thansettakij
thansettakij
จี้รัฐปลุกศก.  ชูนวัตกรรม

จี้รัฐปลุกศก. ชูนวัตกรรม

11 มิ.ย. 62 | 00:00 น.
อัปเดตล่าสุด :11 มิ.ย. 62 | 07:02 น.

เอกชนจี้รัฐบาลใหม่ขับเคลื่อนเรื่องเร่งด่วนปลุกเศรษฐกิจ  เผยฟอร์มทีมรัฐบาลเสร็จ จะนำตัวแทนสมาชิกยื่นสมุดปกขาวถึงแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมสู่อนาคต ค่ายชิ้นส่วนรถยนต์จับตานโยบายค่าแรงเป็นต้นทุนที่สูงขึ้น เร่งใช้หุ่นยนต์แก้ปัญหาระยะยาว

ทันทีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับเสียงโหวตจากสมาชิกรัฐสภา ส่วนใหญ่ด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภาหรือเกิน 376 เสียง เห็นชอบให้กลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้งด้วยผลโหวตสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ มีจำนวน 500 เสียง ขณะที่เสียงโหวตสนับสนุนนายธนาธรมี 244 เสียง และงดออกเสียง 3 คน ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มนํ้าจะขาดความเชื่อมั่นในการบริหารประเทศ 

“ฐานเศรษฐกิจ” สำรวจความเห็นจากภาคเอกชนว่า มีท่าทีต่อรัฐบาลประยุทธ์สมัย 2 อย่างไรบ้าง และภาครัฐควรขับเคลื่อนเรื่องสำคัญในเรื่องใดก่อน  รวมถึงการจับตาประเด็นปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นตํ่า หนึ่งในนโยบายหาเสียงของรัฐบาล

 

บิ๊กส.อ.ท.จี้รัฐ

ขับเคลื่อนเรื่องเร่งด่วน 

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เป็นไปตามคาดที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับเสียงโหวตให้เข้ามาทำงานสมัยที่ 2 และเชื่อว่าจะทำให้การทำงานสามารถขับเคลื่อนได้ทันทีด้วยทีมบริหารที่มีความรู้ความสามารถ  ส่วนเรื่องเร่งด่วนที่ส.อ.ท.อยากให้ขับเคลื่อนเร็วที่สุดเพราะมีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศนั้นมีหลายเรื่อง เบื้องต้นมี 4 เรื่องที่อยากให้รีบดำเนินการก่อนคือ 1.เร่งยกระดับราคาสินค้าเกษตรตัวหลักให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง 

2.รณรงค์สนับสนุนให้คนใช้สินค้าที่ผลิตจากไทย (Made in Thailand) โดยกระตุ้นให้ผู้บริโภคทั้งภาครัฐและภาคเอกชนซื้อสินค้าไทยเป็นหลัก รวมถึงการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ โดยหันมาเพิ่มการสนับสนุนสินค้าไทย เพราะปัจจุบันโครงการขนาดใหญ่มีมาก ก็ควรหันมาใช้สินค้าในประเทศให้มากขึ้นด้วย 3. เร่งเจรจาFTA กับประเทศกลุ่มEU และอินเดีย ที่เจรจาค้างไว้ เพื่อจะได้ช่วยผลักดันสินค้าไทยให้ส่งออกได้มากขึ้น

4.ภาครัฐควรสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในการพัฒนาสินค้าให้มีนวัตกรรมและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต เช่น การตั้งกองทุนนวัตกรรม (กองทุน Innovation Fund) โดยภาคเอกชนตั้งขึ้นมาและมีการบริจาคทุนเข้ามา เอกชนรายใดบริจาคก็สามารถไปหักภาษีได้ 3 เท่า โดยมีเงื่อนไขว่า คนที่มาใช้เงินจากกองทุนนวัตกรรมจะต้องเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเท่านั้น และจะต้องนำเงินไปใช้ในเรื่องนวัตกรรม การเพิ่มและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต

“จะรวบรวมเสียงจากสมาชิกภาคเอกชนทั้ง 45 กลุ่มอุตสาหกรรมซึ่งมีสมาชิกรวมกว่า 12,000 ราย อีกครั้ง เพื่อกำหนดเป็นสมุดปกขาวสรุปส่งถึงมือรัฐบาลต่อไปโดยจะนำตัวแทนสมาชิกยื่นสมุดปกขาวหลังจากที่รัฐบาลฟอร์มทีมเสร็จแล้ว”

สำหรับรายละเอียดในสมุดปกขาวที่จะยื่นถึงรัฐบาลประยุทธ์สมัย 2 จะเป็นแนวทาง
พัฒนาอุตสาหกรรมสู่อนาคต ประกอบด้วย 5 ด้าน คือการสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายภาคอุตสาหกรรรม,การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันอุตสาหกรรมไทย, การยกระดับเอสเอ็มอีและส่งเสริมสินค้า Made in Thailand, การเสริมสร้างธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบต่อสังคม และการยกระดับทักษะ ความรู้และคุณภาพชีวิตทรัพยากรมนุษย์

