“เจ็บปวดทุกครั้งที่ออกมาตรการ” คำต่อคำ “บิ๊กตู่” ทำไมต้องยกระดับสกัดโควิด

16 เม.ย. 2564 เวลา 11:40 น.3.0k

“นายกฯ” แถลงหลังประชุมศบค. เปิดใจเจ็บปวดทุกครั้งที่ออกมาตรการคุมโควิดที่กระทบประชาชน ลั่นประเทศไทยต้องชนะ ยกสุภาษิตโบราณ ยามคับขันต้องมีคนกล้า ไม่พูดพล่ามบิดเบือนไร้สาระ 

วันที่ 16 เม.ย. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ครั้งที่ 5/2564 

นายกณฯ กล่าวว่า แม้เราจะผ่านช่วงวันเวลาสงกรานต์มาแล้วจนกระทั่งวันนี้ ระหว่างนั้นเราไม่เคยหยุดทำงาน ทั้งตน ข้าราชการ แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งมีหน้าที่ความรับผิดชอบแตกต่างกันไป และวันนี้จะเห็นว่าสถานการณ์มีการแพร่ระบาดมากยิ่งขึ้น แต่ตนก็อยากจะพูดกับทุกคนว่าอย่าเพิ่งตื่นตระหนกจนมากเกินไป เพราะเราพยายามจะแก้ปัญหาด้วยหลักการ ด้วยวิธีการของเรา ซึ่งเราเคยได้รับผลดีมาแล้วจากระยะที่หนึ่ง ที่เคยมีการแพร่ราดในประเทศไทย 

“เจ็บปวดทุกครั้งที่ออกมาตรการ” คำต่อคำ “บิ๊กตู่” ทำไมต้องยกระดับสกัดโควิด

และช่วงนั้นมีการล็อกดาวน์ประเทศ ซึ่งมีเหตุผลแต่ก็มีผลเสียหายต่อเศรษฐกิจประเทศ แต่จำเป็นต้องล็อกดาวน์ในช่วงนั้นเพื่อสกัดกั้น เพื่อศึกษาที่มาที่ไปของโรคโควิด-19 จนได้ข้อยุติการสอบสวนโรคว่าสถานการณ์แพร่ระบาดมาจากที่ใด และต้องหาวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร ซึ่งก็ทำมาได้ดีในระดับต้นของโลก

ในห้วงการแพร่ระบาดระยะที่สองที่จังหวัดสมุทรสาครตัวเลขเพิ่มมากขึ้น เป็นการแพร่ระบาดในพื้นที่ค้าขาย วันนี้การแพร่ระบาดมาสู่ระยะที่สามสาเหตุมาจากสถานที่ท่องเที่ยวและบริการ จะเห็นได้ว่าสถานการณ์พร้อมที่จะแพร่ระบาดได้ในทุกพื้นที่ 

ทั้งนี้จากการประชุมของคณะทำงานตลอด 7 วันที่ผ่านมา ผมได้กำกับดูแล วางแผน ให้แนวทางในการปฏิบัติทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการควบคุม สกัดกั้นการแพร่ระบาด รวมถึงการจัดหาวัคซีน และฉีดมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้วัคซีนที่รับมาจำนวนหนึ่งที่ไม่มากนักได้ฉีดให้คนไปจำนวน 5-6 แสนคน ซึ่งเราฉีดเท่าที่วัคซีนเรามีอยู่ และวันนี้เราได้วัคซีนเพิ่มเติมมาอีกจำนวนหนึ่ง และในระยะต่อไปก็จะได้รับวัคซีนจำนวนมากขึ้น 

โดยเราได้มีการวางแผนการฉีดวัคซีนให้ทั่วถึงคน 60 %ของประเทศ แม้เราจะมีวัคซีนเพียง2ชนิดแต่ตนก็ให้มีการตั้งคณะทำงานซึ่งเป็นบุคคลที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิทางการแพทย์จากภายนอกมาหารือร่วมกันว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ได้รับวัคซีนเพิ่มขึ้นในยี่ห้ออื่นอีกด้วย และเราก็มีความก้าวหน้าเรื่องเหล่านี้ตามลำดับ โดยหารือกับหลายประเทศ

