
BMW ลงทุนสะสมในจีน 6 แสนล้านบาท เริ่มผลิตแบตเตอรี่ Gen6 ขยายส่งออก EV อาเซียน
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เริ่มผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า Gen6 ในจีน ป้อน EV รุ่นใหม่ หลังลงทุนสะสมกว่า 6 แสนล้านบาท เป็นฐานการผลิตใหญ่สุดในโลก
KEY
POINTS
- บีเอ็มดับเบิลยู ลงทุนสะสมในโรงงานที่เมืองเสิ่นหยาง ประเทศจีน กว่า 6 แสนล้านบาท ผลักดันเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในโลก
- เริ่มการผลิตแบตเตอรี่แรงดันสูง Gen6 สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าตระกูล Neue Klasse
- เตรียมใช้ฐานการผลิตในจีน เพื่อขยายการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้ามายังตลาดต่างประเทศ รวมถึงประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เริ่มโครงการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า Gen6 ในจีน ป้อน EV รุ่นใหม่ เช่น iX3 และ i3 Neue Klasse หลังลงทุนสะสมที่โรงงานเมืองเสิ่นหยางไปกว่า 6 แสนล้านบาท ถือเป็นฐานการผลิตใหญ่สุดในโลกของบีเอ็มดับเบิลยู ขยายการส่งออกมาไทย และอาเซียน
รายงานจาก บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ว่า เริ่มการผลิตแบตเตอรี่แรงดันสูง Gen6 ที่โรงงานเมืองเสิ่นหยาง ประเทศจีนแล้ว หลังจากเดินเครื่องไปก่อนที่เมืองเดเบรเซน ประเทศฮังการี และเมืองอีร์ลบาค-ชตราสเคียร์เชน ประเทศเยอรมนี
โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู เสิ่นหยาง ถือเป็นฐานการผลิตแห่งที่ 3 ในเครือข่ายการผลิตระดับโลกแห่งใหม่ สำหรับเทคโนโลยีแบตเตอรี่แรงดันสูง Gen6 กับรถยนต์ไฟฟ้า Neue Klasse
ดร.เรย์มอนด์ วิทท์มันน์ กรรมการบริหาร BMW AG กล่าวว่า แบตเตอรี่แรงดันสูงเป็นองค์ประกอบสำคัญของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า EV และเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุดสำหรับอนาคตของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป
“การผลิตในเสิ่นหยาง สะท้อนแนวทางการดำเนินงานระดับโลกของเรา กล่าวคือ เราผลิตในท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพและใกล้กับตลาดที่เราจำหน่ายรถยนต์ โดยยึดมาตรฐานเดียวกันทั่วโลกและรักษาคุณภาพในระดับสูงสุด”
แบตเตอรี่แรงดันสูง Gen6 ถือเป็นการก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า EV ในตระกูล Neue Klasse เมื่อเทียบกับเซลล์แบตเตอรี่รุ่นก่อนหน้า ซึ่งเซลล์แบตเตอรี่ทรงกระบอกที่พัฒนาขึ้นใหม่นี้ มีความหนาแน่นพลังงานสูงขึ้นมากกว่า 20% ขณะที่ความเร็วในการชาร์จและระยะทางขับขี่เพิ่มขึ้นสูงสุด 30% พร้อมออกแบบแบตเตอรี่แบบ Cell-to-Pack ตัดขั้นตอนการจัดวางเซลล์ในระดับโมดูลแบบเดิมออกไป
สำนักข่าว Xinhua รายงานว่า นายเบอร์กิต โบห์ม ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู บริลเลียนซ์ ออโตโมทีฟ จำกัด กล่าวว่า โครงการผลิตแบตเตอรี่นี้ ใช้เงินลงทุน 1 หมื่นล้านหยวน (ราว 5.01 หมื่นล้านบาท) โดยบีเอ็มดับเบิลยูได้ทำงานร่วมกับกลุ่มผู้ผลิตแบตเตอรี่ของจีน อาทิ ซีเอทีแอล (CATL) และอีฟ เอนเนอร์จี (EVE Energy) เพื่อผลักดันการผลิตเซลล์แบตเตอรี่ดังกล่าวในระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
สำหรับเสิ่นหยาง ถือเป็นฐานการผลิตขนาดใหญ่ที่สุดในโลกของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป โดยบีเอ็มดับเบิลยู ลงทุนไปมากกว่า 1.2 แสนล้านหยวน (ราว 6.01 แสนล้านบาท) นับตั้งแต่ปี 2010
บีเอ็มดับเบิลยู เอจี วางแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่และรุ่นปรับปรุงใหม่เกือบ 20 รุ่น ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยี Neue Klasse เข้าสู่ตลาดจีนภายในปี 2027 และตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรถยนต์ที่ผลิตและจำหน่ายในจีนให้สูงกว่า 95% ภายในปี 2030 รวมถึงกำลังประเมินการขยายการส่งออกรถยนต์ที่ผลิตในเมืองเสิ่นหยางไปยังตลาดต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้







