thansettakij
thansettakij
4 กระทรวง งัดมาตรการส่งเสริมลงทุนยกระดับประเทศไทย

4 กระทรวง งัดมาตรการส่งเสริมลงทุนยกระดับประเทศไทย

04 มี.ค. 62 | 08:15 น.
อัปเดตล่าสุด :04 มี.ค. 62 | 17:36 น.

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดคมนาคม กล่าวในงานสัมมนา "รวมมาตรการสนับสนุน เพื่อยกระดับประเทศไทย" ว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมและโลจิสติกส์ ปัจจุบัน โครงสร้างพื้นฐานของคมนาคม แบ่งเป็น ทางถนน 4.6 แสนกิโลเมตร, ระบบราง 4 พันกิโลเมตร, ทางน้ำ 5.2 พันกิโลเมตร และทางอากาศ (38 แห่ง) 5.3 หมื่นกิโลเมตร

โดยยุทธศาสตร์และแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคมขนส่งของไทยปี 2558-2565 แบ่งเป็น 5 แผน คือ การพัฒนาโครงข่ายรถไฟระหว่างเมือง 31 โครงการ, พัฒนาบริการและโครงข่ายการขนส่งสาธารณะ 24 โครงการ, เพิ่มโครงการข่ายการขนส่งทางน้ำ 15 โครงการ, เสริมสร้างความสามารถการขนส่งทางอากาศ 15 โครงการ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งของการเชื่อมโยงระหว่างฐานการผลิตภายในประเทศกับประเทศเพื่อนบ้าน 26 โครงการ รวมทั้งสิ้นเป็น 111 โครงการ
 

4 กระทรวง งัดมาตรการส่งเสริมลงทุนยกระดับประเทศไทย


สำหรับแผนงานด้านการพัฒนาท่าอากาศยาน ปัจจุบัน ท่าอากาศยานที่เป็นศูนย์กลางหลัก มี 2 แห่ง คือ ดอนเมืองและสุวรรณภูมิ จะพัฒนาท่าอากาศยานศูนย์กลางรอง คือ ที่เชียงใหม่และภูเก็ต นอกจากนี้ ยังมีท่าอากาศยานระดับภาค 10 แห่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่เมืองขนาดใหญ่ ที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนในจังหวัดและภาค

ส่วนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งระยะ 20 ปี (ปี 2561-2580) แบ่งเป็น 2 เป้าหมาย คือ รองรับความต้องการภาคสังคมและกลไกขับเคลื่อน ปัจจุบัน โครงสร้างพื้นฐานของคมนาคม แบ่งเป็น ทางถนน 4.6 แสนกิโลเมตร, ระบบราง 4 พันกิโลเมตร, ทางน้ำ 5.2 พันกิโลเมตร และทางอากาศ (38 แห่ง) 5.3 หมื่นกิโลเมตร เคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาโครงการใหญ่ในพื้นที่อีอีซีหลายโครงการ ได้แก่ โครงการรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-ระยอง, ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือมาบตาพุด ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ, ท่าอากาศยานอู่ตะเภา, โครงการมอเตอร์เวย์ หมายเลข 7 และโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย
 

4 กระทรวง งัดมาตรการส่งเสริมลงทุนยกระดับประเทศไทย

นายสรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ความสามารถของการแข่งขันทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทยในปัจจุบัน อยู่ที่อันดับที่ 30 จากทั้งหมด 63 ประเทศ ซึ่งถือว่าอยู่ในอันดับกลาง ๆ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับดุลการชำระเงินด้านเทคโนโลยีของประเทศนั้น ยังขัดกันอยู่ เนื่องจากแต่ละปีที่ผ่านมาจะมีรายจ่ายสูงกว่ารายรับเสมอ ซึ่งในปีล่าสุด อย่าง 2560 ประเทศมีรายรับจากด้านเทคโนโลยี 151,414 ล้านบาท แต่มีรายจ่ายเพียง 364,097 ล้านบาท ทั้งนี้ เชื่อว่า การเน้นพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศในอนาคตจะช่วยทำให้เกิดความสมดุลและความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีได้

นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า แผนงานสำคัญปี 2561-25621 แบ่งเป็น รัฐบาลดิจิทัล คือ ศูนย์ข้อมูลและการให้บริการคลาวด์ภาครัฐ, โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ได้แก่ เน็ตประชารัฐ, ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ คณะกรรมการรักษาความมั่นคงทางโซเชียล, กำลังคนดิจิทัล การอบรมใช้งานดิจิทัลแก่ประชาชน, การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ได้แก่ เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (830 ไร่)

นายณัฐพล รังสิตพล ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ทิศทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม 4.0 ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่ 4.0 เพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของไทยให้เติบโตไม่น้อยกว่า 4.5% ภายในปี 2564

โดยการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ ยานยนต์สมัยใหม่ หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม เศรษฐกิจชีวภาพ การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ ส่วนการแปรรูปอาหารอยู่ระหว่างขั้นตอนนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนในระยะต่อไป ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การบินและโลจิสติกส์ การแพทย์ครบวงจร การท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดี และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และดิจิทัล

4 กระทรวง งัดมาตรการส่งเสริมลงทุนยกระดับประเทศไทย