thansettakij
thansettakij
เปิด 35 รายชื่ออนุผลิตข้าว ชี้ชะตาเงินช่วยชาวนาไร่ละ 1,000-2,000

เปิด 35 รายชื่ออนุผลิตข้าว นบข. ชี้ชะตาเงินช่วยชาวนาไร่ละ 1,000-2,000

เปิดโครงสร้าง "คณะอนุกรรมการด้านการผลิตข้าว" นบข. 35 คน ชงมาตรการช่วยชาวนา ก่อนเสนอ นบข.-ครม. เคาะไร่ละ 1,000-2,000 บาท

KEY

POINTS

  • นบข. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านการผลิตข้าวจำนวน 35 คน ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากภาครัฐ เอกชน และองค์กรชาวนา
  • คณะอนุกรรมการฯ ชุดนี้มีหน้าที่หลักในการพิจารณารายละเอียดมาตรการช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าวในอัตราไร่ละ 1,000-2,000 บาท สำหรับปีการผลิต 2569/70
  • ข้อสรุปจากคณะอนุกรรมการฯ จะต้องถูกนำเสนอต่อที่ประชุม นบข. และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติเป็นขั้นตอนสุดท้าย

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งในที่ประชุมมีมติ รับข้อเสนอช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าวในอัตราไร่ละ 2,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 20 ไร่ สำหรับปีการผลิต 2569/70 โดยได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการด้านการผลิต เป็นผู้พิจารณารายละเอียดของมาตรการดังกล่าวก่อน เมื่อคณะอนุกรรมการฯ ได้ข้อสรุป จะต้องเสนอเรื่องกลับมายัง นบข. และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติในขั้นตอนสุดท้าย

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ครั้งที่ 1/2569

“สุริยะ” มอบเลขานุการรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะ

ทั้งนี้คณะอนุกรรมการฯชุดนี้มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน มีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรชาวนา รวม 35 คน ทำหน้าที่ติดตามสถานการณ์ผลผลิตข้าว การบริหารจัดการตลาด การลดต้นทุนการผลิต และการกำหนดยุทธศาสตร์ด้านข้าวของประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาข้าวไทยในระยะยาว และสร้างเสถียรภาพรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวทั่วประเทศ

คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิต มีองค์ประกอบ 35 ราย ดังนี้

เปิด 35 รายชื่ออนุผลิตข้าว นบข. ชี้ชะตาเงินช่วยชาวนาไร่ละ 1,000-2,000

  • ประธาน    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (มอบให้นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรี)
  • รองประธาน 2 ราย  ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์,ปลัดกระทรวงพาณิชย์
  • กรรมการและเลขานุการ อธิบดีกรมการข้าว
  • กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ 2 ราย  รองอธิบดีกรมการข้าว ,ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ข้าว

อนุกรรมการ 29 ราย

1.หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

2.อธิบดีกรมชลประทาน

3.อธิบดีกรมปศุสัตว์

4.อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน

5.อธิบดีกรมวิชาการเกษตร

6.อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร

7.อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์

8.เลขาธิการ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)

9.เลขาธิการ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)

เปิด 35 รายชื่ออนุผลิตข้าว นบข. ชี้ชะตาเงินช่วยชาวนาไร่ละ 1,000-2,000

10.เลขาธิการ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)

11.ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)

12.ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ

13.ผู้แทนกรมบัญชีกลาง

14.ผู้แทนสำนักงบประมาณ

15.ผู้แทนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

16.ประธานคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่

17.ประธานกรรมการศูนย์ข้าวชุมชนระดับประเทศ

18.นายกสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ข้าวไทย

19.นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย

20.นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย

21.นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย

22.นายกสมาคมโรงสีข้าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ดึง 7 นักวิชาการเสริมทัพ ชี้ขาดเงินช่วยชาวนา

23.ศ.พูนพิภพ เกษมทรัพย์

24.รศ.วิษณุ อรรถวาณิช

25.ผศ.สานิตย์ ศิริวิศิษฐ์กุล

26.ผศ.อุดมศักดิ์ กิจทวี

27.นายดำรงพล คำแหงวงศ์

28.นายธีรยุทธ ตู้จินดา

29. นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ

หน้าที่หลัก คณะอนุกรรมการชุดนี้มีหน้าที่เสนอแนวทาง แผนงาน โครงการ และมาตรการแก้ไขปัญหาและพัฒนาด้านการผลิตข้าวและชาวนา ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ครั้งที่ 1/2569  ได้รับข้อเสนอช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าวในอัตราไร่ละ 2,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 20 ไร่ สำหรับปีการผลิต 2569/70 ให้พิจารณา มาตรการช่วยเหลือชาวนาฤดูการผลิต 2569/70 เช่น มาตรการสนับสนุน ไร่ละ 1,000-2,000 บาท ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ นบข. และคณะรัฐมนตรีต่อไป

ต้นทุนพุ่ง-ปุ๋ยแพง ปัจจัยรุมเร้าชาวนา

นายจารึก กมลอินทร์ ประธานคณะกรรมการกลางศูนย์ข้าวชุมชนระดับประเทศ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิต

