2 ธันวาคม 2020
- WWW.SETTRADE.COM -  SET  1,420.87  -  -         Value  -  Mil.Baht         SET50  919.58  -  -         Value  -  Mil.Baht         SET100  2,050.63  -  -         Value  -  Mil.Baht         sSET  676.28  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETCLMV  944.43  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETHD  1,001.37  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETTHSI  878.67  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETWB  911.78  -  -         Value  -  Mil.Baht         mai  328.08  -  -         Value  -  Mil.Baht             AGRO  440.13  -  -       AGRI  237.32  -  -       FOOD  12,467.80  -  -           CONSUMP  94.73  -  -       FASHION  527.64  -  -       HOME  24.63  -  -       PERSON  257.34  -  -           FINCIAL  141.53  -  -       BANK  326.75  -  -       FIN  4,342.27  -  -       INSUR  12,012.90  -  -           INDUS  101.37  -  -       AUTO  427.77  -  -       IMM  41.49  -  -       PAPER  3,741.46  -  -       PETRO  947.22  -  -       PKG  4,507.78  -  -       STEEL  22.63  -  -           PROPCON  105.04  -  -       CONMAT  9,343.30  -  -       PROP  211.29  -  -       PF&REIT  177.19  -  -       CONS  59.38  -  -           RESOURC  195.54  -  -       ENERG  22,303.38  -  -       MINE  4.78  -  -           SERVICE  441.28  -  -       COMM  35,101.18  -  -       HELTH  4,869.52  -  -       MEDIA  45.09  -  -       PROF  146.48  -  -       TOURISM  389.43  -  -       TRANS  348.54  -  -           TECH  168.84  -  -       ETRON  3,447.12  -  -       ICT  137.35  -  -       TFEX       SET50 Index Futures       S50Z20  -  -  -        S50F21  -  -  -        S50G21  -  -  -        S50H21  -  -  -        S50M21  -  -  -        S50U21  -  -  -      Sector Index Futures       BANKZ20  -  -  -        COMMZ20  -  -  -        ENERGZ20  -  -  -        FOODZ20  -  -  -        ICTZ20  -  -  -      Single Stock Futures       AAVZ20  -  -  -        ADVANCZ20  -  -  -        AEONTSZ20  -  -  -        AMATAZ20X  -  -  -        AOTZ20  -  -  -        APZ20  -  -  -        BAZ20  -  -  -        BANPUZ20  -  -  -        BAYZ20  -  -  -        BBLZ20  -  -  -        BCHZ20  -  -  -        BCPZ20  -  -  -        BCPGZ20X  -  -  -        BDMSZ20  -  -  -        BEAUTYZ20  -  -  -        BECZ20  -  -  -        BEMZ20  -  -  -        BGRIMZ20  -  -  -        BHZ20  -  -  -        BJCZ20  -  -  -        BLAZ20  -  -  -        BLANDZ20  -  -  -        BPPZ20  -  -  -        BTSZ20X  -  -  -        CBGZ20  -  -  -        CENTELZ20  -  -  -        CHGZ20  -  -  -        CKZ20  -  -  -        CKPZ20  -  -  -        COM7Z20X  -  -  -        CPALLZ20  -  -  -        CPFZ20  -  -  -        CPNZ20  -  -  -        DELTAZ20  -  -  -        DTACZ20  -  -  -        EAZ20  -  -  -        EASTWZ20  -  -  -        EGCOZ20  -  -  -        EPGZ20  -  -  -        ERWZ20  -  -  -        ESSOZ20  -  -  -        GFPTZ20  -  -  -        GLOBALZ20X  -  -  -        GPSCZ20  -  -  -        GULFZ20Y  -  -  -        GUNKULZ20  -  -  -        HANAZ20  -  -  -        HMPROZ20  -  -  -        ICHIZ20  -  -  -        INTUCHZ20  -  -  -        IRPCZ20  -  -  -        ITDZ20  -  -  -        IVLZ20  -  -  -        JASZ20  -  -  -        JMTZ20  -  -  -        KBANKZ20  -  -  -        KCEZ20  -  -  -        KKPZ20  -  -  -        KTBZ20  -  -  -        KTCZ20  -  -  -        LHZ20  -  -  -        LPNZ20  -  -  -        MZ20  -  -  -        MAJORZ20  -  -  -        MBKZ20  -  -  -        MEGAZ20  -  -  -        MINTZ20X  -  -  -        MTCZ20  -  -  -        ORIZ20  -  -  -        OSPZ20  -  -  -        PLANBZ20  -  -  -        PRMZ20  -  -  -        PSHZ20  -  -  -        PSLZ20  -  -  -        PTGZ20  -  -  -        PTTZ20  -  -  -        PTTEPZ20  -  -  -        PTTGCZ20  -  -  -        QHZ20  -  -  -        RATCHZ20  -  -  -        ROBINSZ20X  -  -  -        RSZ20  -  -  -        SZ20  -  -  -        SAMARTZ20  -  -  -        SAWADZ20  -  -  -        SCBZ20X  -  -  -        SCCZ20  -  -  -        SGPZ20  -  -  -        SIRIZ20  -  -  -        SPALIZ20  -  -  -        SPCGZ20  -  -  -        SPRCZ20  -  -  -        STAZ20  -  -  -        STECZ20  -  -  -        STPIZ20  -  -  -        SUPERZ20  -  -  -        TASCOZ20  -  -  -        TCAPZ20  -  -  -        THAIZ20  -  -  -        THANIZ20X  -  -  -        THCOMZ20  -  -  -        THGZ20  -  -  -        TISCOZ20  -  -  -        TKNZ20  -  -  -        TMBZ20  -  -  -        TOAZ20  -  -  -        TOPZ20  -  -  -        TPIPLZ20  -  -  -        TPIPPZ20  -  -  -        TQMZ20  -  -  -        TRUEZ20  -  -  -        TTAZ20  -  -  -        TTCLZ20  -  -  -        TTWZ20  -  -  -        TUZ20  -  -  -        TVOZ20  -  -  -        UNIQZ20  -  -  -        VGIZ20  -  -  -        VNGZ20  -  -  -        VNTZ20  -  -  -        WHAZ20  -  -  -        WHAUPZ20  -  -  -      GF10 Futures       GF10Z20  26,080  +290  2,727        GF10G21  26,110  +290  1,773        GF10J21  26,170  +280  440      GF50 Futures       GFZ20  26,040  +240  11        GFG21  26,140  +300  21        GFJ21  26,120  +280  6      Gold Online Futures       GOZ20  1,815.50  +21.20  17,176        GOH21  1,823.30  +21.30  6,384      Silver Online Futures       SVFZ20  24.07  +0.87  263        SVFH21  24.01  +0.78  69      GOLD-D       GDZ20  -  -  -        GDH21  -  -  -      USD Futures       USDZ20  -  -  -        USDF21  -  -  -        USDG21  -  -  -        USDH21  -  -  -      BB3 Futures       BB3Z20  -  -  -        BB3H21  -  -  -      TGB5 Futures       TGB5Z20  -  -  -        TGB5H21  -  -  -      Japanese Rubber Futures       JRFZ20  -  -  -        JRFF21  -  -  -        JRFG21  -  -  -        JRFH21  -  -  -        JRFJ21  -  -  -        JRFK21  -  -  -      RSS3 Futures       RSS3Z20  -  -  -        RSS3F21  -  -  -        RSS3G21  -  -  -        RSS3H21  -  -  -        RSS3J21  -  -  -        RSS3K21  -  -  -        RSS3M21  -  -  -      RSS3D Futures       RSS3DZ20  -  -  -        RSS3DF21  -  -  -        RSS3DG21  -  -  -        RSS3DH21  -  -  -        RSS3DJ21  -  -  -        RSS3DK21  -  -  -        RSS3DM21  -  -  -      Index Options       Most Active Call Volume     Most Active Put Volume         

