"เศรษฐา” แสนสิริ ชื่นชม นายกฯ สอบผ่านวิกฤติโควิด

04 พ.ค. 2563 | 14:55 น.

“เศรษฐา ทวีสิน”ยกนายกฯประยุทธ์ สอบผ่านสู้วิกฤติโควิด แนะหลังเชื้อร้ายสงบ เร่งเข็นนโยบายตอบโจทย์วิถีใหม่ จัดลำดับความสำคัญกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ เน้นระบบสาธารณสุข-อาหาร ยังมีศักยภาพอีกมาก

นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงห้วงวิกฤติโควิด-19 ที่เกิดขึ้น และสร้างผลกระทบอย่างมาก จนนำมาสู่การปิดประเทศ ปิดเศรษฐกิจในหลายประเทศนั้น ประเทศไทยภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถือว่าแก้ไขปัญหาได้ดี   โดยเฉพาะการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าระบบสาธารณสุขของไทยดี มีประสิทธิภาพ

อีกด้านหนึ่งที่นายกฯพลเอก ประยุทธ์ จัดการได้ดีนั่นคือ การออก พรก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทพยายามให้การเยียวยาในวงกว้างครอบคลุมถึงผู้ประกอบอาชีพอิสระ เกษตรกร ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ

“หลังการเยียวยาผ่านพ้น รัฐบาลจะต้องเร่งฟื้นฟูและสร้างบรรยากาศทางเศรษฐกิจให้กลับมาคึกคักและหมุนเวียนได้ดีอีกครั้งได้”

รัฐบาลจะต้องทบทวนนโยบาย หรือแผนโครงการพัฒนาที่ร่างไว้ก่อนโควิด-19 ให้สอดคล้องกับบริบทของเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนไป  อาจจะต้องจัดลำดับความสำคัญกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ 

ยกตัวอย่าง ระบบสาธารณสุข  จะสามารถต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างไรได้หรือไม่ หรืออาหาร ก็เป็นอีกหลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังมีศักยภาพที่ไม่ได้ใช้อีกมากเช่นกัน

 

ที่สำคัญรัฐบาลจะกำหนดทิศทางประเทศอย่างไร ให้การพัฒนาประเทศอยู่คู่กับธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

เพราะประเทศไทยไม่มีการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ด้านโครงสร้างพื้นฐานมานานเป็นสิบๆ ปี 

บิ๊กบอสของแสนสิริกล่าวอีกว่า  รัฐบาลจะต้องระดมทุนผ่านการกู้เงิน ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า รัฐบาลจะต้องมีการกู้เงินหลายล้านล้านบาทต่อปี  แต่โชคดีฐานะการคลังประเทศไทยดี หนี้สาธารณะต่อจีดีพีก็ต่ำกว่าหลายประเทศ รวมถึงตลาดการเงินภายในประเทศมีดอกเบี้ยค่อนข้างตำ่ สภาพคล่องสูง และ มีเสถียรภาพ ทำให้ทั้งรัฐ และเอกชนมีแหล่งเงินทุนที่เข้าถึงได้มาอย่างต่อเนื่อง

"แต่การกู้เงินวงเงินที่สูงมหาศาล ในช่วงที่ตลาดการเงินไม่ปกติ ผมมองเป็นโอกาสการนำเครื่องมือทางการเงินรูปแบบใหม่ๆ มาใช้ในการกู้เงินของรัฐบาล"

 

รูปแบบหนึ่งก็คือ Sustainability bond ตราสารหนี้ที่ระดมทุนไปใช้กับโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งส่ิงแวดล้อม และสังคม เป้นตัวเลือกที่น่าสนใจ ที่จะตอบใจทย์ทั้งในส่วนของการกระจายแหล่งเงินทุน แล้วยังเป็นการนำเงินกู้ไปลงในโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (green) ด้วยในส่วนของทางด้านสังคมก็จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ เช่น การเข้าถึงความต้องการขั้นพื้นฐานต่างๆ อย่างเท่าเทียมของทุกคน ผมยังเห็นหลายประเทศออก covid social bond 

“ผมมองว่ากู้เงินออกไปต่างประเทศบ้างก็ดี เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับสภาพคล่องในประเทศ ถ้าหายไปจริงอาจจะนำไปสู่การเพิ่มภาระให้บริษัทเอกชนหลายๆ บริษัทที่กำลังประสบปัญหาการขาดกระแสเงินสด ถ้า yield (ผลตอบแทน) ขึ้นไปมากเกินไปจะทำให้ต้นทุนเอกชนสูงขึ้นไปอีก”นายเศรษฐา กล่าว