นายจารึก กมลอินทร์ ประธานคณะกรรมการกลางศูนย์ข้าวชุมชนระดับประเทศ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิต เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากการติดตามความเคลื่อนไหวมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว มีรายงานว่าในวันที่ 10 สิงหาคม 2569 จะถึงนี้จะมีการหารือนอกรอบถึงแนวทางการช่วยเหลือชาวนา ไร่ละ 1,000-2,000 บาท ไม่เกิน 10-30 ไร่ เหมาะสมอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้นอย่างหนัก รัฐบาลมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท เนื่องจากเกษตรกรกำลังเผชิญกับวิกฤตในทุกด้าน

โดยเฉพาะปัญหาหลักในขณะนี้คือ "ต้นทุนที่กระโดดสูงขึ้น" หากรัฐบาลสามารถควบคุมราคาปัจจัยการผลิตให้กลับไปอยู่ในระดับเดิมได้ เช่น ปุ๋ยราคากระสอบละ 700-800 บาท ชาวนาก็อาจไม่จำเป็นต้องพึ่งพางบประมาณช่วยเหลือส่วนนี้

แต่ปัจจุบันราคาปุ๋ยโดยเฉลี่ยพุ่งสูงขึ้นไปถึง 1,000-1,200 บาทต่อกระสอบ ขณะที่ปุ๋ยบางยี่ห้อที่เกษตรกรนิยมใช้มีราคาสูงถึง 1,400-1,500 บาท ประกอบกับราคาน้ำมันในประเทศที่ลดลงเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับตลาดโลก ส่งผลให้เกษตรกรแบกรับภาระหนักจนแทบไม่เหลือกำไร

แนะราคาข้าวสด 8,500-9,000 บาท คือทางออกที่ยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม นายจารึกสะท้อนมุมมองที่น่าสนใจว่า ความต้องการที่แท้จริงของชาวนาไม่ใช่เพียงแค่เงินช่วยเหลือ แต่คือ "ราคาข้าวที่เหมาะสม" โดยระบุว่าหากรัฐสามารถผลักดันราคาข้าวเปลือกเจ้า (ข้าวสด) ให้อยู่ที่ระดับ 8,500-9,000 บาทต่อตัน เกษตรกรจะสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งเงินไร่ละพัน

"เงินไร่ละพันมีข้อจำกัด เช่น รัฐช่วยไม่เกิน 20 ไร่ แต่ถ้าเกษตรกรมี 30 ไร่ เขาก็ไม่ได้ประโยชน์จากผลผลิตทั้งหมด แต่หากราคาข้าวดี เขาจะได้เงินจากผลผลิตทุกตันที่เขาปลูกเอง" 

 

ชี้จุดบอด "ซื้อชี้นำตลาด-อคส. 3 ล้านตัน"

สำหรับนโยบายการรับซื้อข้าวเพื่อชี้นำตลาด นายจารึกให้ความเห็นว่ามีความเสี่ยงในเรื่องการขาดทุน โดยยกตัวอย่างการดำเนินงานผ่านสหกรณ์ที่ผ่านมา ซึ่งมักจะประสบปัญหาขาดทุนจนต้องขอเงินชดเชยจากรัฐบาล เนื่องจากสหกรณ์เองมีต้นทุนการดำเนินงานและเป็นนิติบุคคล ส่วนโครงการที่องค์การคลังสินค้า (อคส.) จะรับซื้อข้าว 3 ล้านตันนั้น ต้องทำอย่างทั่วถึง ปัญหาที่ผ่านมาคือจุดรับซื้อมีน้อยและอยู่ไกล เกษตรกรต้องเสียค่าขนส่งและค่าน้ำมันเฉลี่ย 300 บาทต่อเที่ยว ซึ่งไม่คุ้มค่ากับการนำข้าวไปขาย

"หากจะทำโครงการนี้ให้สำเร็จ รัฐต้องขยายจุดรับซื้อให้ครอบคลุม ไม่ใช่แค่ที่สหกรณ์ แต่ต้องดึงลานรวบรวมข้าวในพื้นที่เข้ามาร่วมโครงการด้วย เพื่อให้เข้าถึงเกษตรกรได้จริง"

 

โรงสีเมินโครงการรัฐ-ข้าวเหนียวแค่พออยู่รอด

ในส่วนของภาคโรงสี นายจารึกเผยว่าโรงสีส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจเข้าร่วมโครงการรัฐในช่วงหลัง เนื่องจากค่าบริหารจัดการที่รัฐให้ (200 บาท) ไม่คุ้มค่ากับต้นทุนการดำเนินงาน ยกเว้นแต่จะเป็นข้าวเฉพาะสายพันธุ์ที่ตลาดมีความต้องการสูง ส่วนสถานการณ์ข้าวเหนียวในปีนี้ถือว่าอยู่ในระดับแค่ "พออยู่ได้" เนื่องจากส่วนใหญ่ปลูกเพื่อบริโภคเองและมีการส่งออกในรูปแบบแป้งเพียงบางส่วนเท่านั้น

โดยสรุป ประธานศูนย์ข้าวชุมชนระดับประเทศ ยืนยันว่าในปีนี้รัฐบาลควรเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนา เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจและต้นทุนในปัจจุบันถึงขั้น "แย่สุดๆ" และหากไม่มีมาตรการพยุงราคาหรือลดต้นทุนที่ชัดเจน ชาวนาไทยอาจต้องเผชิญกับหนี้สินที่พอกพูนขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

เปิดกำหนดการเดิมอนุผลิตข้าวฯ

 

เลื่อนประชุมอนุผลิตข้าวฯ จากเดิมประชุมวันที่ 3 ส.ค.69