thansettakij
thansettakij
พาณิชย์เตรียมเซ็นเอ็มโอยู 8 โครงการร่วมกทม.ดันสตรีตฟูดสร้างแลนด์มาร์คใหม่

พาณิชย์เตรียมเซ็นเอ็มโอยู 8 โครงการร่วมกทม.ดันสตรีตฟูดสร้างแลนด์มาร์คใหม่

21 มิ.ย. 60 | 10:49 น.
อัปเดตล่าสุด :21 มิ.ย. 60 | 17:49 น.
พาณิชย์ เตรียมลงนามเอ็มโอยู 8 โครงการร่วม กทม. 29 มิ.ย.นี้ จัดพื้นที่รองรับสตรีตฟูด-หาบเร่แผงลอยตามบัญชานายกฯให้อยู่ร่วมกับสังคมได้ ดันเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ “สนธิรัตน์” ระบุภายในปีนี้เตรียมเปิดตั วตลาดออร์แกนิก นำร่อง 4 เคหะชุมชน

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เพื่อเดินหน้าการผลักดันเศรษฐกิจฐานรากซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลในปีนี้ กระทรวงเตรียมลงนามความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ เพื่อทำแผนพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการรายย่อยที่เป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจฐานรากจำนวน 7 – 8 โครงการ อาทิ การพัฒนาร้านอาหารริมทางเท้า (สตรีตฟูด) ให้อยู่ร่วมกับสังคมได้ และการจัดหาพื้นที่ให้กับพ่อค้าแผงลอยที่ได้รับความเดือดร้อนจากการจัดระเบียบของ กทม.

[caption id="attachment_166963" align="aligncenter" width="503"] นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์[/caption]

 

อย่างไรก็ดี โครงการความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นในครั้งนี้ กระทรวงจะเน้นหนักไปที่การพัฒนาศักยภาพของพ่อค้าแม่ค้าใน กทม. หลังได้รับความเดือดร้อนจากการจัดระเบียบพื้นที่ไปก่อนหน้านี้ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการโดยตรงให้เร่งดำเนินการ เนื่องจากไทยเป็นผู้นำในเรื่องของสตรีตฟูดของโลกอยู่แล้ว ดังนั้นหากมีความร่วมมือกับ กทม.ในฐานะเจ้าของพื้นที่ และกระทรวงพาณิชย์เป็นฝ่ายสนับสนุนการตลาดก็จะเป็นโอกาสของธุรกิจดังกล่าวเพิ่มขึ้น

“กระทรวงพาณิชย์จะเข้าไปช่วยจัดหาสถานที่ให้กับผู้ประกอบการสตรีตฟูดต่างๆ ซึ่งพบว่าปัจจุบันมีการรวมกลุ่มรถขายอาหารกว่า 200 คันแล้ว โดยพื้นที่ที่จะจัดทำในครั้งนี้ จะกลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่สำคัญของสตรีตฟูด และมีการรวมสินค้าหาบเร่เข้าไปบริการด้วย ซึ่งผู้บริโภคจะได้รับความสะดวกสบาย โดยพื้นที่จอดรถจะอยู่ในระยะไม่ไกลจากสตรีตฟูด ถือเป็นการแก้ไขปัญหาการจัดระเบียบพ่อค้าหาบเร่ และเป็นการยกระดับกลไกสำคัญของเศรษฐกิจฐานรากด้วย”

นายสนธิรัตน์ กล่าวอีกว่า นอกจากความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นแล้ว ขณะนี้ยังได้สั่งการให้กรมการค้าภายใน ไปศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดทำมาตรฐานสินค้าปลอดภัย และมาตรฐานสินค้าออร์แกนิกให้เป็นมาตรฐานของกระทรวงพาณิชย์เอง เพื่อนำสินค้าจากชุมชนเข้ามาขายในตลาดประชารัฐที่กระทรวงดำเนินการอยู่ เพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคในการหาซื้อสินค้าปลอดสารพิษ และออร์แกนิก อีกทั้งยังเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับชุมชนโดยตรง โดยจะนำร่อง 4 ตลาดเคหะประชารัฐในเขตห้วยขวาง คลองจั่น ดินแดง และบ่อนไก่ เปิดตัวในเดือนกันยายนนี้