23 กันยายน 2020
- WWW.SETTRADE.COM -  SET  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SET50  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SET100  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         sSET  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETCLMV  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETHD  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETTHSI  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETWB  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         mai  -  -  -         Value  -  Mil.Baht             AGRO  -  -  -       AGRI  -  -  -       FOOD  -  -  -           CONSUMP  -  -  -       FASHION  -  -  -       HOME  -  -  -       PERSON  -  -  -           FINCIAL  -  -  -       BANK  -  -  -       FIN  -  -  -       INSUR  -  -  -           INDUS  -  -  -       AUTO  -  -  -       IMM  -  -  -       PAPER  -  -  -       PETRO  -  -  -       PKG  -  -  -       STEEL  -  -  -           PROPCON  -  -  -       CONMAT  -  -  -       PROP  -  -  -       PF&REIT  -  -  -       CONS  -  -  -           RESOURC  -  -  -       ENERG  -  -  -       MINE  -  -  -           SERVICE  -  -  -       COMM  -  -  -       HELTH  -  -  -       MEDIA  -  -  -       PROF  -  -  -       TOURISM  -  -  -       TRANS  -  -  -           TECH  -  -  -       ETRON  -  -  -       ICT  -  -  -       TFEX       SET50 Index Futures       S50U20  -  -  -        S50V20  -  -  -        S50X20  -  -  -        S50Z20  -  -  -        S50H21  -  -  -        S50M21  -  -  -      Sector Index Futures       BANKU20  -  -  -        COMMU20  -  -  -        ENERGU20  -  -  -        FOODU20  -  -  -        ICTU20  -  -  -      Single Stock Futures       AAVU20  -  -  -        ADVANCU20  -  -  -        AEONTSU20  -  -  -        AMATAU20X  -  -  -        AOTU20  -  -  -        APU20  -  -  -        BAU20  -  -  -        BANPUU20  -  -  -        BAYU20  -  -  -        BBLU20  -  -  -        BCHU20  -  -  -        BCPU20  -  -  -        BCPGU20  -  -  -        BDMSU20  -  -  -        BEAUTYU20  -  -  -        BECU20  -  -  -        BEMU20  -  -  -        BGRIMU20  -  -  -        BHU20  -  -  -        BJCU20  -  -  -        BLAU20  -  -  -        BLANDU20  -  -  -        BPPU20  -  -  -        BTSU20X  -  -  -        CBGU20  -  -  -        CENTELU20  -  -  -        CHGU20  -  -  -        CKU20  -  -  -        CKPU20  -  -  -        COM7U20X  -  -  -        CPALLU20  -  -  -        CPFU20  -  -  -        CPNU20  -  -  -        DELTAU20  -  -  -        DTACU20  -  -  -        EAU20  -  -  -        EASTWU20  -  -  -        EGCOU20  -  -  -        EPGU20  -  -  -        ERWU20  -  -  -        ESSOU20  -  -  -        GFPTU20  -  -  -        GLOBALU20X  -  -  -        GPSCU20  -  -  -        GULFU20Y  -  -  -        GUNKULU20  -  -  -        HANAU20  -  -  -        HMPROU20  -  -  -        ICHIU20  -  -  -        INTUCHU20  -  -  -        IRPCU20  -  -  -        ITDU20  -  -  -        IVLU20  -  -  -        JASU20  -  -  -        JMTU20  -  -  -        KBANKU20  -  -  -        KCEU20  -  -  -        KKPU20  -  -  -        KTBU20  -  -  -        KTCU20  -  -  -        LHU20  -  -  -        LPNU20  -  -  -        MU20  -  -  -        MAJORU20  -  -  -        MBKU20  -  -  -        MEGAU20  -  -  -        MINTU20X  -  -  -        MTCU20  -  -  -        ORIU20  -  -  -        OSPU20  -  -  -        PLANBU20  -  -  -        PRMU20  -  -  -        PSHU20  -  -  -        PSLU20  -  -  -        PTGU20  -  -  -        PTTU20  -  -  -        PTTEPU20  -  -  -        PTTGCU20  -  -  -        QHU20  -  -  -        RATCHU20  -  -  -        ROBINSU20X  -  -  -        RSU20  -  -  -        SU20  -  -  -        SAMARTU20  -  -  -        SAWADU20  -  -  -        SCBU20X  -  -  -        SCCU20  -  -  -        SGPU20  -  -  -        SIRIU20  -  -  -        SPALIU20  -  -  -        SPCGU20  -  -  -        SPRCU20  -  -  -        STAU20  -  -  -        STECU20  -  -  -        STPIU20  -  -  -        SUPERU20  -  -  -        TASCOU20  -  -  -        TCAPU20X  -  -  -        THAIU20  -  -  -        THANIU20X  -  -  -        THCOMU20  -  -  -        THGU20  -  -  -        TISCOU20  -  -  -        TKNU20  -  -  -        TMBU20  -  -  -        TOAU20  -  -  -        TOPU20  -  -  -        TPIPLU20  -  -  -        TPIPPU20  -  -  -        TQMU20  -  -  -        TRUEU20  -  -  -        TTAU20  -  -  -        TTCLU20  -  -  -        TTWU20  -  -  -        TUU20  -  -  -        TVOU20  -  -  -        UNIQU20  -  -  -        VGIU20  -  -  -        VNGU20  -  -  -        VNTU20  -  -  -        WHAU20  -  -  -        WHAUPU20  -  -  -      GF10 Futures       GF10V20  28,450  +10  3,305        GF10Z20  28,530  +20  738        GF10G21  28,570  -  349      GF50 Futures       GFV20  28,400  -  82        GFZ20  28,480  -20  16        GFG21  28,540  -10  44      Gold Online Futures       GOU20  1,903.70  -0.20  16,231        GOZ20  1,910.10  -1.40  7,999      GOLD-D       GDU20  -  -  -        GDZ20  -  -  -      USD Futures       USDU20  -  -  -        USDV20  -  -  -        USDX20  -  -  -        USDZ20  -  -  -      BB3 Futures       BB3Z20  -  -  -        BB3H21  -  -  -      TGB5 Futures       TGB5Z20  -  -  -        TGB5H21  -  -  -      RSS3 Futures       RSS3U20  -  -  -        RSS3V20  -  -  -        RSS3X20  -  -  -        RSS3Z20  -  -  -        RSS3F21  -  -  -        RSS3G21  -  -  -        RSS3H21  -  -  -      RSS3D Futures       RSS3DU20  -  -  -        RSS3DV20  -  -  -        RSS3DX20  -  -  -        RSS3DZ20  -  -  -        RSS3DF21  -  -  -        RSS3DG21  -  -  -        RSS3DH21  -  -  -      Index Options       Most Active Call Volume     Most Active Put Volume         

