
สศอ. เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ก.พ. 62 ยังแกร่ง|!!
นายณัฐพล รังสิตพล ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือน ก.พ. 2562 ยังคงแข็งแกร่ง แม้ได้รับผลกระทบจากการหยุดผลิตเพื่อซ่อมบำรุงเครื่องจักรที่ชำรุดของอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าขั้นมูลฐานของผู้ผลิตบางรายที่ลดการผลิตลงกว่าร้อยละ 14.4 โดยที่ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือน ก.พ. หดตัวลงร้อยละ 1.6 เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน อีกทั้งภาพรวมอุตสาหกรรมที่ดีขึ้น จนทำให้การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม (ไม่รวมทองคำแท่ง) ขยายตัวที่ร้อยละ 6.0 โดยอุตสาหกรรมสำคัญที่ส่งผลบวกต่อ MPI เดือน ก.พ. 2562 ได้แก่ รถยนต์และเครื่องยนต์ น้ำตาล สุรา น้ำมันปิโตรเลียม และเม็ดพลาสติก
สำหรับอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือน ก.พ. ที่มีการขยายตัว ได้แก่ รถยนต์และเครื่องยนต์ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.14 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากรถปิคอัพ 1 ตัน ที่ยอดจำหน่ายในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.59 รวมถึงรถยนต์นั่งขนาดกลางที่ยอดจำหน่ายในประเทศเพิ่มขึ้น ร้อยละ 69.78 และยอดส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 59.59 โดยเป็นผลจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่และการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ผลิต
น้ำตาล ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.91 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากน้ำตาลทรายดิบและกากน้ำตาล โดยมีสาเหตุจากโรงงานน้ำตาลที่ขยายกำลังการผลิตและการสร้างโรงงานน้ำตาลใหม่ ส่งผลให้กำลังการหีบอ้อยเพิ่มขึ้น
สุรา ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 65.56 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากสรุราขาวและสุราผสม โดยมีสาเหตุจากการหยุดผลิตเพื่อซ่อมบำรุงเครื่องจักรในปีก่อน รวมถึงการเร่งผลิตเพื่อรองรับการบริโภคในช่วงเทศกาลสงกรานต์ น้ำมันปิโตรเลียม ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.93 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากน้ำมันเบนซิน 95 น้ำมันเครื่องบินและแก๊สโซฮอล์ 95 ที่เป็นไปตามความต้องการใช้นำมันในประเทศเพื่อการเดินทางขนส่งที่ขยายตัวต่อเนื่อง
ส่วนเม็ดพลาสติก ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.48 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากผลิตภัณฑ์ Polyethylene เนื่องจากมีการเร่งผลิตเต็มที่หลังจากการขยายกำลังการผลิตตั้งแต่เดือน มี.ค. 2561 ของผู้ผลิตบางราย
ส่วนอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ดัชนีอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เดือน ก.พ. 2562 มีค่า 101.55 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนขยายตัวร้อยละ 3.48 จากผลิตภัณฑ์ Polystyrene resin (PS), Expandable polystyrene (EPS), ABS resin และ Polyethylene resin (PE) ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.94 16.26 11.55 และ 7.34 ตามลำดับ เนื่องจากการขยายตัวของตลาดส่งออก จากการที่สหรัฐฯ ประกาศเลื่อนการเก็บภาษีนำเข้าจากจีน