“เจ็บปวดทุกครั้งที่ออกมาตรการ” คำต่อคำ “บิ๊กตู่” ทำไมต้องยกระดับสกัดโควิด

ประเด็นของเราคือ เนื่องจากวัคซีนตอนนี้เป็นวัคซีนที่ใช้ในกรณีฉุกเฉิน ฉะนั้นการขายวัคซีนจะขายให้กับรัฐต่อรัฐเท่านั้น ดังนั้นการที่รัฐจะซื้อหรือสั่งเข้ามายต่อเราทำไม่ได้นี่คือหลักการทางข้อกฎหมาย แต่สิ่งที่เราพยายามคือให้องค์การเภสัชสั่งซื้อได้เพื่อนำมาแจกจ่ายให้กับสมาคมโรงพยาบาลเอกชนรับไป หรือแม้กระทั่งใครก็ตามที่ต้องการและมีขีดความสามารถในการฉีดวัคซีน จึงขอฝากไปถึงบรรดาหมอ พยาบาลที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว เมื่อเราได้รับวัคซีนจำนวนมากขึ้นมาอยากให้มารวมพลัง โดยสมัครในแต่ละจังหวัด มาฝึกความพร้อมเพื่อที่จะได้ช่วยกันฉีดวัคซีนให้มากขึ้นในพื้นที่ทุกจังหวัด

 “มาตรการต่างๆที่รัฐบาลออกมาทุกครั้ง ผมเจ็บปวด ผมไม่สบายใจ และเป็นเรื่องที่หนักใจพอสมควร เพราะรู้ว่ามาตรการต่างๆมันมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมห่วงใยผู้มีรายได้น้อยที่อาจจะเดือดร้อนมาก เพราะเป็นแหล่งทำมาหากิน เป็นอาชีพของท่าน ฉะนั้นหลายๆอย่างผมไม่สามารถที่จะตัดสินไปทางหนึ่งทางใดได้ โดยที่ไม่คำนึงถึงเรื่องเหล่านี้ ผมฟังทุกคน ทุกภาคส่วน” 

“เจ็บปวดทุกครั้งที่ออกมาตรการ” คำต่อคำ “บิ๊กตู่” ทำไมต้องยกระดับสกัดโควิด

อย่างไรก็ตามผมเป็นผู้รับผิดชอบก็พยายามจะแก้ปัญหาให้ดีที่สุด เมื่อมีการแพร่ระบาดเชื้อโควิดอย่างรวดเร็ว เราจำเป็นจะต้องจัดการอย่างรวดเร็วด้วย ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง โดยเฉพาะการเข้มงวดตั้งแต่ต้นจะทำให้ลดความเสียหายระยะสามลงไปได้ เช่นเดียวกับตอนสมุทรสาคร ครั้งนี้ผมคาดหวังอย่างนั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราต้องร่วมมือกันเพราะเป็นสถานการณ์ที่เราต้องเผชิญไปด้วยกัน

ในหลายประเทศไม่ต้องการให้มีการล็อกดาวน์หรือเข้มงวดอะไรเลย แม้กระทั่งการบังคับใช้หน้ากาก และวันนี้เขาก็เดือดร้อนมากกว่าเรา จะเห็นได้ว่าสถิติการติดเชื้อในแต่ละวันมีจำนวนมาก ไม่ใช่หลักพันแต่เป็นหมื่นคน เสียชีวิตเป็นพันเป็นหมื่นคนเช่นเดียวกัน วันนี้ติดเชื้อทั่วโลกไปกว่า 133 ล้านคนแล้ว และประเทศในอาเซียนบางประเทศมีการติดเชื้อวันละหลายหมื่นคน บางประเทศตายวันละหมื่น ของเราอยู่ในขั้นตอนที่ถือว่ามากสำหรับเรา ในความรู้สึกของเรา ผมไม่อยากให้เกิดการเปรียบเทียบ ว่าตราบใดที่มีการระบาดอยู่ก็ยังไม่ปลอดภัย ซึ่งผมก็ไม่ได้บอกว่าปลอดภัย การฉีดวัคซีนเป็นการเพิ่มภูมิต้านทานให้กับคนที่ฉีด 

ไม่ได้หมายความว่าฉีดแล้วจะไม่เป็น แต่อย่างน้อยก็มีภูมิต้านทานที่จะไม่ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น และเมื่อไม่ติดเชื้อได้ง่ายขึ้นก็ไม่สามารถที่จะไปแพร่ระบาดเชื้อให้กับผู้อื่น นั่นคือความมุ่งหมายในการฉีดวัคซีน สำหรับผู้ติดเชื้อแล้วก็ต้องนำเข้าสู่กระบวนการรักษาพยาบาล และส่วนใหญ่ที่เสียชีวิตจะมีโรคร้ายแรง หรือเป็นผู้สูงวัย ฉะนั่นขอยืนยันว่าเรายังรักษาได้อยู่ อันนี้ขอให้เข้าใจด้วย ตนไม่ต้องการให้มีใครตายสักคนเดียว ตายคนตนก็เสียใจ และคนที่เสียใจมากที่สุดคือครอบครัวของท่าน