ประท้วง "สหรัฐ" ม็อบเดือดลามทั่ว ทวง “ความเป็นธรรม” แด่คนผิวสี   

31 May 2020 05:10 น.
อ่าน 11,500 ครั้ง

สถานการณ์ การประท้วง ใน "สหรัฐ" ดุเดือดและลุกลามไปทั่ว เพื่อทวง “ความเป็นธรรม” แด่คนผิวสีกรณี "“จอร์จ ฟลอยด์”


ม็อบที่ทำการประท้วงในสหรัฐ ทวงความเป็นธรรม ให้กับ “จอร์จ ฟลอยด์” ชายผิวสีเหยื่อความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเมืองมินนิอาโปลิส กำลังแผ่ขยายออกไปในกว่า 30 เมืองใหญ่ของสหรัฐ สถานการณ์ในหลายพื้นที่แปรเปลี่ยนเป็นการจลาจล มีรายงานเจ้าหน้าที่ถูกยิงเสียชีวิตแล้ว 1 นาย

"ไม่มีความยุติธรรม ไม่มีวันสงบสุข" เป็นข้อความบนป้ายของผู้ชุมนุมหลายร้อยคนที่มารวมตัวกันในบริเวณสวนสาธารณะลาฟาแยต ด้านนอกทำเนียบขาวเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา การประท้วงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกระแสความเคลื่อนไหวในสังคมที่กำลังแผ่ขยายวงกว้างอย่างน่ากลัวไปทั่วสหรัฐฯ และเป็นความคุกรุ่นที่เกิดขึ้นใกล้จะครบ 1 สัปดาห์แล้ว

 

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (26 พ.ค.)  ประชาชนจำนวนมากได้ออกมาชุมนุมประท้วงหน้าสถานีตำรวจในเมืองมินนิอาโปลิส มลรัฐมินเนโซตา สหรัฐอเมริกา เพื่อเรียกร้องทวงความยุติธรรมให้กับนายจอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวสีที่ตกเป็นเหยื่อคนล่าสุดของการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจผิวขาว เขาเสียชีวิตหลังถูกจับกุมเมื่อวันที่ 25 พ.ค.   

