
‘แรงงาน’เจอดี 3.2พันแห่งทยอยปิด
พิษโควิดซัดอุตฯสิ่งทอ-เครื่องนุ่งห่มมูลค่า 4 แสนล้านหนักหน่วง 3,200 โรงงาน ออร์เดอร์หายวับกระทบหนักรอบ 30 ปี แห่ดาวน์ไซซ์ธุรกิจ ลดการผลิต ลดคนงาน ทยอยปิดกิจการ แรงงานร่วม 2 แสนคน เสี่ยงตกงานถาวรลุ้น 4 เดือน หยุดยาวหรือไปต่อ
ไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดไปทั้งโลก ทำให้การค้าโลกหดตัวรุนแรง อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อุตสาหกรรมสร้างชาติที่ใช้แรงงานคนจำนวนมาก ได้รับผลกระทบอย่างมาก จากคำสั่งซื้อทั่วโลกที่ลดลง ทำให้เจ้าของกิจการหลายแห่งตัดใจปิดตัวอย่างถาวร
นายยุทธนา ศิลป์สรรค์วิชช์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยและ ประธานสหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า เวลานี้อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม (การ์เมนต์) ที่มีผู้ประกอบการทั่วประเทศประมาณ 3,200 โรง คนงานรวม 4-5 แสนคน (กราฟิกประกอบ) กำลังประสบปัญหาทางธุรกิจอย่างรุนแรง จากผลกระทบโควิด-19 ทำให้คู่ค้าลดคำสั่งซื้อ ไม่มีคำสั่งซื้อใหม่ สินค้าที่สั่งแล้วก็มีการเลื่อน หรือยกเลิกการรับมอบ เนื่องจากตลาดปลายทางก็ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เช่นกัน
“การส่งออกสิ่งทอและการ์เมนต์ช่วง 2 เดือนแรกยังเป็นบวก แต่พอมาถึงเดือน 3 (มี.ค.) สถานการณ์โควิดระบาดรุนแรงการส่งออกสิ่งทอติดลบ 15% และการ์เมนต์ติดลบ 14% คาดตัวเลขเดือนที่ 4 (เม.ย.) จะติดลบเกิน 50% แน่นอน และการติดลบนี้คาดจะมากขึ้นต่อเนื่องยาวไปอีก 4-5 เดือนนับจากนี้ เพราะซีซันการขายจะหมดไปเลย 1 ซีซัน และกว่าคู่ค้าจะเริ่มรับของอีกทีในเดือนที่ 9 (ก.ย.) เพื่อนำไปจำหน่ายช่วงปลายปี ก็ยังต้องลุ้นว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร ตอนนี้ทุกคนเครียดกันหมด เพราะตั้งแต่ทำธุรกิจมาไม่เคยเจออย่างนี้ หนักกว่าต้มยำกุ้ง เพราะอยู่ดี ๆ ยอดขายหายไปหมดเลย”
2 แสนคนเสี่ยงตกงาน
ผลดังกล่าวทำให้โรงงานสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มต้องปรับตัวเองครั้งใหญ่ มีทั้งหยุดกิจการชั่วคราว หรือมากกว่าชั่วคราวก็ยังไม่รู้อนาคต ซึ่งการหยุดกิจการนี้คาดจะมีมากขึ้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป ส่วนที่ยังเปิดดำเนินกิจการอยู่จะมีการดาวน์ไซซ์ซิ่ง (ปรับลดขนาดองค์กรให้เล็กลงและกระชับขึ้น) ซึ่งการหยุดกิจการชั่วคราวนี้ คาดจะส่งผลทำให้แรงงานในอุตสาหกรรม 1-2 แสนคนต้องกลายเป็นคนว่างงานชั่วคราวหรือถาวรเพราะไม่มีงานให้ทำ
ก่อนหน้านี้ผู้บริหารโรงงานหลายแห่งที่ได้ปิดกิจการชั่วคราว ได้ไปเจรจากับประกันสังคมในหลายพื้นที่ เพื่อขอให้ประกันสังคมจ่ายทดแทนกรณีคนงานว่างงาน 62% ของค่าจ้างรายวัน ไม่เกิน 90 วัน ตามมาตรา 33 (ของพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541) ที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้เห็นชอบแล้วว่า การว่างงานจากผลกระทบโควิดซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัย ผู้ประกันตนสามารถได้รับสิทธิฯดังกล่าว แต่ประกันสังคมหลายพื้นที่วินิจฉัยว่าการว่างงานดังกล่าวเป็นผล
กระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นผลจากเหตุจำเป็นอื่น ไม่ใช่จากเหตุสุดวิสัย และปฏิเสธการจ่ายเงิน ทำให้นายจ้างต้องแบกภาระในการจ่ายค่าจ้าง 75% ให้ลูกจ้างระหว่างหยุดกิจการชั่วคราวตามกฎหมายแรงงาน
ประกันยอมจ่าย 62%
“เรื่องนี้ทางสมาคมฯได้เข้าไปคุยกับประกันสังคมสำนักงานใหญ่แล้ว 2 รอบ ล่าสุดได้รับข่าวดี เขายืนยันจะจ่าย 62% ตามมติครม. ซึ่งจะได้ประสานสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ให้เข้าใจและปฏิบัติให้ตรงกันต่อไป และเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมาในการเดินทางเยี่ยมสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยของนายกรัฐมนตรี เราก็ได้รายงานสถานการณ์และข้อเสนอแนะในการช่วยเหลือผู้ประกอบการและแรงงานแก่ท่านไปแล้ว”
นายสุกิจ คงปิยาจารย์ กรรมการผู้จัดการ ฮงเส็งกรุ๊ป หนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกเสื้อผ้ากีฬาแถวหน้าของเมืองไทย กล่าวว่า โควิด-19 ส่งกระทบอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มในรอบกว่า 30 ปีที่อุตสาหกรรมนี้ได้มีมาในประเทศ ในส่วนของบริษัทเป็นผู้ผลิตและส่งออกเสื้อผ้ากีฬาแบรนด์ดัง เวลานี้ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก จากทัวร์นาเมนต์ หรืออีเวนต์การแข่งขันกีฬาทั้งโอลิมปิกที่ญี่ปุ่น การแข่งขันฟุตบอลในลีกต่างๆ และการแข่งขันกีฬาอื่นๆ ต้องยกเลิกไปทั้งหมด ทำให้คู่ค้าเลื่อนรับมอบสินค้าหรือยกเลิกคำสั่งซื้อบางส่วน จากความต้องการสินค้าลดลง
“ผู้ประกอบการทุกรายเจอเหมือนกันหมด ทำให้ต้องหยุดกิจการชั่วคราว หรือไม่ก็ลดการทำงานลง เช่นจาก 6 วันต่อสัปดาห์ ก็เหลือ 4 วันต่อสัปดาห์ และลดคนงานลง ซึ่งหลังประกันสังคมช่วยจ่ายทดแทนกรณีคนว่างงาน 62% ตามมาตรา 33 ไม่เกิน 90 วัน ก็ยังไม่รู้ว่าหลังจากนั่นออร์เดอร์จะกลับมาหรือไม่ ธุรกิจจะไปต่อกันอย่างไร เพราะตลาดใหญ่คือสหรัฐฯและยุโรปยังมีปัญหาโควิดที่ยังไม่คลี่คลาย”
หน้า 1 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,572 วันที่ 7 - 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2563