ผมเป็นคนรักครอบครัว ผมรู้ว่าท่านรักครอบครัวอย่างไร และวันนี้ผมเป็นนายกรัฐมนตรีก็ต้องรักคนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าจะยากดีมีจน จะรักผมหรือไม่รักผม ผมก็ต้องรักเขาอย่างที่ผมเคยพูดเสมอ จะเห็นได้ว่าวันนี้รัฐบาลเร่งรัดการฉีดวัคซีนให้กับบรรดานักการเมืองต่างๆที่จำเป็นต้องไปพบปะกับประชาชน ต้องขอความร่วมมือด้วย แต่ถ้าใครไม่อยากฉีดก็บอกมาว่ายังไม่พร้อมจะฉีด ไม่สมัครใจก็ประกาศออกมาเลย ส่วนที่สมัครใจก็ถือว่าท่านได้ระมัดระวังตัวเอง ไม่ไปแพร่เชื้อสู่คนอื่น ผมมีประสบการณ์มามากพอสมควรจากระยะที่หนึ่ง ระยะที่สอง จนมาระยะที่สามของการแพร่ระบาดนี้ 

“เจ็บปวดทุกครั้งที่ออกมาตรการ” คำต่อคำ “บิ๊กตู่” ทำไมต้องยกระดับสกัดโควิด

ผมได้นำแนวทางทั้งหมดมาประมวล ประยุกต์และไม่ได้คิดเอง ต้องฟังจากบุคลากรทางการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค ซึ่งมีการประชุมร่วมกันมาตามลำดับทุกวัน ไม่ได้หยุดพัก และมีการรายงานมาให้ผมทราบ รวมถึงขออนุมัติหลักการต่างๆ จนกระทั่งนำมาสู่การประชุม ศบค.ชุดใหญ่ แน่นอนพวกเราเจ็บปวดมาด้วยกัน สถานการณ์ของเราอาจจะไม่เท่ากับประเทศอื่นๆ นั่นเป็นเพราะเรามีวินัย แต่เมื่อไรก็ตามที่เราหย่อนวินัยหรือประพฤติปฏิบัติตัวสนุกสนาน สะดวกสบายจนเกินไป นั่นแหละเราก้าวสู่ความประมาท ผมตำหนิใครไม่ได้ เพราะทุกคนคือคนไทย แต่ถ้าทุกคนร่วมมือร่วมใจกันต่อสู่วิกฤตมันก็จะคลี่คลายไปได้เร็ว

วันนี้ก็เห็นอยู่แล้วว่าถ้าการ์ดตกอะไรจะเกิดขึ้น แต่ก็รู้สึกดีใจที่เห็นคน 90 กว่าเปอร์เซ็นใส่หน้ากาก แต่อีกหลายอย่างผมก็ยังกังวลอยู่คือเรื่องการเว้นระยะห่าง ไม่ว่าจะในครอบครัว สังคม ชุมชน หลายคนยังไม่ปฏิบัติตามกติกา ยังมีการชุมนุมต่อต้านนั่นต่อต้านนี่ นั่นคืออันตรายทั้งสิ้น ผมไม่ได้พูดถึงเรื่องผิดถูกกฎหมาย แต่พูดถึงความอันตรายของท่าน อันตรายที่จะไปสู่ครอบครัวและสังคมของท่าน 

แต่อย่างไรก็ตามผมต้องดูแลพวกท่านทุกคน การ์ดตกไม่ได้ เพราะมันจะเกิดอะไรตามขึ้นมาทันที ฉะนั้นทุกคนต้องรักษาวินัย เว้นระยะห่าง ใส่แมสก์ ล้างมือ 3 ข้อจะเป็นอาวุธสำคัญที่สุดสำหรับเรา แม้กระทั่งคนในครอบครัวก็ต้องเว้นระยะห่างใช้ช้อนกลางในการตักอาหาร ที่บ้านตนก็ปฏิบัติตัวแบบนี้ ในครอบครัวนั่งกินข้าวห่างกัน สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราลดภาวะความเสี่ยงได้มาก

ท่านอาจจะมองว่าทำไมช่วงสงกรานต์ผมจึงให้มีการเดินทาง เพราะผมต้องมองคนอีกระดับหนึ่งที่เป็นพี่น้องประชาชนที่อยากกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ ซึ่งผมก็ได้เตือนแล้วต้องปฏิบัติตามมาตรการขั้นต้น หลายคนบอกให้ปิดไปเลยเพราะไม่ได้เดือดร้อนอะไร มีรายได้เพียงพอที่จะอยู่กับบ้าน แต่บางคนเขาไม่มีเงินเพียงพอ ถ้าจะบังคับให้ทุกคนไม่ต้องทำอะไร อยู่ที่บ้าน เขาก็เดือดร้อน นั่นคือสิ่งที่ตนจะต้องนำมาพิจารณาด้วย โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานราก 