ผู้ประท้วงบุกเผาสถานีตำรวจในเมืองมินนิอาโปลิสเมื่อคืนวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา

สถานการณ์ประท้วงในวันนั้นปะทุเป็นเหตุรุนแรงจนเกิดจลาจล และมีผู้ฉวยโอกาสวางเพลิง เผารถ ปล้นร้านค้า จนตำรวจต้องตัดสินใจใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตาสลายฝูงชน แต่แทนที่เหตุการณ์จะจบลง กลับกลายเป็นว่าการประท้วงในมินเนโซตา ได้จุดประกายให้เกิดกระแสการชุมนุมประท้วงทวงความเป็นธรรมและต่อต้านการเหยียดสีผิวภายใต้แฮชแท็ก #JusticeForGeorgeFloyd (ทวงยุติธรรมให้จอร์จ ฟลอยด์) ลุกลามไปในกว่า 30 เมืองของหลายมลรัฐทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา บางแห่งเป็นเพียงการประท้วงอย่างสงบ แต่หลายแห่งก็เต็มไปด้วยความรุนแรงถึงขั้นจลาจล และดูจะไม่จบลงง่าย ๆ

 

ที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือท่าทีและคำพูดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ขยันโพสต์บนทวิตเตอร์เกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น กลับดูเป็นการเหยียดหยันผู้ชุมนุม แบ่งแยก และสนับสนุนการใช้ความรุนแรงโดยผู้มีอำนาจ ยิ่งเป็นเหมือนการสาดน้ำมันลงในกองเพลิง

อ่าน เทย์เลอร์ สวิฟต์ ทวีตเดือด ขู่โหวตไล่ “ทรัมป์” พ้นตำแหน่งพ.ย.นี้




สแกนความโกลาหลทั่วประเทศ

ในเมืองมินนิอาโปลิสซึ่งเป็นเมืองต้นเรื่อง มีการออกคำสั่งเคอร์ฟิวช่วงกลางคืน ระหว่าง 20.00-6.00 น. ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา (29 พ.ค.) หลังจากที่การประท้วงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่องหลายวันและมีการขัดคำสั่งเคอร์ฟิว ทางการประกาศนำกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ (National Guard) จำนวนนับพันนาย เข้ามาสนธิกำลังกับตำรวจเพื่อควบคุมสถานการณ์

 

ขณะที่เมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน มีการประกาศภาวะฉุกเฉิน บังคับใช้เคอร์ฟิวเช่นกัน ตั้งแต่ช่วงค่ำวันศุกร์ (เวลาท้องถิ่น) จนถึง 6.00น วันรุ่งขึ้น และจะเริ่มอีกครั้งในคืนวันเสาร์ถึงเช้าวันอาทิตย์ (31 พ.ค.) หลังจากเกิดเหตุประท้วงลุกลามกลายเป็นการจลาจล มีการปล้นสะดมร้านค้า และโจมตีสถานีตำรวจ

 

นายเท็ด วีลเลอร์ นายกเทศมนตรีเมืองพอร์ตแลนด์ ทวีตว่า “มีการเผาตึกที่มีคนอยู่ข้างใน มีการขโมยของจากธุรกิจทั้งเล็กและใหญ่ การข่มขู่และทำร้ายนักข่าว ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางโรคระบาดที่ผู้คนต่างพบกับความสูญเสียทุกอย่างอยู่แล้ว นี่จึงไม่เรียกว่าการเปลี่ยนแปลงที่มีคุณค่าความหมายในชุมชนของเรา แต่เป็นสิ่งที่น่าขยะแขยง”

วันเดียวกันที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ทางการประกาศภาวะฉุกเฉินในบางพื้นที่ หลังอาคารหลายแห่งถูกผู้ชุมนุมบุกรุกสร้างความเสียหาย รถตำรวจถูกจุดไฟเผา ส่วนที่เขตบรูกลิน รัฐนิวยอร์ก ผู้ประท้วงขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จุดไฟเผาทำลายรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ มีตำรวจบาดเจ็บหลายนาย และมีการจับกุมคนจำนวนมาก

ความชุลมุนระหว่างตำรวจและผู้ชุมนุมในเขตบรูกลิน

ในเมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน มีชายอายุ 19 ปี เสียชีวิตหลังรถยนต์คันหนึ่งพุ่งเข้าใส่ผู้ประท้วง และมีการยิงปืนเข้าใส่ฝูงชน นอกจากนี้ ที่เมืองดัลลัส รัฐเทกซัส เมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา เมืองอินเดียนาโปลิส รัฐอินเดียนา และเมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด มีรายงานข่าวว่า ตำรวจตัดสินใจยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ผู้ชุมนุมซึ่งขว้างปาก้อนหินใส่เจ้าหน้าที่ ขณะที่ในนครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งสร้างสิ่งกีดขวางบนถนนหลายสาย

