
เหล็กโลกรับพิษโควิดรุนแรง
กลุ่มเหล็กจากส.อ.ท. ประเมินภาพรวมอุตสาหกรรมเหล็กไทยและเหล็กโลก ปี2563 หืดจับได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรสโควิด-19 อย่างแรง
นายกรกฏ ผดุงจิตต์ เลขาธิการกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ขณะนี้อุตสาหกรรมเหล็กทั่วโลกและผู้ผลิตเหล็กในประเทศจะได้รับผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างรุนแรง ความต้องการใช้เหล็กจากอุตสาหกรรมต่อเนื่องทุกกลุ่มจะหดตัวลง
ขณะนี้ทางสมาคมอุตสาหกรรมเหล็กโลกยังไม่สรุปว่าการใช้เหล็กของโลกจะหดตัวมากแค่ไหน เนื่องจากปัญหาโควิด-19ส่งผลกระทบกับทุกธุรกิจในวงกว้าง และยังไม่เห็นว่าแนวโน้มการระบาดจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ แต่ในสหภาพยุโรป หรืออเมริกาเหนือ มีประเมินเบื้องต้นว่าความต้องการใช้เหล็กอาจหดตัวในช่วง -8% ถึง -13% ซึ่งถือว่าเป็นสถานการณ์ที่รุนแรงมาก
ส่วนในภูมิภาคเอเชีย ปัญหาสำคัญมาจากประเทศจีน ที่ผ่านมาพบว่า มีความผิดปกติของอุตสาหกรรมเหล็กจีน ซึ่งจีนมีอิทธิพลอย่างมากต่อสถานการณ์อุตสาหกรรมเหล็กของโลกและประเทศไทย เนื่องจากจีนมีผลผลิตมากกว่าประเทศอินเดียผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 2 ถึง 9 เท่า และใหญ่กว่าญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 3 ถึง 10 เท่า หากเทียบกับภูมิภาคอาเซียน จีนจะใหญ่กว่าถึง 22 เท่า และหากเทียบกับสหภาพยุโรป จีนจะใหญ่กว่าถึง 6 เท่า นอกจากนี้ ประเทศจีนยังเป็นผู้ส่งออกสุทธิ (Net exporter) ในสินค้าเหล็กรายใหญ่อันดับ 1 ของโลกอีกด้วย
กรกฏ ผดุงจิตต์
นายกรกฏกล่าวอีกว่า ประเทศจีนเริ่มประสบปัญหาการระบาดของ โควิด-19 มาตั้งแต่ช่วงสิ้นปี 2562 และต่อเนื่องมาถึงปี 2563 แต่พบความผิดปกติของการผลิตเหล็กของจีน โดยระหว่างเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ ปี 2563 ผู้ผลิตเหล็กจีนรายงานปริมาณการผลิตเหล็ก (Crude steel) 154.7 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 3.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 และเป็นระดับการผลิตที่ขยายตัวจากระดับการผลิตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศ เฉพาะในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2563 ซึ่งจีนอยู่ท่ามกลางภาวะวิกฤติการระบาดของ COVID-19 ที่รุนแรงที่สุด กลับมีการผลิตเหล็กเพิ่มขึ้น 5.33% แต่อุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ใช้เหล็กในประเทศจีน หดตัวรุนแรงในช่วงระหว่าง -20% ถึง -45%