ประท้วง "สหรัฐ" ม็อบเดือดลามทั่ว ทวง “ความเป็นธรรม” แด่คนผิวสี   

31 May 2020 05:10 น.

สถานการณ์ การประท้วง ใน "สหรัฐ" ดุเดือดและลุกลามไปทั่ว เพื่อทวง “ความเป็นธรรม” แด่คนผิวสีกรณี "“จอร์จ ฟลอยด์”


ม็อบที่ทำการประท้วงในสหรัฐ ทวงความเป็นธรรม ให้กับ “จอร์จ ฟลอยด์” ชายผิวสีเหยื่อความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเมืองมินนิอาโปลิส กำลังแผ่ขยายออกไปในกว่า 30 เมืองใหญ่ของสหรัฐ สถานการณ์ในหลายพื้นที่แปรเปลี่ยนเป็นการจลาจล มีรายงานเจ้าหน้าที่ถูกยิงเสียชีวิตแล้ว 1 นาย

"ไม่มีความยุติธรรม ไม่มีวันสงบสุข" เป็นข้อความบนป้ายของผู้ชุมนุมหลายร้อยคนที่มารวมตัวกันในบริเวณสวนสาธารณะลาฟาแยต ด้านนอกทำเนียบขาวเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา การประท้วงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกระแสความเคลื่อนไหวในสังคมที่กำลังแผ่ขยายวงกว้างอย่างน่ากลัวไปทั่วสหรัฐฯ และเป็นความคุกรุ่นที่เกิดขึ้นใกล้จะครบ 1 สัปดาห์แล้ว

 

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (26 พ.ค.)  ประชาชนจำนวนมากได้ออกมาชุมนุมประท้วงหน้าสถานีตำรวจในเมืองมินนิอาโปลิส มลรัฐมินเนโซตา สหรัฐอเมริกา เพื่อเรียกร้องทวงความยุติธรรมให้กับนายจอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวสีที่ตกเป็นเหยื่อคนล่าสุดของการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจผิวขาว เขาเสียชีวิตหลังถูกจับกุมเมื่อวันที่ 25 พ.ค.   

ผู้ประท้วงบุกเผาสถานีตำรวจในเมืองมินนิอาโปลิสเมื่อคืนวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา

สถานการณ์ประท้วงในวันนั้นปะทุเป็นเหตุรุนแรงจนเกิดจลาจล และมีผู้ฉวยโอกาสวางเพลิง เผารถ ปล้นร้านค้า จนตำรวจต้องตัดสินใจใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตาสลายฝูงชน แต่แทนที่เหตุการณ์จะจบลง กลับกลายเป็นว่าการประท้วงในมินเนโซตา ได้จุดประกายให้เกิดกระแสการชุมนุมประท้วงทวงความเป็นธรรมและต่อต้านการเหยียดสีผิวภายใต้แฮชแท็ก #JusticeForGeorgeFloyd (ทวงยุติธรรมให้จอร์จ ฟลอยด์) ลุกลามไปในกว่า 30 เมืองของหลายมลรัฐทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา บางแห่งเป็นเพียงการประท้วงอย่างสงบ แต่หลายแห่งก็เต็มไปด้วยความรุนแรงถึงขั้นจลาจล และดูจะไม่จบลงง่าย ๆ

 

ที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือท่าทีและคำพูดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ขยันโพสต์บนทวิตเตอร์เกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น กลับดูเป็นการเหยียดหยันผู้ชุมนุม แบ่งแยก และสนับสนุนการใช้ความรุนแรงโดยผู้มีอำนาจ ยิ่งเป็นเหมือนการสาดน้ำมันลงในกองเพลิง

อ่าน เทย์เลอร์ สวิฟต์ ทวีตเดือด ขู่โหวตไล่ “ทรัมป์” พ้นตำแหน่งพ.ย.นี้





สแกนความโกลาหลทั่วประเทศ

ในเมืองมินนิอาโปลิสซึ่งเป็นเมืองต้นเรื่อง มีการออกคำสั่งเคอร์ฟิวช่วงกลางคืน ระหว่าง 20.00-6.00 น. ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา (29 พ.ค.) หลังจากที่การประท้วงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่องหลายวันและมีการขัดคำสั่งเคอร์ฟิว ทางการประกาศนำกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ (National Guard) จำนวนนับพันนาย เข้ามาสนธิกำลังกับตำรวจเพื่อควบคุมสถานการณ์