 

ที่เมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ผู้ชุมนุมกว่า 7,500 คนออกมารวมตัวบนท้องถนน บางส่วนฉวยโอกาสสร้างความเสียหายไปทั่ว โดยมีตั้งแต่การบุกรุกอาคาร ขโมยสินค้า จุดไฟเผา และทำร้ายตำรวจ มีรายงานด้วยว่า ตำรวจหน่วยรักษาความปลอดภัยของรัฐบาลกลาง (Federal Protective Service: FPS) ซึ่งทำหน้าที่คุ้มกันอาคารของรัฐบาล ถูกยิง 2 นาย และหนึ่งในนั้นเสียชีวิตในเวลาต่อมา

 

ทำเนียบขาวตึงเครียด-ทรัมป์ซัด “ม็อบจัดตั้ง”

สถานการณ์ตึงเครียดเกิดขึ้นเช่นกันในกรุงวอชิงตันดีซี เมืองหลวง การชุมนุมประท้วงเริ่มตั้งแต่คืนวันศุกร์จนถึงเช้าวันเสาร์ ทำให้ทำเนียบขาวต้องปิดกั้นพื้นที่ห้ามคนเข้า-ออกโดยไม่ได้รับอนุญาต มีรายงานว่า เกิดการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมบางส่วนกับเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาประธานาธิบดีที่ตั้งเครื่องกีดขวางบริเวณถนนเพนซิลวาเนีย โดยผู้ชุมนุมพยายามฝ่าเครื่องกีดขวางและปาขวดน้ำใส่เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในชุดป้องกันจลาจล ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้สเปรย์พริกไทเป็นการตอบโต้   

การชุมนุมหน้าทำเนียบขาวเมื่อคืนวันศุกร์ (29 พ.ค.)

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ส่วนตัวเมื่อวันเสาร์ (30 พ.ค.) ระบุว่า “ผู้ชุมนุมเหล่านี้เป็น “กลุ่มจัดตั้ง” ที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับนายจอร์จ ฟลอยด์ ช่างน่าเศร้าใจ!”  เขายังทวีตชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาฯ ที่ปฏิบัติงานอย่างมืออาชีพและยอดเยี่ยมมาก “ผมอยู่ข้างในทำเนียบขาว จับตามองทุก ๆ ความเคลื่อนไหว และรู้สึกปลอดภัยมาก”

ทวีตของทรัมป์ที่กล่าวหาว่า ผู้ชุมนุมเป็น "กลุ่มจัดตั้ง"

ข้อความบนทวิตเตอร์ของประธานาธิบดีทรัมป์ ทั้งที่กล่าวมาข้างต้น และก่อนหน้านี้ ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบตามมา โดยเฉพาะเมื่อเขากล่าวหาผู้ชุมนุมว่าเป็น “กลุ่มจัดตั้ง” ที่มารวมตัวกันในนาม “ผู้ประท้วง” เพื่อสร้างความเดือดร้อนเท่านั้น ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับนายจอร์จ ฟลอยด์

 

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังวิวาทะดุเดือดกับนางมิวเรียล บาวเซอร์ นายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน ดีซี โดยเขาตำหนิว่าเธอขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาควบคุมสถานการณ์ แต่บาวเซอร์ตอกกลับผ่านทวิตเตอร์ว่า ทรัมป์ขลาดกลัวอยู่ภายในรั้วทำเนียบขาว ขณะที่เธอออกมายืนเคียงข้างประชาชนที่ชุมนุมโดยสันติและแสดงออกตามสิทธิเสรีภาพภายใต้รัฐธรรมนูญ

 

“ดิฉันขอเรียกร้องให้ประชาชนทั้งในวอชิงตันดีซีและทั่วทั้งประเทศ พยายามอดทนอดกลั้นให้ถึงที่สุด แม้ว่าประธานาธิบดีคนนี้จะพยายามทำให้พวกเราแตกแยกก็ตาม พลังของเราสถิตอยู่ในสันติ อยู่ในเสียงของพวกเรา และเหนืออื่นใด พลังนั้นอยู่ในกล่องลงคะแนนเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้” บาวเซอร์ทวีตเมื่อวันเสาร์ (20 พ.ค.)  



