
รายได้เกษตรกรครึ่งปีแรกวูบหนัก
เกษตรกรอ่วม รายได้แท้จริงครึ่งปีแรกติดลบ 5.7% เหตุจากภัยแล้ง-โควิด-19 รุมเร้า
รายงานข่าวจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจภาคเกษตรของไทย ยังคงเผชิญความเสี่ยงและรายได้ที่ถดถอยอย่างต่อเนื่อง โดยในครึ่งปีแรกของปี 2563 นี้ ยังพบว่าเกษตรกรไทยมีรายได้ที่แท้จริงติดลบถึง 5.7% โดยเป็นการติดลบติดต่อกันถึง 3 ไตรมาส นับตั้งแต่ปลายปี 2562 ติดลบ 0.7% ไตรมาสแรกปี 2563 ลบ 7.3% และไตรมาสสองปี 2563 ลบ 3.7% โดยมีสาเหตุหลักจากภัยแล้งที่เกิดขึ้นเร็วและแรงทำให้ผลผลิตสินค้าเกษตรหลายชนิดได้รับความเสียหาย เช่น ข้าว ข้าวโพด อ้อย ตลอดจนผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ทำให้ราคาสินค้าเกษตรบางชนิดปรับตัวลดลง
ทั้งนี้ ดัชนีราคาสินค้าเกษตรในไตรมาสที่ 2 ยังติดลบ 1.4% โดยเฉพาะช่วงเดือนพ.ค.-มิ.ย.2563 ที่พืชเศรษฐกิจสำคัญของไทยมีราคาลดลง เช่น ข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเปลือกเหนียว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ น้ำตาลทรายดิบ ยางพาราแผ่นดิบ และมันสำปะหลัง สอดคล้องกับตัวเลขกับการจ้างงานภาคการเกษตรติดลบอยู่เช่นกัน 3.6%
นอกจากนี้ เมื่อแยกเป็นรายภูมิภาคพบว่า ครึ่งปีแรกของปีนี้รายได้เกษตรภาคเหนือได้รับผลกระทบมากสุดติดลบถึง 28.5% เช่นเดียวกับรายได้เกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้รับผลกระทบหนักติดลบถึง 20.8% ส่วนรายได้เกษตรกรภาคอื่นๆ เช่น ภาคตะวันตกลบ 3.3% ภาคใต้ลบ 4% ภาคกลางติดลบ7.3% กรุงเทพฯและปริมณฑลติดลบ 1.2% ยกเว้นรายได้เกษตรกรภาคตะวันออกที่เป็นบวก 5.7% เนื่องจากมีการจำหน่ายผลไม้ได้ราคาดี
รายงานข่าวแจ้งเพิ่มว่า ภาพรวมเศรษฐกิจภาคการเกษตรไทยยังคงไม่ดีนัก โดยไตรมาส 2 มีการปรับตัวลดลงทั้งในส่วนปริมาณผลผลิต และราคาสินค้า ซึ่งส่งผลให้กำลังซื้อภาคการเกษตรกรไทย และภูมิภาคได้รับผลกระทบตามไปด้วย เห็นได้จากการซื้อสินค้าคงทนบางชนิดที่เป็นตัวชี้วัดกำลังซื้อของเกษตรกรอย่างรถจักรยานยนต์ ยังคงติดลบหนัก เช่นเดียวกับรถยนต์
ส่วนยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ในครึ่งปีแรกยังติดลบ 16.6% โดยไตรมาสแรกติดลบ 5.9% ส่วนไตรมาสสองติดลบหนักสุดถึง 28.1% โดยเฉพาะในเดือนพ.ค.-มิ.ย.ที่ติดลบอัตราสูงมาก ส่วนยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งก็มีอัตราติดลบเช่นกัน โดยในครึ่งปีแรกลดลงไป 42% แยกเป็นไตรมาสแรกลบไป 23.6% และไตรมาสสองลบ 60.2% และคาดว่าแนวโน้มยอดขายทั้งรถจักรยานยนต์ และรถยนต์จะยังคงชะลอตัวต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2563