 

ขณะที่เมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน มีการประกาศภาวะฉุกเฉิน บังคับใช้เคอร์ฟิวเช่นกัน ตั้งแต่ช่วงค่ำวันศุกร์ (เวลาท้องถิ่น) จนถึง 6.00น วันรุ่งขึ้น และจะเริ่มอีกครั้งในคืนวันเสาร์ถึงเช้าวันอาทิตย์ (31 พ.ค.) หลังจากเกิดเหตุประท้วงลุกลามกลายเป็นการจลาจล มีการปล้นสะดมร้านค้า และโจมตีสถานีตำรวจ

 

นายเท็ด วีลเลอร์ นายกเทศมนตรีเมืองพอร์ตแลนด์ ทวีตว่า “มีการเผาตึกที่มีคนอยู่ข้างใน มีการขโมยของจากธุรกิจทั้งเล็กและใหญ่ การข่มขู่และทำร้ายนักข่าว ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางโรคระบาดที่ผู้คนต่างพบกับความสูญเสียทุกอย่างอยู่แล้ว นี่จึงไม่เรียกว่าการเปลี่ยนแปลงที่มีคุณค่าความหมายในชุมชนของเรา แต่เป็นสิ่งที่น่าขยะแขยง”

วันเดียวกันที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ทางการประกาศภาวะฉุกเฉินในบางพื้นที่ หลังอาคารหลายแห่งถูกผู้ชุมนุมบุกรุกสร้างความเสียหาย รถตำรวจถูกจุดไฟเผา ส่วนที่เขตบรูกลิน รัฐนิวยอร์ก ผู้ประท้วงขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จุดไฟเผาทำลายรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ มีตำรวจบาดเจ็บหลายนาย และมีการจับกุมคนจำนวนมาก

ความชุลมุนระหว่างตำรวจและผู้ชุมนุมในเขตบรูกลิน

ในเมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน มีชายอายุ 19 ปี เสียชีวิตหลังรถยนต์คันหนึ่งพุ่งเข้าใส่ผู้ประท้วง และมีการยิงปืนเข้าใส่ฝูงชน นอกจากนี้ ที่เมืองดัลลัส รัฐเทกซัส เมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา เมืองอินเดียนาโปลิส รัฐอินเดียนา และเมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด มีรายงานข่าวว่า ตำรวจตัดสินใจยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ผู้ชุมนุมซึ่งขว้างปาก้อนหินใส่เจ้าหน้าที่ ขณะที่ในนครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งสร้างสิ่งกีดขวางบนถนนหลายสาย

 

ที่เมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ผู้ชุมนุมกว่า 7,500 คนออกมารวมตัวบนท้องถนน บางส่วนฉวยโอกาสสร้างความเสียหายไปทั่ว โดยมีตั้งแต่การบุกรุกอาคาร ขโมยสินค้า จุดไฟเผา และทำร้ายตำรวจ มีรายงานด้วยว่า ตำรวจหน่วยรักษาความปลอดภัยของรัฐบาลกลาง (Federal Protective Service: FPS) ซึ่งทำหน้าที่คุ้มกันอาคารของรัฐบาล ถูกยิง 2 นาย และหนึ่งในนั้นเสียชีวิตในเวลาต่อมา

 

ทำเนียบขาวตึงเครียด-ทรัมป์ซัด “ม็อบจัดตั้ง”