แต่ถ้าทั้งหมดสามารถประกอบกิจการ ธุรกิจได้ โดยมีมาตรการ สำคัญที่ตนได้กล่าวไปจะสามารถลดการแพร่เชื้อไปได้เยอะ และผมทราบดีว่าทุกคนเสียสละกันมามาก ซึ่งจากสถานการณ์ทั่วโลกเราก็ไม่รู้จะสิ้นสุดเมื่อไหร่ วันนี้มีการผลิตวัคซีนมาหลายยี่ห้อ แต่ต้องรอผลการทดสอบทดลอง การสั่งซื้อจะต้องซื้อขายผ่านรัฐบาล ยังไม่ใช่สินค้าเชิงพาณิชย์ เพราะถือว่าเป็นกรณีฉุกเฉินอยู่ตรงนี้คือประเด็นสำคัญ ฉะนั้นขอให้ทุกคนได้มีชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างระมัดระวัง การที่ผมห้ามและออกกติกาไป ถ้าไม่ปฏิบัติผมก็ไม่สามารถติดตามพวกท่านได้ เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ อสม. ฝ่ายความมั่นคง ตรงนี้คือสิ่งที่จะทำให้เราปลอดภัย 

สิ่งใดที่เป็นความเสี่ยงอย่าไปทำ อย่าประพฤติตนอยู่บนความประมาท เพราะจะเป็นสถานการณ์ที่รุกรามบานปลายมากยิ่งขึ้น ขอให้ทุกคนภูมิใจสิ่งที่ทำมาตั้งแต่ระยะหนึ่ง สอง จนมาถึงระยะนี้ คือความพิเศษของคนไทย เมื่อใดก็ตามที่ขอความร่วมมือ ทุกคนให้ความร่วมมือก็โอเค คนไทยเคยทำสำเร็จมาแล้วในหลายมิติ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องโควิด เมื่อใดก็ตามที่คนไทยรวมพลังเป็นหนึ่ง ทั้งรักตัวเอง คนอื่น และครอบครัว รักสังคม รักประเทศชาติ ทุกอย่างแก้ได้หมด

วันนี้ผม เกี่ยวกับเรื่องการสร้างความเข้าใจในสื่อโซเชียลอะไรต่างๆ ผมยอมรับว่าที่คิดมาอะไรมาก็เป็นเหตุผลของท่าน แต่อย่าลืมว่าผมคิดเองไม่ได้ ผมคิดได้เฉพาะจากสิ่งที่เสนอมาและผมจะตัดสินใจอย่างไร ผมยอมรับว่าเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก ขอฝากเพิ่มเติมจากสิ่งที่ทำดีอยู่แล้วให้ทำดียิ่งขึ้น พยายามเข้าใจในสิ่งที่รัฐบาลแจ้งข้อมูลออกมา สิ่งที่เป็นประโยชน์ผมก็นำมาขับเคลื่อน ไม่ใช่ผมไม่ฟังใครเลย 

“เจ็บปวดทุกครั้งที่ออกมาตรการ” คำต่อคำ “บิ๊กตู่” ทำไมต้องยกระดับสกัดโควิด

“ผมมีคำสามสี่ประโยคด้วยกัน ประเทศไทยเราต้องชนะ นี่คือธีมที่เราต้องใช้กันในตอนนี้ประเทศไทยต้องชนะ เมื่อถึงยามคับขันประชาชนต้องการผู้กล้าหาญ เมื่อถึงคราวปรึกษางาน ต้องการผู้ที่ไม่พูดพล่าม ไม่พูดไร้สาระ ไม่พูดสิ่งใดที่ไม่เป็นประโยชน์บิดเบือน ยามมีข้าวมีน้ำก็ต้องการผู้เป็นที่รัก ยามเกิดปัญหาก็ต้องการบัณฑิต นั่นคือคำสุภาษิตโบราณกล่าวไว้ สิ่งต่างๆเหล่านี้ควรจะต้องมาเป็นหลักชัย หลักนำในการดำรงชีวิตของเราในช่วงนี้ ทุกคนต้องช่วยกัน เพราะนี่คือประเทศไทยของท่าน นี่คือคนไทยของท่าน ไม่ว่าจะคนใดก็ตามก็คือคนไทย อย่ารังเกียจกันมากจนเกินไป กฎหมายก็ต้องทำตามกฎหมายเท่านั้นเอง”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

แท็กที่เกี่ยวข้อง