
ทีพีเอ็นจ่อเอ็มโอยูขยายท่อส่งน้ำมันไปจีน
นายณัฐพงษ์ รัตนสุวรรณทวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ เอสซี กรุ๊ป เปิดเผยว่า ความคืบหน้าของโครงการขยายระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(อีสาน) วันนี้(23 พฤษภาคม 2560) ทีพีเอ็นได้ลงนามสัญญาความร่วมมือ(เอ็มโอยู)ร่วมกับบริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย จำกัด (แทปไลน์) เพื่อเชื่อมต่อท่อขนส่งน้ำมันของแทปไลน์ที่จ.สระบุรี เบื้องต้นการออกแบบระบบท่อขนส่งน้ำมันนั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงส่วนของคลังน้ำมันที่ต้องมีการปรับแบบเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับพื้นที่ก่อสร้างจริง
ขณะที่การจัดทำรายงานผลการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) ก็ได้เริ่มเข้าแนะนำโครงการและประสานงาน กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ที่เส้นทางท่อจะวางผ่าน อาทิ ผู้ว่าราชการจังหวัด พลังงานจังหวัด ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีและตระหนักถึงประโยชน์ของโครงการที่จะนำไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค การจ้างแรงงานในท้องถิ่น พร้อมกันนี้ทางบริษัทยังได้ประสานกับหน่วยงานของแต่ละจังหวัดเพื่อจัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน คาดว่าจะใช้เวลาในส่วนของการจัดทำรายงานผลการวิเคราะห์ประมาณ 15-18 เดือน คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ภายในปี 2562 และจะแล้วเสร็จภายในปี 2565 คาดว่าจะใช้เงินลงทุน 1.2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นเงินลงทุนคลังน้ำมัน 4 พันล้านบาท และเงินลงทุนท่อ 8 พันล้านบาท
นอกจากการดำเนินการเตรียมความพร้อมด้านการก่อสร้างแล้ว บริษัทยังได้เข้าหารือกับกรมศุลกากร กรมสรรพสามิต และสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยเพื่อหาแนวทางการส่งเสริมปริมาณน้ำมันส่งออกทางท่อในภูมิภาค อาทิเช่นเขตปลอดภาษีอากรหรือการขยายจุดจัดเก็บภาษี (Tax Point) ปลายท่อ เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางพลังงานของภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าความต้องการใช้น้ำมันในอีสานปัจจุบันอยู่ที่ 2.7 พันล้านลิตรต่อวัน และคาดว่าความต้องการใช้น้ำมันจะเติบโตขึ้นเป็น 3.3 พันล้านลิตรต่อปีในอีก 10 ปีข้างหน้า
นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนขยายท่อส่งน้ำมันไปยังประเทศ สปป.ลาว และจีนตอนใต้ ปัจจุบันประเทศไทยมีการส่งออกน้ำมันทางรถบรรทุกไปยัง สปป.ลาว อีกทั้ง สปป.ลาว มีการส่งออกน้ำมันต่อไปยังประเทศจีนตอนใต้ ซึ่งที่ผ่านบริษัทได้เข้าหารือกับผู้ค้าน้ำมันทั้งภายในประเทศและต่างประเทศเพื่อนำเสนอโครงการและข้อมูลเชิงพาณิชย์ที่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ค้าน้ำมันจาก สปป.ลาวและประเทศจีน ที่มีความสนใจโครงการของบริษัท ขณะนี้อยู่ระหว่างการพูดคุยในรายละเอียดเพื่อนำไปสู่การลงนามบันทึกข้อตกลงในเร็วๆนี้ โดยในส่วนของการศึกษาขยายลงทุนใน สปป.ลาว ได้มีการเซ็นเอ็มโอยูเบื้องต้นไปแล้ว คาดว่าจะมีความชัดเจนโรงการลงทุนภายในไตรมาส 3 ปีนี้ ขณะที่การขยายท่อส่งน้ำมันไปยังจีน อยู่ระหว่างขั้นตอนการศึกษารายละเอียดลงนามเอ็มโอยูกับบริษัทน้ำมันรัฐวิสาหกิจของจีนต่อไป
ขณะที่การจัดทำรายงานผลการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) ก็ได้เริ่มเข้าแนะนำโครงการและประสานงาน กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ที่เส้นทางท่อจะวางผ่าน อาทิ ผู้ว่าราชการจังหวัด พลังงานจังหวัด ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีและตระหนักถึงประโยชน์ของโครงการที่จะนำไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค การจ้างแรงงานในท้องถิ่น พร้อมกันนี้ทางบริษัทยังได้ประสานกับหน่วยงานของแต่ละจังหวัดเพื่อจัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน คาดว่าจะใช้เวลาในส่วนของการจัดทำรายงานผลการวิเคราะห์ประมาณ 15-18 เดือน คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ภายในปี 2562 และจะแล้วเสร็จภายในปี 2565 คาดว่าจะใช้เงินลงทุน 1.2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นเงินลงทุนคลังน้ำมัน 4 พันล้านบาท และเงินลงทุนท่อ 8 พันล้านบาท
นอกจากการดำเนินการเตรียมความพร้อมด้านการก่อสร้างแล้ว บริษัทยังได้เข้าหารือกับกรมศุลกากร กรมสรรพสามิต และสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยเพื่อหาแนวทางการส่งเสริมปริมาณน้ำมันส่งออกทางท่อในภูมิภาค อาทิเช่นเขตปลอดภาษีอากรหรือการขยายจุดจัดเก็บภาษี (Tax Point) ปลายท่อ เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางพลังงานของภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าความต้องการใช้น้ำมันในอีสานปัจจุบันอยู่ที่ 2.7 พันล้านลิตรต่อวัน และคาดว่าความต้องการใช้น้ำมันจะเติบโตขึ้นเป็น 3.3 พันล้านลิตรต่อปีในอีก 10 ปีข้างหน้า
นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนขยายท่อส่งน้ำมันไปยังประเทศ สปป.ลาว และจีนตอนใต้ ปัจจุบันประเทศไทยมีการส่งออกน้ำมันทางรถบรรทุกไปยัง สปป.ลาว อีกทั้ง สปป.ลาว มีการส่งออกน้ำมันต่อไปยังประเทศจีนตอนใต้ ซึ่งที่ผ่านบริษัทได้เข้าหารือกับผู้ค้าน้ำมันทั้งภายในประเทศและต่างประเทศเพื่อนำเสนอโครงการและข้อมูลเชิงพาณิชย์ที่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ค้าน้ำมันจาก สปป.ลาวและประเทศจีน ที่มีความสนใจโครงการของบริษัท ขณะนี้อยู่ระหว่างการพูดคุยในรายละเอียดเพื่อนำไปสู่การลงนามบันทึกข้อตกลงในเร็วๆนี้ โดยในส่วนของการศึกษาขยายลงทุนใน สปป.ลาว ได้มีการเซ็นเอ็มโอยูเบื้องต้นไปแล้ว คาดว่าจะมีความชัดเจนโรงการลงทุนภายในไตรมาส 3 ปีนี้ ขณะที่การขยายท่อส่งน้ำมันไปยังจีน อยู่ระหว่างขั้นตอนการศึกษารายละเอียดลงนามเอ็มโอยูกับบริษัทน้ำมันรัฐวิสาหกิจของจีนต่อไป