สถานการณ์ตึงเครียดเกิดขึ้นเช่นกันในกรุงวอชิงตันดีซี เมืองหลวง การชุมนุมประท้วงเริ่มตั้งแต่คืนวันศุกร์จนถึงเช้าวันเสาร์ ทำให้ทำเนียบขาวต้องปิดกั้นพื้นที่ห้ามคนเข้า-ออกโดยไม่ได้รับอนุญาต มีรายงานว่า เกิดการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมบางส่วนกับเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาประธานาธิบดีที่ตั้งเครื่องกีดขวางบริเวณถนนเพนซิลวาเนีย โดยผู้ชุมนุมพยายามฝ่าเครื่องกีดขวางและปาขวดน้ำใส่เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในชุดป้องกันจลาจล ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้สเปรย์พริกไทเป็นการตอบโต้   

การชุมนุมหน้าทำเนียบขาวเมื่อคืนวันศุกร์ (29 พ.ค.)

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ส่วนตัวเมื่อวันเสาร์ (30 พ.ค.) ระบุว่า “ผู้ชุมนุมเหล่านี้เป็น “กลุ่มจัดตั้ง” ที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับนายจอร์จ ฟลอยด์ ช่างน่าเศร้าใจ!”  เขายังทวีตชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาฯ ที่ปฏิบัติงานอย่างมืออาชีพและยอดเยี่ยมมาก “ผมอยู่ข้างในทำเนียบขาว จับตามองทุก ๆ ความเคลื่อนไหว และรู้สึกปลอดภัยมาก”

ทวีตของทรัมป์ที่กล่าวหาว่า ผู้ชุมนุมเป็น "กลุ่มจัดตั้ง"

ข้อความบนทวิตเตอร์ของประธานาธิบดีทรัมป์ ทั้งที่กล่าวมาข้างต้น และก่อนหน้านี้ ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบตามมา โดยเฉพาะเมื่อเขากล่าวหาผู้ชุมนุมว่าเป็น “กลุ่มจัดตั้ง” ที่มารวมตัวกันในนาม “ผู้ประท้วง” เพื่อสร้างความเดือดร้อนเท่านั้น ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับนายจอร์จ ฟลอยด์

 

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังวิวาทะดุเดือดกับนางมิวเรียล บาวเซอร์ นายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน ดีซี โดยเขาตำหนิว่าเธอขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาควบคุมสถานการณ์ แต่บาวเซอร์ตอกกลับผ่านทวิตเตอร์ว่า ทรัมป์ขลาดกลัวอยู่ภายในรั้วทำเนียบขาว ขณะที่เธอออกมายืนเคียงข้างประชาชนที่ชุมนุมโดยสันติและแสดงออกตามสิทธิเสรีภาพภายใต้รัฐธรรมนูญ

 

“ดิฉันขอเรียกร้องให้ประชาชนทั้งในวอชิงตันดีซีและทั่วทั้งประเทศ พยายามอดทนอดกลั้นให้ถึงที่สุด แม้ว่าประธานาธิบดีคนนี้จะพยายามทำให้พวกเราแตกแยกก็ตาม พลังของเราสถิตอยู่ในสันติ อยู่ในเสียงของพวกเรา และเหนืออื่นใด พลังนั้นอยู่ในกล่องลงคะแนนเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้” บาวเซอร์ทวีตเมื่อวันเสาร์ (20 พ.ค.)  



ต้องมีอีกกี่ “จอร์จ ฟลอยด์”? ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม

เหตุการณ์ตำรวจผิวขาวใช้ความรุนแรงจับกุมคนผิวสีจนเสียชีวิต ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์และทำให้ผู้คนย้อนระลึกถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในปี 2557 ซึ่งครั้งนั้นชายผิวสีชื่อนายเอริก การ์เนอร์ วัย 43 ปีเสียชีวิตระหว่างถูกตำรวจเข้าจับกุมและล็อกคอในนครนิวยอร์กด้วยข้อหาจำหน่ายบุหรี่อย่างผิดกฎหมาย ประโยคที่นายการ์เนอร์พร่ำพูดนับสิบครั้งว่า "ผมหายใจไม่ออก" ก่อนเสียชีวิต กลายเป็นถ้อยคำที่ผู้ประท้วงใช้ต่อต้านการใช้ความรุนแรงของตำรวจในสหรัฐฯ มาจนทุกวันนี้

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจนครนิวยอร์กที่เกี่ยวข้องกับการจับกุมดังกล่าว ได้ถูกให้ออกจากราชการในอีก 5 ปีให้หลัง ในปี 2561  แต่จนถึงขณะนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนใดถูกตั้งข้อหา

จอร์จ ฟลอยด์ (ซ้าย) และเดเร็ก ชอวิน อดีตนายตำรวจที่ถูกตั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา

สำหรับกรณีของจอร์จ ฟลอยด์ เขาถูกจับกุมเมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่ผ่านมาด้วยข้อหาใช้ธนบัตร 20 ดอลลาร์ปลอมในร้านค้า แถลงการณ์ของตำรวจระบุว่า เจ้าหน้าที่พบเขาในสภาพมึนเมา และนั่งอยู่บนรถสีฟ้า ตำรวจสั่งให้ฟลอยด์ออกมาจากรถ แต่เขาขัดขืน ตำรวจจึงใช้กำลังเข้าควบคุมตัวและสวมกุญแจมือ ภาพที่ผู้เห็นเหตุการณ์บันทึกเป็นคลิปวิดีโอความยาว 10 นาทีซึ่งต่อมาถูกเผยแพร่ในสื่อต่าง ๆ  แสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจผิวขาวใช้เข่ากดทับลำคอของนายฟลอยด์ลงกับพื้นถนน เขาร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด และพูดว่า "ผมหายใจไม่ออก" และ "อย่าฆ่าผม" หลายครั้ง

 

มีผู้เห็นเหตุการณ์พยายามเข้าไปพูดกับตำรวจว่าให้ยกเข่าออกจากลำคอของฟลอยด์ เพราะเห็นได้ชัดว่าเขาแน่นิ่งไปแล้ว มีผู้เห็นว่าเลือดไหลออกจากจมูกของเขาด้วย ต่อมาเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ได้นำตัวเขาขึ้นรถพยาบาลไป แต่นายจอร์จ ฟลอยด์ ได้เสียชีวิตลงในที่สุดโดยตำรวจระบุสาเหตุว่า เป็นอุบัติเหตุทางการแพทย์ และเป็นการเสียชีวิตจากการโต้ตอบกับตำรวจ

 

นายเจค็อบ เฟรย์ นายกเทศมนตรีเมืองมินนิอาโปลิส แถลงการณ์ยืนยันว่า ตำรวจทั้ง 4 นายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ทำให้จอร์จ ฟลอยด์เสียชีวิต ได้ถูกให้ออกจากราชการแล้ว พร้อมโพสต์ในทวิตเตอร์ระบุว่า ว่า กรณีการจับกุมนายฟลอยด์ เป็นการสูญเสียที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น

 

"ผมเชื่อในสิ่งที่ผมเห็น และสิ่งที่ผมเห็นมันผิดอย่างชัดเจน" เฟรย์กล่าวระหว่างการแถลงข่าวกับสื่อมวลชน ด้านโฆษกของสำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ประจำเมืองมินนิอาโปลิสระบุว่า ทิศทางการสอบสวนของเอฟบีไอจะมุ่งไปที่การตรวจสอบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องมีเจตนา"ละเมิดสิทธิของบุคคลตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายของสหรัฐอเมริกา" หรือไม่ และเมื่อการสอบสวนเสร็จสิ้น เอฟบีไอจะนำผลการสอบสวนส่งต่อให้สำนักอัยการรัฐมินเนโซตา เพื่อดำเนินการฟ้องร้องต่อไป

 

ล่าสุด อดีตนายตำรวจ เดเร็ก ชอวิน (ชายที่ปรากฏในคลิปที่กดเข่าลงบนคอของนายฟลอยด์) ได้ถูกอัยการตั้งข้อหาฆาตกรรมโดยมิได้เจตนา และมีกำหนดขึ้นศาลในวันจันทร์นี้ (1 มิ.ย.)

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij