thansettakij
thansettakij
เห็นศก.โลกชะลอตัวชัดเจน ฉุดส่งออกสินค้าอุตฯติดลบ 6.1%

เห็นศก.โลกชะลอตัวชัดเจน ฉุดส่งออกสินค้าอุตฯติดลบ 6.1%

30 เม.ย. 62 | 08:49 น.

สศอ. เผยดัชนีอุตสาหกรรม มี.ค.62 ติดลบ 2.54 % เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ชี้ปัจจัยการส่งออกสินค้าอุตฯปรับลดลง 6.1 % เหตุเศรษฐกิจโลกชะลอตัว กระทบกำลังซื้อทั่วโลกลดลง จี้ผู้ประกอบการปรับตัวเบนเข็มส่งออกตลาด CLMV ยังเติบโตดีอย่างต่อเนื่องติดต่อกัน 27 เดือน

 

นายอิทธิชัย ยศศรี รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.)  เปิดเผยว่า  ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนมีนาคม 2562 ปรับตัวลดลง 2.54 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปีก่อน โดยอยู่ในระดับ 115.68 จากระดับ 118.70 ซึ่งส่งผลให้เอ็มพีไอในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ปรับตัวลดลง 1.13 % เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน เป็นผลจากการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมของไทยปรับตัวลดลงหรือติดลบ 6.1 % จากปัจจัยเศรษฐกิจโลกที่ชะลอ ทำให้กระทบกำลังซื้อทั่วโลกลดลง โดยพบว่าการส่งออก 60 ใน 94 ประเทศทั่วโลกมีตัวเลขการส่งออกที่ติดลบ

นายอิทธิชัย ยศศรี

อีกทั้ง เห็นได้จากการปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกของ IMF ที่คาดว่าจะขยายตัวอยู่ที่ 3.3 % ในปีนี้ จากเดิมที่ประเมินว่าจะเติบโตได้ 3.5 % เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ขณะที่ปริมาณการค้าโลกในปีนี้ ประเมินว่าจะขยายตัวเพียง 3.4 % ลดลงจากเป้าหมายเดิมที่ 4 %

 

ทั้งนี้ การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ปรับตัวลดลง เช่น อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ และเม็ดพลาสติก เป็นต้น นอกจากนี้ ยังพบว่า การนำเข้าสินค้าทุนเดือนมีนาคม 2562 หดตัว 2.4 % แสดงให้เห็นถึงผู้ประกอบการไม่มีการขยายกำลังการผลิตใหม่ ในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และเห็นได้จากการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป หดตัว 8.6 % แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการมียอดคำสั่งซื้อลดลง เช่น เคมีภัณฑ์ อุปกรณ์และส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เช่น แผงวงจรไฟฟ้า เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เป็นต้น

เห็นศก.โลกชะลอตัวชัดเจน ฉุดส่งออกสินค้าอุตฯติดลบ 6.1%

นายอิทธิชัย กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวก็ตาม แต่ในสถานการณ์ดังกล่าวกับพบว่า ภาวะเศรษฐกิจในแถบประเทศ  CLMV ยังมีการขยายตัวอยู่ในระดับ 6-10 % ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการไทยที่จะส่งออกสินค้าไปยังภูมิภาคนี้แทน ตลาดสหรัฐอเมริกา จีน ยุโรป ที่ได้รับผลกระบททางเศรษฐกิจและสงครามการค้า โดยเห็นได้จากการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมในปีที่ผ่านมามีการขยายตัวเพิ่มขึ้น 5.1 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือขยายตัวติดต่อกัน 27 เดือน  

 

ส่วนอุตสาหกรรมที่ส่งผลให้เอ็มพีไอในเดือนมีนาคม 2562 ขยายตัวได้แก่ รถยนต์และเครื่องยนต์  ขยายตัวเพิ่มขึ้น 2.47% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการผลิตรถปิคอัพ  รถยนต์นั่งขนาดเล็ก  และรถยนต์นั่งขนาดกลางเพิ่มขึ้น ตามความต้องการของตลาดภายในประเทศหลังสิ้นสุดมาตรการรถยนต์คันแรก  ผู้ผลิตได้เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่และทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย (บางกอกมอเตอร์โชว์)  โดยยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศขยายตัวเป็นบวกติดต่อกันเป็นเดือนที่ 27  รวมถึงการส่งออกที่ขยายตัวในตลาดเอเชีย  ตะวันออกกลาง  และยุโรป  ส่งผลให้ปริมาณการผลิครถยนต์สูงที่สุดในรอบ 68 เดือน