ส่วนกรณีที่มีการกล่าวถึงความไม่เชื่อมั่นต่อรัฐบาลที่มีเสียงปริ่มนํ้านั้น  เรื่องนี้ภาคเอกชนไม่ได้กังวลอะไร เพราะมองว่าเสียงปริ่มนํ้ากับเรื่องการทำงานของรัฐบาลคนละเรื่องกัน และมีความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลนี้จะบริหารจัดการได้ ที่สำคัญการทำงานด้านเศรษฐกิจ จะสามารถขับเคลื่อนได้ทันทีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการลงทุนใหม่ในพื้นที่อีอีซีที่เป็นผลงานชิ้นสำคัญของรัฐบาลที่แล้วที่จะสานต่อได้ทันที

 

จี้ลดเหลื่อมล้ำ-แก้ส่งออกวูบ

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกล่าวว่า เอกชนรอดูหน้าตาของรัฐบาล และทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งแม้จะเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มนํ้า แต่รัฐบาลก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดโดยยึดผลประโยชน์ชาติเป็นหลัก เรื่องเร่งด่วนที่เอกชนเตรียมเสนอรัฐบาลเร่งผลักดันทางคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน(กกร.)กำลังรวบรวมข้อมูลจัดทำเป็นสมุดปกขาวเสนอรัฐบาลชุดใหม่คาดจะแล้วเสร็จในเร็ว ๆ นี้ เรื่องหลัก ๆ อาทิ โครงการขนาดใหญ่ เช่นรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ การขยายท่าเรือ รองรับโครงการอีอีซี ขอให้เร่งดำเนินการต่อเนื่อง การลดความเหลื่อมลํ้าที่ไทยติดอันดับต้นๆ ของโลกประเทศที่มีความเหลื่อม ลํ้าสูง การแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน การแก้ไขอุปสรรคการประกอบธุรกิจ เพื่อให้การจัดอันดับความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจ (Doing Business) ของไทยให้ดีขึ้น

 

สานต่อนโยบายท่องเที่ยว

นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บ.ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า การมีนายกรัฐมนตรีและมีรัฐบาลชุดใหม่ถือเป็นสิ่งที่ดีที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชน สิ่งที่อยากฝากให้รัฐบาลใหม่เร่งดำเนินการคือ นโยบายด้านการท่องเที่ยวทำอย่างไรที่จะส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามามากขึ้น และมีมาตรการกระตุ้น การจับจ่ายทั้งเรื่องของภาษีนำเข้า, การคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นต้น

อย่างไรก็ดีในช่วงที่ผ่านมาพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนและเวียดนาม ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มที่มีการจับจ่ายสูง

 

“อาปิโก”ใช้หุ่นยนต์

300ตัวหนีค่าแรงพุ่ง

ด้านนายเย็บ ซู ชวน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เปิดเผยว่า นโยบายของรัฐจะเดินหน้าไปอย่างไร ในฐานะผู้ผลิตย่อมต้องทำตามนโยบายนั้นๆ ในส่วนของการปรับขึ้นค่าแรง สำหรับอาปิโกในช่วงที่ผ่านมาถือว่าไม่กระทบ เพราะมีการนำหุ่นยนต์เข้ามาใช้ในโรงงานเพิ่มขึ้น 

“เราไม่สามารถแก้ไขนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลได้ จึงต้องปรับตัวเอง ควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมไปถึงนำเข้าโรบอตที่ทันสมัย เหมือนโรงงานรถยนต์ ซึ่ง 2 -3 ปี ที่ผ่านมาเรานำโรบอตเข้ามาใช้ในโรงงานมากกว่า 300 ตัวแล้ว เฉลี่ยราคาโรบอทแต่ละตัว อยู่ที่ 5 แสนบาท-1 ล้านบาท ข้อดีของโรบอตคือรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ทำงานได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตามแรงงานที่เป็นคนก็มีความจำเป็นที่ต้องทำควบคู่กันไปด้วย”

ขณะที่นางอัชณา ลิมป์ไพฑูรย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีไทย โอโตซีทส์ อินดัสตรี จำกัด และอดีตนายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย เปิดเผยว่า นโยบายการปรับขึ้นค่าแรงจะส่งผลกระทบกับต้นทุนของผู้ประกอบการ และอาจมีการนำโรบอตเข้ามาทำงานแทนคนเร็วขึ้นเป็นการแก้ปัญหาระยะยาว ขณะที่บางรายไม่ตัดสินใจลงทุนเพิ่ม แต่เปลี่ยนเป็นออกไปลงทุนประเทศเพื่อนบ้านแทน 

หน้า 1 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,477 วันที่ 9 - 12 มิถุนายน พ.ศ. 2562

จี้รัฐปลุกศก.  ชูนวัตกรรม