thansettakij
thansettakij
กรมชลฯ เร่งกำจัดผักตบชวา ดันเป็นวาระแห่งชาติ

กรมชลฯ เร่งกำจัดผักตบชวา ดันเป็นวาระแห่งชาติ

16 พ.ค. 60 | 09:50 น.
อัปเดตล่าสุด :16 พ.ค. 60 | 17:19 น.
กรมชลประทาน เตรียมพร้อมเครื่องจักรและบุคลากร กำจัดผักตบชวารับมือฤดูน้ำหลาก มั่นใจหากทุกหน่วยบูรณาการร่วมมือกันทำงาน วาระแห่งชาติ “เขตปลอดผักตบชวา” เป็นความจริงแน่นอน

นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมประทานได้เตรียมความพร้อมทั้งบุคลกรและเครื่องจักรในการกำจัดผักตบชวา ที่จะมีมากในช่วงฤดูฝนเพื่อไม่ให้ขีดขวางการระบายน้ำ โดยตั้งเป้าภายในวันที่ 30 กันยายน 2560 นี้ จะต้องกำจัดผักตบชวาในพื้นชลประทานทั่วประเทศให้แล้วเสร็จ โดยเฉพาะในแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะต้องใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ในการกำจัด เพราะมีปริมาณค่อนข้างมากและน้ำลึก ซึ่งจำเป็นจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และปฏิบัติงานทุกๆ วัน มิฉะนั้นอาจจะไม่ทันต่อการแพร่ขยายพันธุ์ของผักตบชวาได้ เนื่องจากเป็นวัชพืชที่เติบโตได้เร็วมาก

ทั้งนี้ล่าสุดจากการสำรวจผักตบชวาในแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ขึ้นไปจนถึงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์ ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร พบว่ายังมีผักตบชวาประมาณ 40,000 ตัน ซึ่งขณะนี้กรมชลประทานได้บูรณาการร่วมกับทางกรมเจ้าท่า จังหวัดชัยนาท หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานทหารในพื้นที่วางแผนในการกำจัดผักตบชวาจำนวนดังกล่าวให้ไม่กีดขวางการระบายน้ำ คาดว่าภายในวันที่ 30 พฤษภาคม 2560 นี้ ก่อนที่เข้าสู่ฤดูน้ำหลาก ผักตกชวาจะไม่กีดขวางการระบายน้ำอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตามเพื่อกำจัดผักตบชวาให้หมดสิ้นตามนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ “เขตปลอดผักตบชวา” และได้แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวา ซึ่งมี พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกำกับดูแลนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกรมเจ้าท่า หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัด และหน่วยงานทหาร จะต้องบูรณาการประสานความร่วมมือในการทำงานและทำให้เป็นงานประจำ   ซึ่งในส่วนของกรมชลประทานได้กำหนดให้เป็นงานประจำ และมีการเฝ้าระวังตลอดเวลาแล้ว

S__24248428

รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าวต่อว่า กรมชลประทานได้ตั้งเป้าในการกำจัดวัชพืชและผักตบชวา ในแม่น้ำสายหลัก ได้แก่ แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำน้อย แม่น้ำเจ้าพระยา และในคลองชลประทานต่างๆ ให้ได้จำนวน 332,000 ตัน ขณะนี้ได้กำจัดอย่างต่อเนื่องไปแล้ว 264,000 ตัน หรือคิดเป็นร้อยละ 79.52 และในฤดูฝนปีนี้คาดว่า จะมีผักตบชวาในแม่น้ำสายหลักที่ไหลมาติดหน้าอาคารชลประทานอีกประมาณ 50,000 ตัน ซึ่งกรมชลประทานได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการวางแผนกำจัดแล้ว

“ผักตบชวาสามารถแพร่พันธุ์ได้ง่ายและเติบโตรวดเร็วมาก จึงต้องอาศัยวิธีการกำจัดอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกับการกำจัดขยะ ดังนั้นหากราษฎรที่มีทางน้ำผ่านหน้าบ้านแล้วช่วยเก็บหรือกำจัดวัชพืชน้ำเหล่านี้ หรือช่วยกันสอดส่องดูแล   ถ้าหากมีจำนวนมากสามารถแจ้งไปยังหน่วยงานของกรมชลประทานในพื้นที่ให้มาดำเนินการกำจัดได้ตลอดเวลา  ซึ่งจะเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำ ระบายน้ำ ฟื้นฟูทัศนียภาพของแม่น้ำ ลำคลองได้โดยตรง และช่วยรัฐประหยัดงบประมาณ  ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการแก้ปัญหาและจำกัดผักตบชวาหมดไปอย่างถาวรแน่นอน” นายทองเปลวกล่าว

สำหรับการกำจัดผักตบชวาให้สิ้นซากนั้น แม้จะเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน รวมทั้งประชาชนร่วมมือกัน ก็จะสามารถทำเป็นเขตปลอดผักตบชวาได้ ซึ่งการกำจัดผักตบชวามีแนวทางหลักๆ 2 แนวทางคือ 1. การใช้เครื่องจักรและใช้แรงงานคน โดยถ้าหากเป็นแม่น้ำหรือคลองขนาดกลาง-ขนาดใหญ่จะใช้เครื่องจักรเป็นหลัก  ส่วนคลองขนาดเล็กจะใช้แรงงานคนเป็นหลัก และ 2. การใช้สารเคมีและสารชีวภาพ ซึ่งการใช้สารเคมีจะสามารถกำจัดและทำลายให้สิ้นซากได้ แต่จะไม่เป็นผลดีต่อสภาพแวดล้อม ส่วนการใช้สารชีวภาพจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่ไม่สามารถกำจัดผักตบชวาให้สิ้นซากได้ในเวลาที่จำกัดอย่างไรก็ตามขณะนี้รัฐบาลได้ให้คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทำการวิจัยการกำจัดผักตบชวาด้วยสารจุลินทรีย์ หากประสบผลสำเร็จก็จะสามารถกำจัดได้โดยไม่มีสิ่งตกค้างหรือ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม