
ม็อบยื่นหนังสือถึง สุริยะ ค้านมติคณะกรรมการวัตุอันตราย
เครือข่ายอาสาคนรักแม่กลองบุกยื่นหนังสือที่ถึง รมว.อุตสาหกรรม ประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย พร้อมคณะ ขอค้านมติคณะกรรมการ
รายงานข่าวระบุว่า เครือข่ายอาสาคนรักแม่กลองได้มายื่นหนังสือถึงนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย พร้อมคณะ โดยในเอกสารระบุว่า สืบเนื่องจากการประชุมของคณะกรรมการวัตถุอันตรายครั้งที่ ๔๑-๙/๒๕๖๒ วันอังคารที่ 22 ตุลาคม 62 โดยมีมติเห็นชอบให้ปรับวัตถุอันตรายสารพาราควอต สารคลอร์ไพรีฟอส และสารไกลโฟเสต ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมวิชาการเกษตรจากวัตถุอันตรายชนิดที่ ๓. ให้เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ ๔. โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 62 ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ
ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรไปดำเนินการยกร่าง “ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น และพิจารณาระยะเวลาความเหมาะสมในการบริหารจัดการวัตถุอันตรายที่ยังคงเหลืออยู่ หลังจากประกาศมีผลบังคับใช้ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น เกษตร หรือร้านจำหน่าย เป็นต้น”
ทางเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลองพร้อมด้วยเกษตรกร 1,091 ราย ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองคดีหมายเลขดำที่ ส.๒๖/๒๕๖๒ คดีหมายเลขแดงที่ ส.๔๔/๒๕๖๒ โดยองค์คณะตุลาการศาลปกครองกลางได้มีคำวินิจฉัย ลงวันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๒ ในหน้า ๕๕-๕๗ สรุปความได้ว่า
ประเด็นที่ 1
การประชุมของคณะกรรมการวัตถุอันตรายครั้งที่ ๔๑-๙/๒๕๖๒ วันที่ 22 ตุลาคม 2562 เป็นเพียงมติเห็นชอบให้มีการเปลี่ยนแปลงชนิดของวัตถุอันตรายไกลโฟเสตกฎหมายเป็นการแก้ไขประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมแต่อย่างใดไม่ โดยมีมติให้กีรมวิชาการเกษตรในฐานะหน่วยงานผู้รับผิดชอบในการควบคุมวัตถุอันตราย จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น เพื่อเสนอให้ความเห็นในการประชุมครั้งต่อไปในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๒
ประเด็นที่ 2
เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมได้ออกประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้เป้นกฎหมายวันใดแล้ว ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายหรืออาจจะเดือดร้อน หรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ จากประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมดังกล่าวย้อมมีสิทธินำคดีมาฟ้องขอให้ศาลปกครองเพิกถอนประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมดังกล่าวได้
ด้วยเหตุที่กล่าวมาข้างต้น จึงขอกราบเรียนนายกรัฐมนตรีได้ทราบว่า จากการรับฟังความคิดเห็นของกรมวิชาการเกษตร โดยมีผู้แสดงความคิดเห็น 47,789 คน มีคนคัดค้าน 75% มีคนเห็นด้วย 25% โดยกลุ่มเกษตกรมีความคิดเห็นโดยสรุปว่า เกษตรกรยังมีความจำเป็นที่ต้องใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชทั้ง 3 ชนิด เนื่องจากเป็นปัจจัยในการผลิตของเกษตกร และเหตุผลในการขอยกเลิกไม่เพียงพอ ยังมีความไม่ชัดเจนและยังมีข้อโต้แย้งทางวิชาการที่ยังไม้ได้เข้อยุติ และที่สำคัญ คือ ไม่มีสารทดแทน หรือวิธีการทางเลือกอื่นที่มีประสิทธิภาพและราคาเทียบเท่าได้กับสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชทั้ง 3 ชนิด
อีกทั้งสารชีวภัณฑ์ที่ถูกกล่าวอ้างดังกล่าว เมื่อมีการตรวจสอบสารออกฤทธิ์ในขวดก็พบว่า มีสารเคมีพาราคลอต ไกลโฟเสต เป็นส่วนผสมของในสารชีวภัรฑ์นั้น ดังนั้น การยกเลิกการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชทั้ง 3 ชนิดจึงสร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรอย่างร้ายแรง อีกทั้งยังส่งผลต่ออุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบทางการเกษตรอีกด้วย เช่น อาหารสัตว์ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
ด้วยเหตุที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ กลุ่มเกษตรกรจึงขอคัดค้านมติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย และร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมดังกล่าว แต่จะสนับสนุนมาตรการ “การจัดการใช้” ตามประกาสกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 5 ฉบับที่มีผลบังคับใช้ให้เป็นรูปธรรม โดยมีการขออบรมผู้ใช้-ผู้ฉีดพ่น และผู้ขาย ซึ้งมีการสอบผ่านแล้ว 5 แสนรายอีกทั้งเป็นการยกระดับการเกษตรไทยในการทำการบริหารจัดการเกษตรที่ดี GAP ทำเกษตรอย่างปลอดภัยใช้สารเคมีอย่างถูกต้อง
สุดท้ายนี้ เกษตรกรใคร่ขอความเป็นธรรม และขอความเมตตาจากท่านรัฐมนตรีว่าการะทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย พร้อมคระฯ ได้เห็นถึงความจำเป็นในการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด เพราะเป็นปัจจัยการผลิตของเกษตรกร ขณะนี้เกษตรกรทุกคนก็ประสบปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อน อีกทั้งมีวิกฤติที่จะเป็นห่วงโซ่อาหารทั้งระบบ โดยขอให้เกษตรกรได้มีโอกาสในการใช้ 3 สารดังกล่าวตามกรอบมาตราการการจำกัดการใช้ต่อไป และขอเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขรับผิดชอบการกระทำที่ได้นำข้อมูลทาง ngo มาใช้โดยไม่มีการตรวจสอบ และทวนสอบย้อนกลับ ส่งผลเสียหายที่มีต่อเกษตรกร ต่อระบบราชการ และต่อประเทศชาติด้วย
เครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง ได้ทิ้งท้ายจดหมายว่า เพื่อให้เป็นไปตามาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ.๒๕๔๐ และพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการ พ.ศ.๒๕๓๙ ประกอบพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.๒๕๔๒ จึงขอให้ตอบจดหมายนี้ภายในระยะเวลา 30 วัน หรือถ้ามีคำสั่ง หือการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อกรณีนี้ โปรดแจ้งให้ทราบ