เห็นศก.โลกชะลอตัวชัดเจน ฉุดส่งออกสินค้าอุตฯติดลบ 6.1%

น้ำมันปิโตรเลียม  ขยายตัวเพิ่มขึ้น 2.01%  จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  จากผลิตภัณฑ์น้ำมันเบนซิน 95 เป็นหลัก  ซึ่งเป็นไปตามความต้องการใช้ภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น  ยาขยายตัวเพิ่มขึ้น 13.28%  จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  จากผลิตภัณฑ์ยาเม็ด  ยาฉีด  ยาผง  และยาครีม  เนื่องจากผู้ผลิตบางรายได้เร่งการผลิตเต็มที่หลังจากการติดตั้งเครื่องจักรใหม่ตั้งแต่ต้นปี ผลิตภัณฑ์นม  ขยายตัวเพิ่มขึ้น 6.85%  จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  เนื่องจากในปีนี้มีปริมาณน้ำนมดิบมากขึ้น  ผู้ผลิตจึงต้องผลิตสินค้าเพิ่มขึ้นเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม  รวมถึงการเปิดช่องทางใหม่ ๆ ในการจำหน่ายสินค้า  และขยายไปยังตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น  อาทิ  ประเทศเมียนมา  มาเลเซีย  และกัมพูชา

 

น้ำมันปาล์ม  ขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.63%  จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  จากผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มดิบและปาล์มบริสุทธิ์  โดยมีสาเหตุจากอากาศที่ร้อนจัดจึงส่งผลให้ผลปาล์มสุกเร็วขึ้น  อีกทั้งเกษตรกรหลายพื้นที่ได้เปลี่ยนมาปลูกน้ำมันปาล์มเพิ่มขึ้น

 

สำหรับภาวะอุตสาหกรรมสาขาที่สำคัญ ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้นั้น  อุตสาหกรรมรถยนต์  มีการผลิตรถยนต์ 561,487 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.04% โดยเป็นการจำหน่ายในประเทศ  263,549 คัน เพิ่มขึ้น 11.16% และเป็นการส่งออก 299,841 คัน เพิ่มขึ้น 1.56%

 

อุตสาหกรรมอาหาร  การผลิตและการส่งออกในภาพรวม ยังคงทรงตัวเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 0.3% และ 0.1% ตามลำดับ  แม้จะมีปัจจัยลบอย่างเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว  ประกอบกับสินค้าเกษตรที่ Over Supply ในปีก่อนอย่างสับปะรดกระป๋อง  โดยการผลิตสับปะรดกระป๋องในปีก่อนฐานค่อนข้างสูงและระดับราคาปรับตัวลดลงมาก  รวมทั้งการเร่งระบายสต็อกไก่สดแช่เย็นแช่แข็งที่ผลิตไว้ในช่วงปลายปี  และฐานในปีก่อนค่อนข้างสูง  แต่ยังคงมีปัจจัยบวกสำคัญจากการเร่งกำลังการผลิตน้ำตาลให้ทันช่วงปิดหีบอ้อย  อีกทั้งความต้องการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย  ในสินค้าแป้งมันสำปะหลัง  ทูน่ากระป๋อง  ซาร์ดีนกระป๋อง  และไก่แปรรูปในประเทศคู่ค้าสำคัญ  เช่น  ญี่ปุ่น  สหราชอาณาจักร และกลุ่มประเทศอาเซียน

 

อุตสาหกรรมปิโตรเคมี  ในไตรมาสที่ 1 ปี 2562  การผลิตปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.59 % จากการผลิตเพื่อการส่งออกที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น  ในขณะที่ราคาปิโตรเคมีเฉลี่ยอยู่ที่ 1,185 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อตัน

เห็นศก.โลกชะลอตัวชัดเจน ฉุดส่งออกสินค้าอุตฯติดลบ 6.1%