ต้องมีอีกกี่ “จอร์จ ฟลอยด์”? ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม

เหตุการณ์ตำรวจผิวขาวใช้ความรุนแรงจับกุมคนผิวสีจนเสียชีวิต ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์และทำให้ผู้คนย้อนระลึกถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในปี 2557 ซึ่งครั้งนั้นชายผิวสีชื่อนายเอริก การ์เนอร์ วัย 43 ปีเสียชีวิตระหว่างถูกตำรวจเข้าจับกุมและล็อกคอในนครนิวยอร์กด้วยข้อหาจำหน่ายบุหรี่อย่างผิดกฎหมาย ประโยคที่นายการ์เนอร์พร่ำพูดนับสิบครั้งว่า "ผมหายใจไม่ออก" ก่อนเสียชีวิต กลายเป็นถ้อยคำที่ผู้ประท้วงใช้ต่อต้านการใช้ความรุนแรงของตำรวจในสหรัฐฯ มาจนทุกวันนี้

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจนครนิวยอร์กที่เกี่ยวข้องกับการจับกุมดังกล่าว ได้ถูกให้ออกจากราชการในอีก 5 ปีให้หลัง ในปี 2561  แต่จนถึงขณะนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนใดถูกตั้งข้อหา

จอร์จ ฟลอยด์ (ซ้าย) และเดเร็ก ชอวิน อดีตนายตำรวจที่ถูกตั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา

สำหรับกรณีของจอร์จ ฟลอยด์ เขาถูกจับกุมเมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่ผ่านมาด้วยข้อหาใช้ธนบัตร 20 ดอลลาร์ปลอมในร้านค้า แถลงการณ์ของตำรวจระบุว่า เจ้าหน้าที่พบเขาในสภาพมึนเมา และนั่งอยู่บนรถสีฟ้า ตำรวจสั่งให้ฟลอยด์ออกมาจากรถ แต่เขาขัดขืน ตำรวจจึงใช้กำลังเข้าควบคุมตัวและสวมกุญแจมือ ภาพที่ผู้เห็นเหตุการณ์บันทึกเป็นคลิปวิดีโอความยาว 10 นาทีซึ่งต่อมาถูกเผยแพร่ในสื่อต่าง ๆ  แสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจผิวขาวใช้เข่ากดทับลำคอของนายฟลอยด์ลงกับพื้นถนน เขาร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด และพูดว่า "ผมหายใจไม่ออก" และ "อย่าฆ่าผม" หลายครั้ง

 

มีผู้เห็นเหตุการณ์พยายามเข้าไปพูดกับตำรวจว่าให้ยกเข่าออกจากลำคอของฟลอยด์ เพราะเห็นได้ชัดว่าเขาแน่นิ่งไปแล้ว มีผู้เห็นว่าเลือดไหลออกจากจมูกของเขาด้วย ต่อมาเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ได้นำตัวเขาขึ้นรถพยาบาลไป แต่นายจอร์จ ฟลอยด์ ได้เสียชีวิตลงในที่สุดโดยตำรวจระบุสาเหตุว่า เป็นอุบัติเหตุทางการแพทย์ และเป็นการเสียชีวิตจากการโต้ตอบกับตำรวจ

 

นายเจค็อบ เฟรย์ นายกเทศมนตรีเมืองมินนิอาโปลิส แถลงการณ์ยืนยันว่า ตำรวจทั้ง 4 นายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ทำให้จอร์จ ฟลอยด์เสียชีวิต ได้ถูกให้ออกจากราชการแล้ว พร้อมโพสต์ในทวิตเตอร์ระบุว่า ว่า กรณีการจับกุมนายฟลอยด์ เป็นการสูญเสียที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น

 

"ผมเชื่อในสิ่งที่ผมเห็น และสิ่งที่ผมเห็นมันผิดอย่างชัดเจน" เฟรย์กล่าวระหว่างการแถลงข่าวกับสื่อมวลชน ด้านโฆษกของสำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ประจำเมืองมินนิอาโปลิสระบุว่า ทิศทางการสอบสวนของเอฟบีไอจะมุ่งไปที่การตรวจสอบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องมีเจตนา"ละเมิดสิทธิของบุคคลตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายของสหรัฐอเมริกา" หรือไม่ และเมื่อการสอบสวนเสร็จสิ้น เอฟบีไอจะนำผลการสอบสวนส่งต่อให้สำนักอัยการรัฐมินเนโซตา เพื่อดำเนินการฟ้องร้องต่อไป

 

ล่าสุด อดีตนายตำรวจ เดเร็ก ชอวิน (ชายที่ปรากฏในคลิปที่กดเข่าลงบนคอของนายฟลอยด์) ได้ถูกอัยการตั้งข้อหาฆาตกรรมโดยมิได้เจตนา และมีกำหนดขึ้นศาลในวันจันทร์นี้ (1 มิ.ย.)


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij