thansettakij
thansettakij
"สมคิด-อภิรดี"อ้อนฮ่องกงนำเข้าสินค้าไทยเพิ่ม

"สมคิด-อภิรดี"อ้อนฮ่องกงนำเข้าสินค้าไทยเพิ่ม

27 เม.ย. 60 | 13:47 น.
อัปเดตล่าสุด :27 เม.ย. 60 | 20:47 น.
“สมคิด-อภิรดี”ถกผู้ค้าฮ่องกงนำเข้าข้าวคุณภาพสูงของไทยเพิ่ม คาดปีนี้ไทยครองส่วนแบ่งตลาดทะลุ 70% ตามเป้าหมายแน่ พร้อมดึง 2 บริษัทดังนำเข้าสินค้าไทยมากขึ้น

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยระหว่างเดินทางเยือนฮ่องกง ร่วมกับคณะของนายสมคิด  จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีว่า ได้หารือกับ 4 สมาคมผู้นำเข้าข้าวของฮ่องกง เพื่อขอให้นำเข้าข้าวจากไทยเพิ่ม โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ รวมไปถึงข้าวคุณภาพสูง และข้าวชนิดพิเศษสำหรับตลาดเฉพาะ เช่น ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวหอมนิล ข้าวสังข์หยด และข้าวอินทรีย์ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมสำหรับผู้มีรายได้สูง และกลุ่มคนรักสุขภาพในฮ่องกง ที่ผ่านมาไทยส่งออกข้าวรวมทุกประเภทมายังฮ่องกงประมาณปีละ 3 แสนตัน มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 68% คาดในปีนี้จะมีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นจนทะลุเป้าหมายที่ 70% แน่นอน

 

“ในอดีตไทยเคยส่งออกข้าวมายังฮ่องกงเป็นอันดับหนึ่ง มีส่วนแบ่งการตลาดมากถึง 90% ก่อนมีโครงการรับจำนำข้าว แต่หลังจากนั้นก็ถูกแย่งไปเหลือแค่ 40% พอมาในช่วง 2-3 ปีมานี้ รัฐบาลก็ได้มีการเจรจากับผู้นำเข้าข้าว จนทำให้ส่วนแบ่งกลับมาเพิ่มขึ้น  ณ ตอนนี้ มีส่วนแบ่งตลาดแล้ว 68% และการมาคุยครั้งนี้ ยังได้มาทำความเข้าใจกับผู้ค้าข้าวว่า ข้าวหอมมะลิของไทยได้มีการปรับปรุงมาตรฐานใหม่ที่ดีมากขึ้น จึงอยากให้ผู้ค้าข้าวไม่ต้องกังวล และจะมีการกำหนดชื่อเรียกออกมาให้ไม่เกิดความสับสน พร้อมกับหาทางส่งเสริมการขายข้าวผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซมากขึ้น”

[caption id="attachment_144381" align="aligncenter" width="394"] นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์[/caption]

ด้านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้ส่งออกข้าวของไทยมีความพร้อมส่งออกข้าว จึงอยากให้ฮ่องกงช่วยนำเข้าข้าวเพิ่มมากขึ้น ส่วนใครมีความต้องการเรื่องอะไรก็ขอให้บอก และอยากให้รู้ว่า การนำเข้าข้าวจากไทยนั้น นอกจากจะได้ข้าวคุณภาพดีไม่เหมือนที่อื่นแล้ว ยังช่วยเหลือชาวนาของประเทศไทยได้มีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาชาวนาไทยน่าสงสารเพราะเป็นกลุ่มคนที่มีรายได้น้อยรัฐบาลต้องเข้ามาให้ความช่วยเหลือ ส่วนกรณีของข้าวไทยที่ถูกอ้างว่า มีคุณภาพไม่ดีจนราคาตกนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะข้าวของไทยคุณภาพดีมาก แต่ที่ผ่านมาราคาตกไปเพราะการทำนโยบายบางอย่างจนทำให้ข้าวราคาตกไปช่วงหนึ่งเท่านั้น

สำหรับสถานการณ์การค้าข้าวไทยกับฮ่องกงในปี 2559 ฮ่องกงนำเข้าข้าวจากไทย ปริมาณ 1.97 แสนตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5.09% ส่วนปี 2560 (ม.ค.-ก.พ.) ฮ่องกงนำเข้าข้าวจากไทย 3.55 หมื่นตัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 5.16% โดยไทยสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดในฮ่องกงได้ 68% ซึ่งปัจจุบันฮ่องกงเองถือเป็นตลาดการค้าข้าวคุณภาพดีที่สำคัญของไทย โดยกรมการค้าต่างประเทศ และสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ยังได้ร่วมมือประชาสัมพันธ์ข้าวไทยเชิงรุก เพื่อรักษาและขยายส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตามยังได้หารือกับบริษัท 759 ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำร้านสะดวกซื้อของฮ่องกงกว่า 200 สาขา ช่วยนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวกับข้าวของไทยมาขายในร้าน เช่น ข้าวหุงสำเร็จรูป และขนมขบเคี้ยวที่ทำจากข้าวและมันสำปะหลัง รวมไปถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ จากไทย ทั้งขิงผง ผลไม้อบแห้ง กาแฟ และน้ำมันรำข้าว ซึ่งจากนี้ไปจะมีการหารือกับผู้ผลิตโดยตรง

นอกจากนี้ยังหารือกับบริษัทฮ็อปเชน เพื่อขอให้นำเข้าผัก และผลไม้จากประเทศไทยเพิ่มขึ้นอีก 2 เท่าตัว จากเดิมที่มีมูลค่าการนำเข้ารวมปีละ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในเวลา 2 ปี ซึ่งจากการหารือเอกชนเองก็สนใจที่จะนำเข้าผลไม้เพิ่ม โดยเฉพาะทุเรียน แต่ก็ฝากให้ประเทศไทยช่วยดูแลปัญหาของทุเรียนอ่อน พร้อมกันนี้ยังต้องการนำเข้าผลไม้อื่นๆเพิ่มเติม เช่น ชมพู่ มังคุด กล้วย และผักต่างๆ ซึ่งถ้าสามารถนำมาขายให้กับเอกชนได้ เชื่อว่าจะเป็นผลดี เพราะประเทศจีนจะนิยมซื้อสินค้าจากฮ่องกง เพราะมองว่า เป็นสินค้าคุณภาพดี