
ครม.ไฟเขียวงบพันล้านศูนย์ฯเชียงของ ขบ.คาดเซ็นสัญญาสร้างปลายพค.นี้
กลุ่มรับเหมาสามประสิทธิ์ ลุ้นเซ็นสัญญาสร้างศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ ค่ากว่า 1,300 ล้านปลาย พค.นี้ ด้านขบ.ยันพร้อมเซ็นสัญญาบริษัทควบคุมงานค่า 20 ล้านต่อเนื่องทันที หลังครม.ไฟเขียวโครงการวงเงินเกินพันล้านบาทเรียบร้อยแล้ว
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคมว่าครม.ได้ประชุมเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2560 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคมโดย ครม. ได้รับทราบการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ สำหรับรายการงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ที่มีวงเงินรวมตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รายการจ้างเหมาก่อสร้างศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จ.เชียงราย ระยะที่ 1 วงเงิน 1,360 ล้านบาท โดยก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 - 2562 และให้ยกเว้นมติ ครม. เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2559 กรณีรายจ่ายลงทุนที่มีวงเงินรวมตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ที่ให้ก่อหนี้ผูกพันให้แล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 และเบิกจ่ายให้สอดคล้องกับงวดงาน
โดยศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จ.เชียงราย ระยะที่ 1 มีเนื้อที่ 330 ไร่ 18 ตารางวา อยู่ห่างจากสะพานมิตรภาพไทย - ลาว แห่งที่ 4 ประมาณ 1 กิโลเมตร สามารถรองรับสินค้าได้ 2.7 แสนทีอียู. คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2563 โดย ขบ. ได้ดำเนินการประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ผลการประกวดราคาเป็นเงิน 1,360 ล้านบาท ผู้ชนะการประกวดราคา คือ ห้างหุ้นส่วนจำกัดสามประสิทธิ์ ซึ่งสำนักงบประมาณได้เห็นชอบความเหมาะสมของราคาค่าก่อสร้างในวงเงินดังกล่าวแล้ว โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 จำนวน 281 ล้านบาท ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายแล้ว ส่วนที่เหลือ จำนวน 1,078 ล้านบาท ผูกพันงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 - 2562 ซึ่งรายการดังกล่าวอยู่ภายในวงเงินงบประมาณ และระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณจาก ครม.
นายอาคมกล่าวอีกว่า นอกจากนั้นครม.ยังรับทราบรายงานการเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum (WEF) on ASEAN เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2560 ณ กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้เข้าร่วมการอภิปรายในหัวข้อ Countering the Connectivity Conundrum ซึ่งมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง เพื่อเพิ่มโอกาสในการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางให้กับประชาชน ส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืนด้านเศรษฐกิจและสังคม และยกระดับการแข่งขันด้านการขนส่งสินค้าในระดับภูมิภาคสู่ตลาดสากล รวมถึงประเด็นเกี่ยวการรับมือกับอุปสรรคในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานให้เป็นรูปธรรม อาทิ ปัญหาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงด้านโยบายและทิศทางการดำเนินงาน ปัญหาด้านทรัพยากรที่มีจำกัด และความเป็นไปได้ในการดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชน
ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงคมนาคมได้มีการวางแผนแม่บทระยะยาว 5 ปีแรก เน้นเชื่อมโยงกับประเทศที่มีชายแดนติดกันใน 3 ประเด็น ได้แก่ การเชื่อมโยงในตัวเมืองด้วยระบบรถไฟฟ้าเชื่อมระหว่างการเดินทางทางบกและทางน้ำ การเชื่อมโยงระหว่างเมืองด้วยรถไฟทางคู่และทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) รวมถึงการเชื่อมโยงระหว่างประเทศกับกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งต้องหารือเรื่องกฎ ระเบียบเกี่ยวกับการขนส่งข้ามแดนต่อไป
นอกจากนั้นยังเข้ารายงานผลการประชุม Belt and Road Forum for International Cooperation (BRF) ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งครม. รับทราบการเข้าร่วมการประชุม Belt and Road Forum for International Cooperation (BRF) ระดับ High-level Dialogue ณ China National Convention Center (CNCC) เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2560 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมี นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นประธานเปิดงาน ประเทศที่เข้าร่วมการประชุม 110 ประเทศ ในส่วนของกระทรวงคมนาคมได้เน้นย้ำเรื่องการเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐานทุกมิติให้เป็นหนึ่งเดียว โดยเล็งเห็นว่านโยบายวันเบลท์วันโรด จะเป็นความหวังในช่วงที่โลกต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนจากการเปลี่ยนแปลง
ทั้งนี้ การเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว เป็นการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนของไทยในฐานะประเทศหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจของจีน และเป็นโอกาสอันดีที่ไทยจะได้แสดงวิสัยทัศน์ด้านความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจการค้า การลงทุน การเงิน และการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมบทบาทของไทยในการเชื่อมโยงจีนกับกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขงและภูมิภาคอาเซียน
ด้านนายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมการขนส่งทางบก(ขบ.) กล่าวว่า โครงการดังกล่าวใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 24 เดือนนับจากวันลงนามสัญญา คาดว่าภายในปลายเดือนพฤษภาคมนี้จะสามารถลงนามสัญญากับกลุ่มบริษัทสามประสิทธิ์ได้ นอกจากนั้นยังจะมีการลงนามกับบริษัทที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างโครงการดังกล่าวนี้ภายใต้วงเงิน 20 ล้านบาทต่อเนื่องกันไปอีกด้วย
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคมว่าครม.ได้ประชุมเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2560 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคมโดย ครม. ได้รับทราบการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ สำหรับรายการงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ที่มีวงเงินรวมตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รายการจ้างเหมาก่อสร้างศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จ.เชียงราย ระยะที่ 1 วงเงิน 1,360 ล้านบาท โดยก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 - 2562 และให้ยกเว้นมติ ครม. เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2559 กรณีรายจ่ายลงทุนที่มีวงเงินรวมตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ที่ให้ก่อหนี้ผูกพันให้แล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 และเบิกจ่ายให้สอดคล้องกับงวดงาน
โดยศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จ.เชียงราย ระยะที่ 1 มีเนื้อที่ 330 ไร่ 18 ตารางวา อยู่ห่างจากสะพานมิตรภาพไทย - ลาว แห่งที่ 4 ประมาณ 1 กิโลเมตร สามารถรองรับสินค้าได้ 2.7 แสนทีอียู. คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2563 โดย ขบ. ได้ดำเนินการประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ผลการประกวดราคาเป็นเงิน 1,360 ล้านบาท ผู้ชนะการประกวดราคา คือ ห้างหุ้นส่วนจำกัดสามประสิทธิ์ ซึ่งสำนักงบประมาณได้เห็นชอบความเหมาะสมของราคาค่าก่อสร้างในวงเงินดังกล่าวแล้ว โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 จำนวน 281 ล้านบาท ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายแล้ว ส่วนที่เหลือ จำนวน 1,078 ล้านบาท ผูกพันงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 - 2562 ซึ่งรายการดังกล่าวอยู่ภายในวงเงินงบประมาณ และระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณจาก ครม.
นายอาคมกล่าวอีกว่า นอกจากนั้นครม.ยังรับทราบรายงานการเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum (WEF) on ASEAN เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2560 ณ กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้เข้าร่วมการอภิปรายในหัวข้อ Countering the Connectivity Conundrum ซึ่งมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง เพื่อเพิ่มโอกาสในการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางให้กับประชาชน ส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืนด้านเศรษฐกิจและสังคม และยกระดับการแข่งขันด้านการขนส่งสินค้าในระดับภูมิภาคสู่ตลาดสากล รวมถึงประเด็นเกี่ยวการรับมือกับอุปสรรคในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานให้เป็นรูปธรรม อาทิ ปัญหาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงด้านโยบายและทิศทางการดำเนินงาน ปัญหาด้านทรัพยากรที่มีจำกัด และความเป็นไปได้ในการดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชน
ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงคมนาคมได้มีการวางแผนแม่บทระยะยาว 5 ปีแรก เน้นเชื่อมโยงกับประเทศที่มีชายแดนติดกันใน 3 ประเด็น ได้แก่ การเชื่อมโยงในตัวเมืองด้วยระบบรถไฟฟ้าเชื่อมระหว่างการเดินทางทางบกและทางน้ำ การเชื่อมโยงระหว่างเมืองด้วยรถไฟทางคู่และทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) รวมถึงการเชื่อมโยงระหว่างประเทศกับกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งต้องหารือเรื่องกฎ ระเบียบเกี่ยวกับการขนส่งข้ามแดนต่อไป
นอกจากนั้นยังเข้ารายงานผลการประชุม Belt and Road Forum for International Cooperation (BRF) ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งครม. รับทราบการเข้าร่วมการประชุม Belt and Road Forum for International Cooperation (BRF) ระดับ High-level Dialogue ณ China National Convention Center (CNCC) เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2560 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมี นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นประธานเปิดงาน ประเทศที่เข้าร่วมการประชุม 110 ประเทศ ในส่วนของกระทรวงคมนาคมได้เน้นย้ำเรื่องการเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐานทุกมิติให้เป็นหนึ่งเดียว โดยเล็งเห็นว่านโยบายวันเบลท์วันโรด จะเป็นความหวังในช่วงที่โลกต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนจากการเปลี่ยนแปลง
ทั้งนี้ การเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว เป็นการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนของไทยในฐานะประเทศหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจของจีน และเป็นโอกาสอันดีที่ไทยจะได้แสดงวิสัยทัศน์ด้านความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจการค้า การลงทุน การเงิน และการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมบทบาทของไทยในการเชื่อมโยงจีนกับกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขงและภูมิภาคอาเซียน
ด้านนายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมการขนส่งทางบก(ขบ.) กล่าวว่า โครงการดังกล่าวใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 24 เดือนนับจากวันลงนามสัญญา คาดว่าภายในปลายเดือนพฤษภาคมนี้จะสามารถลงนามสัญญากับกลุ่มบริษัทสามประสิทธิ์ได้ นอกจากนั้นยังจะมีการลงนามกับบริษัทที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างโครงการดังกล่าวนี้ภายใต้วงเงิน 20 ล้านบาทต่อเนื่องกันไปอีกด้วย











