรรคประชาธิปัตย์

 

ดังนั้นจึงทำให้ดุลเดินสะพัดจึงติดลบตั้งแต่ปีที่แล้ว เพราะราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ได้เดินทางเข้ามาในประเทศ จากที่เคยได้สูงถึง 1.8 ล้านล้านบาท โดยหากนำตัวเลขรายได้จากนักท่องเที่ยวที่ผ่านมา 2 ปี จะทำให้รายได้ประเทศหายไปถึง 3 ล้านล้านบาท เท่ากับงบประมาณประเทศ

 

“ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยบอบช้ำมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่า ประเทศไทยเก่งมากในการปรับตัวอยู่รอดได้ แม้จะไม่ถึง 100% ก็ตาม โดยดุลบัญชีเดินสะพัดต้องยอมรับว่า จากการส่งออกที่ดี ทำให้ไม่มีปัญหา ขณะที่อีกข้างคือบัญชีงบประมาณ แต่ละปีมีรายได้ตกต่ำปีละ 3 แสนล้านบาท เพราะรายได้ไม่เข้า เก็บภาษีไม่ได้ แถมยังต้องปั๊มเงินไปแก้โควิดอีก 1.5 ล้านล้านบาท ทำให้หนี้สาธารณะต่อจีดีพีพุ่งจาก 40% ไปอยู่ที่กว่า 60% ในตอนนี้”

 
นายพิสิฐ กล่าวว่า ตอนนี้เมื่อดูตัวเลข และตัวเงินที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ก็เห็นได้ชัดว่า ประเทศไทยกำลังกินบุญเก่าอยู่ และถ้าไม่ได้ทำอะไรให้ดีก็อาจทำให้เข้าตาจนแบบประเทศศรีลังกาได้ ทั้งหมดนี้คือปัญหาที่รออยู่ข้างหน้า และแนวทางแก้ไขต้องแก้ด้วยคุณภาพ ไม่ใช่แก้ด้วยปริมาณคือตัวเลข เพราะอดีตเรามีเงิน และมีคนมาทำงาน แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว

 

นอกจากนี้ในเรื่องของการแก้ปัญหาทางด้านการเงินนั้น ตอนนี้มีการนำเสนอเสนอกฎหมายเข้าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีส่วนเข้ามาชี้แจงในต่อที่ประชุมสภา เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้ประชาชนทั่วประเทศเข้าใจการเงินมากขึ้น ด้วย

 

ขณะที่การทำงานภาครัฐต้องทำให้โปร่งใส โดยที่ผ่านมารัฐบาลเบียดบังเงินที่อยู่กับเกษตรกร เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) มีเงินรัฐบาลตกค้างกว่า 8 แสนล้าน รวมทั้งธนาคารออมสิน ที่รัฐบาลมีเงินค้างอีกกว่า 4 หมื่นล้านบาท ทั้งหมดนี้รัฐบาลต้องหาทางเอาเงินมาคืน เพื่อให้ธกส.เอาไปช่วยเกษตรกร และให้ออมสิน เอาเงินมาคืนช่วยผู้ประกอบการ SME ต่อไป