thansettakij
thansettakij
คมนาคมยื่นคลังสอบทุจริตการบินไทย

คมนาคมยื่นคลังสอบทุจริตการบินไทย

01 ก.ย. 63 | 05:21 น.
อัปเดตล่าสุด :01 ก.ย. 63 | 12:44 น.

คณะทำงานสอบทุจริตการบินไทยกระทรวงคมนาคมหอบหลักฐานส่งต่อให้กระทรวงการคลังสานต่อการสอบตรวจ เผยพบทุจริตทั้งการขายตั๋วต่ำกว่าต้นทุนหลายหมื่นล้านบาทต่อปีและค่าโอทีพนักงาน 500 ล้านต่อปี

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กระทรวงการคลัง นายคมกฤช วงศ์สมบุญ หัวหน้าคณะทำงานชุดย่อยเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีพบทุจริตในบริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) ได้เดินทางมายื่นหนังสือพร้อมเอกสารหลักฐานจำนวน 18 แฟ้มต่อกระทรวงการคลัง เพื่อให้ร่วมตรวจสอบปัญหาการขาดทุนและการทุจริตในการบินไทย โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักรัฐมนตรีกระทรวงการคลังรับหนังสือดังกล่าว

นายคมกฤช กล่าวว่า นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคมนาคม ซึ่งกำกับดูแลการบินไทยก่อนที่บริษัทจะแปลงสภาพจากรัฐวิสาหกิจเป็นบริษัทมหาชน ได้พบการขาดุทนสะสมต่อเนื่องหลายปี จึงตั้งคณะทำงานชุดใหญ่และชุดย่อย ที่มีทั้งฝ่ายการพาณิชย์ ฝ่ายบัญชี ฝ่ายบริหารกิจการ ฝ่ายครัวการบินไทย ฝ่ายคลังสินค้าและฝ่ายไปรษณียภัณฑ์ เพื่อตรวจสอบปัญหาการขาดทุนที่ผ่านมา ซึ่งทุกฝ่ายรับทราบตรงกันว่าบริษัทมีผลขาดทุนถึง 3.5 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ตาม เมื่อ การบินไทยแปรสภาพการเป็นรัฐวิสาหกิจเป็นบริษัทมหาชน ทางกระทรวงคมนาคมจึงไม่มีหน้าที่ในการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวต่อ จึงได้ส่งต่อเอกสารที่ได้ตรวจสอบไปแล้วประมาณ 43 วัน หรือครึ่งหนึ่งของเอกสารที่ได้รับมาตรวจสอบจากทั้งภายนอกและภายในให้นายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) ช่วยพิจารณาเพิ่มเติมต่อไป

“หน่วยงานที่เกี่ยวข้องถ้าพบความผิด ก็แล้วแต่ว่า จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างไร แต่โดยหลักแล้วป.ป.ช.จะเป็นผู้ตรวจสอบ แต่ในฐานะกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 49% จะเป็นผู้ดำเนินการขั้นตอนแรก ส่วนนายกรัฐมนตรีก็แล้วแต่สั่งการ”นายคมกฤช กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถอดรหัสทำไมการบินไทย "เจ๊ง"
“ถาวร” เปิดผลสอบ แกะปม “การบินไทย” ทำไมเจ๊ง
เปิด 5 แนวทาง ร่างแผนฟื้นฟู ‘การบินไทย’
ศาลล้มละลาย นัด "การบินไทย" ฟังคำสั่งฟื้นฟู 14 ก.ย.นี้

คมนาคมยื่นคลังสอบทุจริตการบินไทย

 

สำหรับการตรวจสอบเบื้องต้นนั้น ทางกระทรวงคมนาคมพบว่า มีการทุจริตใน 2-3 ประเด็นหลักๆ ประกอบด้วย การจำหน่ายตั๋ว ที่พบว่า มีการขายต่ำกว่าต้นทุน ทำให้เกิดภาวะขาดทุนมหาศาล หรือ หลายหมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งการขายตั๋วที่ต่ำกว่าทุนนี้มีเรื่องของผลตอบแทนจากการขายตั๋วเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จึงเป็นเรื่องของการประพฤติมิชอบ

“ขายตั๋วขาดทุนมาก เป็นการขายแบบแฟลตเซล โปรโมชั่นขายถูก เพื่อให้ที่นั่งเต็ม แต่กลับมีผลเรื่องจุดคุ้มทุน ซึ่งการขายดังกล่าวเข้าใจว่ฝ่ายคำนวณต้นทุนการบินไทยกับฝ่ายขายไม่ได้ประสานงานกัน ทำให้การตั้งราคาขายผิดพลาด ส่วนการทุจริตนั้น พบว่า มีเรื่องผลประโยชน์ของคนขาย ซึ่งไม่วัดกำไรขาดทุน แต่วัดว่า จะขายหมดหรือไม่”นายคมกชฤ กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของโอทีของฝ่ายช่าง ซึ่งพบว่า การเบิกโอทีของพนักงานบางราย ซึ่งมีหลักฐานยืนยันว่า มีการเบิกเกินเวลา จากปกติไม่ควรเกิน 1,500 ชั่วโมงต่อปี แต่มี 200-300 ราย เบิกถึง 2,000-3,000 ชั่วโมง คิดเป็นเงิน 500-600 ล้านบาท โดยค่าใช้จ่ายเงินเดือนโดยรวมของฝ่ายช่างจะอยู่ที่ประมาณ 2,400 ล้านบาทต่อปี แต่ค่าใช้จ่ายด้านโอทีก็สูงถึง 2,000 ล้านบาทต่อปี ถือว่าสูงเกินไป

ขณะเดียวกัน ในเรื่องของการซื้อเครื่องบิน แอร์บัส เอ 340 มีมูลค่ากว่าแสนล้านบาทนั้น ได้สร้างความเสียหายตั้งแต่ช่วงเจรจาซื้อ การบำรุงรักษา รวมถึงมูลค่าที่ด้อยลง ซึ่งขณะนี้จอดทิ้งไว้ที่สนามบินอู่ตะเภาจำนวน 9 ลำด้วยกัน