thansettakij
thansettakij
3,000โรงงานดิ้น  หนีลดใช้พลาสติก

3,000โรงงานดิ้น หนีลดใช้พลาสติก

29 เม.ย. 62 | 00:05 น.
อัปเดตล่าสุด :29 เม.ย. 62 | 06:07 น.

ภาครัฐ-เอกชนจับมือรณรงค์ลดใช้พลาสติกแก้ปัญหาขยะล้นเมือง! ส่งผลภาพรวมอุตสาหกรรมเติบโตแค่ 1-2% ด้านโรงงานผลิตกว่า 3,000 รายเร่งปรับตัวหันใช้วัสดุจากธรรมชาติทดแทน

แต่ละปีประเทศไทยต้องเผชิญกับขยะพลาสติกและโฟมที่มีอยู่มากกว่า 2.7 ล้านตัน หรือเฉลี่ย 7,000 ตันต่อวัน แบ่งเป็นขยะพลาสติกกว่า2 ล้านตัน และขยะโฟม 7 แสนตันทำให้ไทยจัดอยู่ในอันดับ 6 ของประเทศที่มีขยะพลาสติกมากที่สุดในโลก (ข้อมูลกรมควบคุมมลพิษ) ทำให้ภาครัฐกำหนดให้ การจัดการขยะเป็น “วาระแห่งชาติ” โดยกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้จัดทำโรดแมปการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ.2561-2573 มีเป้าหมายในการเลิกใช้พลาสติกชนิดต่างๆ ภายในปี 2565 ส่งผลให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างร่วมรณรงค์เพื่อช่วยลดขยะพลาสติกและโฟมอย่างหนัก

นายสุรศักดิ์ เหลืองอร่ามศรี รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเพียงโรดแมป ไม่ได้ออกเป็นกฎหมายบังคับใช้ ซึ่งระหว่างทางต้องมีการให้การศึกษา การจัดกิจกรรม และการประเมินความพร้อมของผู้บริโภค อย่างไรก็ดีในส่วนของโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกที่มีอยู่กว่า 3,000 รายทั่วประเทศ ได้ปรับตัวมาระยะหนึ่งแล้ว เพราะเรื่องนี้เป็นเทรนด์ของโลก เช่น ได้หันไปใช้วัสดุในการผลิตทดแทนพลาสติกมากขึ้น เช่น ไบโอพลาสติกจากข้าวโพด มันสำปะหลังที่ย่อยสลายได้ง่ายกว่าในการผลิตหลอด กล่องใส่อาหารมากขึ้น

“การดำเนินการคงต้องค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งปัจจุบันมีห้างค้าปลีกเริ่มมาคุยแล้วว่าจะยกเลิกขายหลอดพลาสติกในปี 2565 ทำให้หลอดไบโอพลาสติกซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดมีราคาแพงขึ้นจากปกติ 3 เท่า ขณะที่หลอดกระดาษแพงกว่าหลอดพลาสติก 5 เท่า ซึ่งถ้าประกาศเป็นกฎหมายเลิกใช้หลอดพลาสติกคนเดือดร้อนก็คือผู้บริโภค ขณะที่ผลกระทบเวลานี้โรงงานพลาสติกขนาดเล็กหลายรายได้เลิกกิจการ สัญญาณจากซัพพลายหลอดพลาสติกในตลาดหายไป จากผู้ประกอบการปรับตัวไม่ได้”

 

อุตสาหกรรมพลาสติกเติบโตลดลง

นายเกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันพลาสติก กล่าวว่า จากมาตรการลดการใช้พลาสติกที่ออกมา เชื่อว่าจะทำให้อุตสาหกรรมพลาสติกโดยรวมขยายตัวเพียง 1-2% ต่อปี จากปัจจุบันเติบโตปีละ 5-6% โดยเฉพาะโรงงานผลิตถุงพลาสติกที่มีอยู่ราว 600 แห่ง จะได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก จากยอดขายที่ลดลง ดังนั้นผู้ประกอบการในกลุ่มนี้จะต้องเร่งปรับตัว หันไปผลิตถุงพลาสติกที่มีคุณภาพสูงขึ้นหรือมีความหนามากกว่า 36 ไมครอน เพื่อให้สามารถนำถุงพลาสติกที่ใช้แล้วสามารถนำกลับมาใช้ซํ้าได้อีก 3,000โรงงานดิ้น  หนีลดใช้พลาสติก

อีกทั้ง ขณะนี้ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจหมุนเวียนหรือการนำทรัพยากรมาใช้ซํ้าให้เกิดมูลค่าสูงสุด โดยเฉพาะในสหภาพยุโรป และออสเตรเลีย ที่หันมาใช้ถุงพลาสติกที่มีการนำถุงพลาสติกที่ใช้แล้วนำมาหลอมปนอยู่ในถุงพลาสติกใหม่ในสัดส่วนถึง 80% ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดมาก ก็เป็นทางออกของผู้ประกอบการได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งเข้าใจว่าขณะนี้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กำลังเร่งจัดทำแผนในการส่งเสริมเรื่องนี้อยู่

 

ดึงซุป’ตาร์ร่วมรณรงค์

ขณะที่หน่วยงานภาครัฐอย่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ได้ร่วมมือกับภาคเอกชนต่างๆ เช่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) สมาคมการค้าธุรกิจในแม่นํ้าเจ้าพระยา ในการจัดทำปฏิญญา“เที่ยวไทยเท่ ไม่สร้างขยะ ลดโลกเลอะ” เพื่อลดการใช้พลาสติกในแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียว (single-use plastics) ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และในปีนี้ททท.ได้ขยายการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบสู่ภาคประชาชน โดยได้ดึง “เป๊ก ผลิตโชค” มาร่วมรณรงค์ “ลดโลกเลอะ” ในปีนี้ โดยมีเป้าหมายลดการใช้พลาสติกในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวลง 50% ภายในปี 2563 พร้อมๆ กับการมุ่งประชาสัมพันธ์ให้เกิดกระแสการท่องเที่ยวแบบรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

เช่นเดียวกับภาคเอกชนอย่างบมจ. ซีพีออลล์ หรือเซเว่น อีเลฟเว่น ที่ดึง “ตูน บอดี้สแลม” มาเป็นพรีเซนเตอร์ร่วมรณรงค์ลดและเลิกใช้ถุงพลาสติกที่เซเว่นฯ ร่วมกับ 13 องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน จัดขึ้นในแคมเปญ “ลดวันละถุง คุณทำได้” อย่างไรก็ดีพบว่า ตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการมาจนถึงวันที่ 24 เมษายน 2562 มีการลดใช้ถุงพลาสติกไปแล้วกว่า 338 ล้านใบ รวมยอดบริจาคกว่า 67 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีภาคเอกชนที่ร่วมรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติก ด้วยแคมเปญและกรรมวิธีต่างๆ มากมาย อาทิ ห้างเซ็นทรัล, เดอะ มอลล์ กรุ๊ป, แม็คโคร, เทสโก้ โลตัส, สตาร์บัคส์, อเมซอน คาเฟ่, อินทนิล, ทรูคอฟฟี่ เป็นต้น