thansettakij
thansettakij
ม็อบยื่นหนังสือถึง สุริยะ ค้านมติคณะกรรมการวัตุอันตราย

ม็อบยื่นหนังสือถึง สุริยะ ค้านมติคณะกรรมการวัตุอันตราย

26 พ.ย. 62 | 08:40 น.
อัปเดตล่าสุด :15 มิ.ย. 64 | 11:44 น.

เครือข่ายอาสาคนรักแม่กลองบุกยื่นหนังสือที่ถึง รมว.อุตสาหกรรม ประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย พร้อมคณะ  ขอค้านมติคณะกรรมการ ม็อบยื่นหนังสือถึง สุริยะ ค้านมติคณะกรรมการวัตุอันตราย                

รายงานข่าวระบุว่า เครือข่ายอาสาคนรักแม่กลองได้มายื่นหนังสือถึงนายสุริยะ  จึงรุ่งเรืองกิจ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม  ประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย  พร้อมคณะ  โดยในเอกสารระบุว่า สืบเนื่องจากการประชุมของคณะกรรมการวัตถุอันตรายครั้งที่ ๔๑-๙/๒๕๖๒ วันอังคารที่ 22 ตุลาคม 62  โดยมีมติเห็นชอบให้ปรับวัตถุอันตรายสารพาราควอต  สารคลอร์ไพรีฟอส และสารไกลโฟเสต ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมวิชาการเกษตรจากวัตถุอันตรายชนิดที่ ๓. ให้เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ ๔. โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 62 ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ

ทั้งนี้   ได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรไปดำเนินการยกร่าง “ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย  จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น  และพิจารณาระยะเวลาความเหมาะสมในการบริหารจัดการวัตถุอันตรายที่ยังคงเหลืออยู่  หลังจากประกาศมีผลบังคับใช้  โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น เกษตร หรือร้านจำหน่าย เป็นต้น”

ทางเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลองพร้อมด้วยเกษตรกร 1,091 ราย  ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองคดีหมายเลขดำที่ ส.๒๖/๒๕๖๒ คดีหมายเลขแดงที่ ส.๔๔/๒๕๖๒ โดยองค์คณะตุลาการศาลปกครองกลางได้มีคำวินิจฉัย ลงวันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๒ ในหน้า ๕๕-๕๗ สรุปความได้ว่า

ประเด็นที่ 1

การประชุมของคณะกรรมการวัตถุอันตรายครั้งที่ ๔๑-๙/๒๕๖๒ วันที่ 22 ตุลาคม 2562 เป็นเพียงมติเห็นชอบให้มีการเปลี่ยนแปลงชนิดของวัตถุอันตรายไกลโฟเสตกฎหมายเป็นการแก้ไขประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมแต่อย่างใดไม่  โดยมีมติให้กีรมวิชาการเกษตรในฐานะหน่วยงานผู้รับผิดชอบในการควบคุมวัตถุอันตราย  จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น  เพื่อเสนอให้ความเห็นในการประชุมครั้งต่อไปในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๒

ประเด็นที่ 2

เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมได้ออกประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้เป้นกฎหมายวันใดแล้ว  ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายหรืออาจจะเดือดร้อน  หรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้  จากประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมดังกล่าวย้อมมีสิทธินำคดีมาฟ้องขอให้ศาลปกครองเพิกถอนประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมดังกล่าวได้

ม็อบยื่นหนังสือถึง สุริยะ ค้านมติคณะกรรมการวัตุอันตราย

ด้วยเหตุที่กล่าวมาข้างต้น  จึงขอกราบเรียนนายกรัฐมนตรีได้ทราบว่า จากการรับฟังความคิดเห็นของกรมวิชาการเกษตร  โดยมีผู้แสดงความคิดเห็น 47,789 คน  มีคนคัดค้าน 75% มีคนเห็นด้วย 25% โดยกลุ่มเกษตกรมีความคิดเห็นโดยสรุปว่า  เกษตรกรยังมีความจำเป็นที่ต้องใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชทั้ง 3 ชนิด  เนื่องจากเป็นปัจจัยในการผลิตของเกษตกร  และเหตุผลในการขอยกเลิกไม่เพียงพอ  ยังมีความไม่ชัดเจนและยังมีข้อโต้แย้งทางวิชาการที่ยังไม้ได้เข้อยุติ  และที่สำคัญ คือ ไม่มีสารทดแทน  หรือวิธีการทางเลือกอื่นที่มีประสิทธิภาพและราคาเทียบเท่าได้กับสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชทั้ง 3 ชนิด

อีกทั้งสารชีวภัณฑ์ที่ถูกกล่าวอ้างดังกล่าว  เมื่อมีการตรวจสอบสารออกฤทธิ์ในขวดก็พบว่า  มีสารเคมีพาราคลอต  ไกลโฟเสต  เป็นส่วนผสมของในสารชีวภัรฑ์นั้น  ดังนั้น  การยกเลิกการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชทั้ง 3 ชนิดจึงสร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรอย่างร้ายแรง  อีกทั้งยังส่งผลต่ออุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบทางการเกษตรอีกด้วย เช่น อาหารสัตว์   บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

                ด้วยเหตุที่กล่าวมาทั้งหมดนี้  กลุ่มเกษตรกรจึงขอคัดค้านมติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย  และร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมดังกล่าว  แต่จะสนับสนุนมาตรการ “การจัดการใช้” ตามประกาสกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 5 ฉบับที่มีผลบังคับใช้ให้เป็นรูปธรรม  โดยมีการขออบรมผู้ใช้-ผู้ฉีดพ่น  และผู้ขาย  ซึ้งมีการสอบผ่านแล้ว 5 แสนรายอีกทั้งเป็นการยกระดับการเกษตรไทยในการทำการบริหารจัดการเกษตรที่ดี GAP ทำเกษตรอย่างปลอดภัยใช้สารเคมีอย่างถูกต้อง

สุดท้ายนี้ เกษตรกรใคร่ขอความเป็นธรรม  และขอความเมตตาจากท่านรัฐมนตรีว่าการะทรวงอุตสาหกรรม  ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย  พร้อมคระฯ ได้เห็นถึงความจำเป็นในการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด  เพราะเป็นปัจจัยการผลิตของเกษตรกร  ขณะนี้เกษตรกรทุกคนก็ประสบปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อน  อีกทั้งมีวิกฤติที่จะเป็นห่วงโซ่อาหารทั้งระบบ  โดยขอให้เกษตรกรได้มีโอกาสในการใช้ 3 สารดังกล่าวตามกรอบมาตราการการจำกัดการใช้ต่อไป  และขอเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขรับผิดชอบการกระทำที่ได้นำข้อมูลทาง ngo มาใช้โดยไม่มีการตรวจสอบ  และทวนสอบย้อนกลับ  ส่งผลเสียหายที่มีต่อเกษตรกร  ต่อระบบราชการ  และต่อประเทศชาติด้วย

ม็อบยื่นหนังสือถึง สุริยะ ค้านมติคณะกรรมการวัตุอันตราย

เครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง  ได้ทิ้งท้ายจดหมายว่า เพื่อให้เป็นไปตามาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ.๒๕๔๐ และพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการ พ.ศ.๒๕๓๙ ประกอบพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.๒๕๔๒ จึงขอให้ตอบจดหมายนี้ภายในระยะเวลา 30 วัน  หรือถ้ามีคำสั่ง  หือการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อกรณีนี้  โปรดแจ้งให้ทราบ