
ปั้นเกาะรัตนโกสินทร์ แลนด์มาร์กใหม่เชื่อมรถไฟฟ้า
กทม.ดึงเอกชนร่วมบูรณาการ เชื่อมการเดินทางรับรถไฟฟ้า-ทางเดินเลียบคลองเกาะกรุงรัตนโกสินทร์-เมืองเก่าส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจนำร่องถนนราชินีก่อนขยายทั่วพื้นที่
จากการขยายเส้นทางรถไฟฟ้า เชื่อมการเดินทางระบบถนน การเดินทางทางนํ้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ผู้สัญจรในเขตกรุงเทพมหานครแล้ว ยังกลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ กระตุ้นการท่องเที่ยว โดยเฉพาะ เกาะรัตนโกสินทร์ นายศักดิ์ชัย บุญมา ผู้อำนวยการสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าอยู่ระหว่างการเร่งบูรณาการร่วมกับสำนักการวางผังและพัฒนาเมืองสำนักการระบายนํ้า สำนักสิ่งแวดล้อมสำนักงานเขตพระนคร รวมทั้งภาคเอกชนเร่งเชื่อมโยงพื้นที่เกาะกรุงรัตนโกสินทร์ ตลอดจนเมืองเก่า กับระบบรถไฟฟ้า ได้แก่สายสีนํ้าเงินส่วนต่อขยายและสายสีม่วงใต้บริเวณสถานีปากคลองตลาด กับสถานีสามยอด ตลอดจนรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกที่จุดกองสลากเดิมบนถนนราชดำเนิน เบื้องต้นใช้งบประมาณปี 2563 วงเงินกว่า 100 ล้านบาท โดยงบส่วนหนึ่งเอกชนช่วยสนับสนุน
“เน้นเพื่อเป็นแลนด์มาร์ก ใหม่ในพื้นที่เกาะกรุงรัตนโกสินทร์ และเมืองเก่านำร่องถนนราชินีที่จะเชื่อม 3 สถานีรถไฟฟ้าทั้งสายสีน้ำเงินและสีส้ม พร้อมกับจัดไอทีทันสมัยให้บริการทั้งกล้องวงจรปิดและไว-ไฟ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวจึงเชื่อว่าจะเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับพื้นที่ได้อย่างมาก”
นายศักดิ์ชัยกล่าวต่อว่า หากแผนชัดเจน สามารถเริ่มปรับ ปรุงถนน ระบบระบายนํ้า โดยเฉพาะการพัฒนาเส้นทางเลียบ คลองคูเมืองเดิม โดยเริ่มจากถนนราชินี ก่อนขยายไปยังโซนอื่นต่อไป คาดว่าภายใน 2-3 ปีจะเห็นภาพชัดเจนขึ้น ซึ่งล่าสุดได้ตั้งคณะทำงานเพื่อปรับภูมิทัศน์ตลอดแนวริมคลองหลอดหรือคลองคูเมืองเดิมซึ่งเป็นเฟสที่ 1 ส่วนเฟสที่ 2 นั้นจะพัฒนาย่านแพ่งต่างๆ อาทิ แพ่งสรรพศาสตร์ แพ่งนรา แพ่งภูธร ในพื้นที่ถนนอัษฎางค์ ถนนตะนาว ศาลเจ้าพ่อเสือให้เป็นถนนคนเดิน ส่วนเฟสที่ 3 จะเชื่อมให้ไปถึงย่านปากคลองตลาดที่เชื่อมเข้ากับรถไฟฟ้าสายสีนํ้าเงิน ดังนั้นในระยะเวลาอันใกล้นี้จะเห็นภาพการพัฒนาตามแนวโซนคูเมืองเดิมจนถึงภูเขาทอง และคลองโอ่งอ่างจะเกิดเป็นย่านการพัฒนาถนนคนเดินได้ตลอดทั้งเส้นทาง
“คาดว่าอนาคตส่งผลทำ ให้เห็นภาพว่า 1-2 ปีนี้จะพัฒนาอะไรบ้าง ใส่งบประมาณได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เมืองจะก้าวไปในทิศทางใด โดยเบื้องต้นนั้นจะเร่งจัดโครงสร้างการบริหารจัดการโครงการให้สอดคล้องกัน อาทิ รวมกองจัดรูปที่ดินที่สังกัดกับผังเมืองมารวมกับกองจัดกรรมสิทธิ์ซึ่งสังกัดสำนักการโยธา ในรูปแบบคณะทำงานที่จะส่งผลให้การทำงานสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยจะนำรูปแบบการจัดรูปที่ดินมาใช้บริหารจัดการแทนการเวนคืนมากขึ้น”
หน้า 9 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3468 ระหว่างวันที่ 9-11 พฤษภาคม 2562






