"เจเน็ต เยลเลน" อดีตประธานเฟดเป็น 1 ในสตรี 3 คนที่ได้รับเสนอชื่อเป็น "รัฐมนตรีคลังสหรัฐ" คนใหม่

16 พ.ย. 2563 เวลา 2:49 น.737

"เจเน็ต เยลเลน" อดีตประธานเฟด ติดโผเป็น 1 ในผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีคลังในรัฐบาลของนายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ  หากเยลเลนเข้าวิน เธอจะเป็นรมว.คลังหญิงคนแรกของสหรัฐ

 

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานการเปิดเผยของแหล่งข่าวระบุว่า นางเจเน็ต เยลเลน อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้รับการพิจารณาให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐในรัฐบาลของว่าที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งผลงานและคุณสมบัติของเธอนั้นมีความโดดเด่นท่ามกลางผู้ได้รับการเสนอชื่อคนอื่น ๆ 

นางเจเน็ต เยลเลน อดีตประธานสตรีคนแรกของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะได้เป็นรัฐมนตรีคลังสตรีคนแรกด้วย

ทั้งนี้ นายไบเดนได้สัญญาว่าจะเลือกคณะรัฐมนตรีที่มีความหลากหลาย ซึ่งหมายความว่า เขาอาจเลือกรัฐมนตรีคลังที่เป็นคนผิวสี หรือเป็นสตรีคนแรกในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ

 

ปัจจุบัน นางเยลเลนทำงานให้กับสถาบันวิจัยบรูคกิ้งส์ เธอเป็นหนึ่งในกลุ่มนักเศรษฐศาสตร์ที่ได้จัดทำรายงานสรุปเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจให้กับนายไบเดนรับทราบนับตั้งแต่เดือนส.ค.ที่ผ่านมา เมื่อนายไบเดนยอมรับการเสนอชื่อเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ

 

ในสมัยของประธานาธิบดีบารัก โอบามานั้น นางเยลเลนนับเป็นสตรีคนแรกที่ได้รับเลือกเป็นประธานเฟดหนึ่งสมัย ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะแต่งตั้งนายเจอโรม พาวเวลล์ ขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนปัจจุบัน

 

เจเน็ต เยลเลน ได้ขึ้นเป็นประธานเฟดต่อจากนายเบน เบอร์นันเก้ ในปี 2557 ก่อนหน้านั้นเธอดำรงตำแหน่งรองประธานเฟด การรับตำแหน่งหัวเรือใหญ่ของเฟดครั้งนั้นกลายเป็นที่จับตามองของคนทั้งโลก เนื่องจากเยลเลนเป็นสตรีคนแรกในรอบ 100 ปีที่ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเฟด

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

        

นอกเหนือจากนางเจเน็ต เยลเลน แล้ว บุคคลอื่น ๆที่ได้รับการเสนอชื่อสำหรับตำแหน่งรัฐมนตรีคลังซึ่งอยู่ในการพิจารณาของนายไบเดน ยังได้แก่ นางลาเอล เบรนาร์ด (Lael Brainard) ซึ่งปัจจุบันเป็นหนึ่งในกรรมการระดับนโยบายของระบบธนาคารกลางสหรัฐฯ และเคยดำรงตำแหน่งรองรัฐมนตรีคลังฝ่ายกิจการระหว่างประเทศในยุครัฐบาลอดีตปธน.บารัก โอบามา มีผลงานการรับมือกับวิกฤตยูโรโซนและวิกฤตการเงินโลกพร้อมกันในยุคนั้นมาก่อน

นางลาเอล เบรนาร์ด

อีกคนคือ นางซาราห์ บลูม แรสคิน (Sarah Bloom Raskin) อดีตคณะกรรมการระดับนโยบายของระบบธนาคารกลางสหรัฐเช่นกัน เธอเคยเป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังที่เป็นสตรีคนแรกและคนเดียวที่ได้ดำรงตำแหน่งสำคัญนี้ในกระทรวงการคลังของสหรัฐ

ซาราห์ บลูม แรสคิน

นอกจากนี้ ยังมีชื่อของนายโรเจอร์ เฟอร์กูสัน อดีตรองประธานเฟด และนายราฟาเอล บอสติก (Raphael Bostic) ประธานระบบธนาคารกลางสหรัฐ ภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นคนผิวสีคนแรกที่ได้ดำรงตำแหน่งนี้ และยังเคยเป็นอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเคหะและพัฒนาเขตเมืองในยุครัฐบาลปธน.บารัก โอบามา สมัยแรก

 

สื่อต่างประเทศรายงานว่า ไม่ว่าใครจะเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีคลังคนใหม่ของสหรัฐ เขาคนนั้น ไม่ว่าหญิงหรือชาย จะต้องพบกับโจทย์ใหญ่ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจถดถอย การว่างงาน ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ รวมทั้งปัญหาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งแตกต่างจากขุนคลังในยุคก่อนๆ ที่มักจะเน้นแก้ปัญหาความท้าทายเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลก การกอบกู้ระบบการเงินอเมริกัน และการรับมือกับสงครามการค้าโลก

 

สิ่งที่เป็นความท้าทายสำหรับรัฐมนตรีคลังคนใหม่ ในการแก้ปัญหาภายในประเทศของสหรัฐนั้น มีตั้งแต่การตัดสินใจว่าจะคงการขาดดุลงบประมาณประเทศต่อไปหรือไม่ การตัดสินใจเรื่องการใช้งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อช่วยเหลือธุรกิจและครัวเรือนจากผลกระทบของโควิด-19 รวมทั้งการพิจารณาการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ในอนาคต

 

ส่วนประเด็นพิจารณาระดับโลกที่รัฐมนตรีคลังคนใหม่ของสหรัฐต้องเผชิญ คือการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดการปัญหาการเลี่ยงภาษีของธุรกิจขนาดใหญ่ และประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยเฉพาะสงครามการค้ากับจีน