“ซัสโก้” ตั้งเป้าสร้างรายได้ 100 ล้านจากธุรกิจ Non-Oil ใน 3 ปี

11 ม.ค. 2564 | 06:40 น.

“ซัสโก้” ตั้งเป้าสร้างรายได้ 100 ล้านจากธุรกิจ Non-Oil ภายใน 3 ปี พร้อมเล็งลงทุนเพิ่ม 2 พันล้านบาทใน 5 ปี

นายชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SUSCO เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนที่จะพัฒนาธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน (Non-Oil) ให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 100 ล้านบาทภายใน 3 ปี  แม้ปัจจุบันธุรกิจดังกล่าวยังมีรายได้ไม่มากนัก เมื่อเทียบกับธุรกิจน้ำมันซึ่งเป็นรายได้ของบริษัท  โดยต้องเรียนว่าสถานีบริการน้ำมัน หรือปั๊มน้ำมันที่บริษัทจะขยายส่วนใหญ่จะอยู่ในกรุงเทพมหานคร และปริมาณมณฑล  ซึ่งคาดว่าในไตรมา 1-2 จะสามารถเปิดให้บริการเพิ่มได้อีก 10 แห่ง โดยทุกแห่งจะมีการให้บริการแบบครบวงจร  แม้จะมีขนาดพื้นที่ไม่ใหญ่มาก

              “หากถามว่าปี 64 บริษัทจะหันมามุ่งเน้นการทำธุรกิจ Non-Oil อย่างเต็มที่หรือไม่  ต้องเรียกว่าเป็นโอกาส  เพราะทางพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทก็มองเห็นช่องทาง  และพยายามปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การขายจากห้างสรรพสินค้ามาสู่ปั๊มน้ำมันมากขึ้น  เพราะจากเหตุการณ์ล็อกดาวน์ (Lock Down) ทำให้เห็นว่าปั๊มน้ำมันยังสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้  ไม่ได้ถูกปิดเหมือนห้างสรรพสินค้า  และก็ไม่มีผู้ใดที่จะบอกได้อย่างชัดเจนได้ว่าเชื้อโควิด-19 (Covid-19) จะหมดไปเมื่อใด”

อย่างไรก็ดี ปัจจุบัน ซัสโก้ เปิดให้บริการร้านสะดวกซื้อ Lawson108  ในสถานีบริการน้ำมัน จำนวน 38 สาขา  โดยปีนี้คาดว่าจะเพิ่มอีกจำนวน 10  สาขา ส่วนร้านกาแฟ Starbucks มีจำนวน 1 สาขา ตั้งอยู่ในสถานีบริการน้ำมันซัสโก้ สาขาราชพฤกษ์  โดยปีนี้มีแผนจะเปิดเพิ่มอีก 2 สาขา ได้แก่ สาขาหลานหลวง และสาขาศรีนครินทร์ 3  ส่วนร้านอาหารฟาสต์ฟูด KFC  DRIVE- THRU มีจำนวน 1 สาขา ที่สถานีบริการน้ำมันซัสโก้ สาขาประชาอุทิศ1 เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ และมีแผนจะเปิดเพิ่มอีก จำนวน 4- 5 สาขาภายในปีนี้

นายชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์

              ส่วนทิศทางการจำหน่ายน้ำมันในไตรมาส 1/64 นั้น  ต้องเรียนว่าช่วงต้นปีถือเป็นช่วงเวลาที่ดีในการทำธุรกิจ  แต่เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงทำให้ยอดขายน่าจะลดลง  จากนโยบายการลดการเคลื่อนย้ายประชาชนของรัฐบาล  ทำให้มีการเดินทางน้อยลง  อย่างไรก็ดี  หลังจากเดือนมกราคมแล้วคงต้องมีการประเมินกันอีกครั้งหนึ่งว่าจะเป็นอย่างไร

“การมีนโยบายให้ทำงานที่บ้าน (Work From Home : WFH) แน่นอนว่าย่อมส่งผลต่อยอดขายน้ำมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  แต่หากมองอีกมุมหนึ่งก็จะเป็นการทำให้ผู้ที่ใช้รถสาธารณะหันกลับมาใช้รถยนต์ส่วนตัวกันมากขึ้น  ซึ่งก็น่าจะช่วยให้เกิดการสมดุล”

              นายชัยฤทธิ์ กล่าวต่อไปว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกนั้น  ช่วงปลายปีที่ผ่านมาบริษัทคาดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 50-60 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล  แต่ปัจจุบันราคาน้ำมันมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 55 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ดังนั้นจึงคาดว่าราคาน้ำมันอาจจะปรับเพิ่มขึ้นไปได้ถึง 65-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล  เนื่องจากกลุ่มโอเปกมีความร่วมมือกันได้ด้วยดีในการลดกำลังการผลิต  อีกทั้งการมีวัคซีนโควิด-19 ก็ทำให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างคล่องตัว  ดังนั้น  เมื่อมีความต้องการเพิ่มมากขึ้นแต่ปริมาณมีจำกัดจะส่งผลให้ราคาปรับตัวขึ้น

           อย่างไรก็ตาม  ในระยะเวลา 5 ปี (64-68) บริษัทมีแผนลงทุนโดยใช้งบประมาณ 2 พันล้านบาท เพื่อขยายปั๊มน้ำมันให้ได้ 300 แห่งภายใน 3 ปี ซึ่งเป็นไปตามแผนเดิมที่ต้องถูกชะลอลงเพราะการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด -19 ดังนั้น ปีนี้จึงพยายามจะเร่งให้ได้ 260 แห่ง และภายใน 2-3 ปีก็น่าจะได้ตามเป้า