
อนุกมธ.อุตสาหกรรมจี้คุมเข้มโรงงานเถื่อน-น้ำเสียชลบุรี
“เกรียงยศ สุดลาภา” ประธานอนุกรรมาธิการการอุตสาหกรรม จี้คุมเข้มโรงงานเถื่อน-ปมน้ำเสีย จ.ชลบุรี ด้านชาวบ้านแฉซ้ำไร้ประชาพิจารณ์ก่อนตั้งโรงงาน
KEY
POINTS
- อนุกมธ.อุตสาหกรรมฯ รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านใน ต.บ่อกวางทอง จ.ชลบุรี กรณีโรงงานปล่อยน้ำเสียลงแหล่งน้ำสาธารณะ และก่อสร้าง-ขยายกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต
- เรียกร้องให้หน่วยงานท้องถิ่นและอุตสาหกรรมจังหวัด เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับโรงงานที่กระทำผิดอย่างจริงจัง
- เสนอให้เร่งรัดกระบวนการเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อตรวจสอบสารปนเปื้อน และปรับปรุงระเบียบการประชาสัมพันธ์รับฟังความคิดเห็นของประชาชนให้มีระยะเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน
วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา การประชุมคณะอนุกรรมาธิการการอุตสาหกรรม พิจารณาศึกษากลั่นกรองเรื่องร้องเรียนและสภาพปัญหาด้านอุตสาหกรรม ในคณะอนุกรรมาธิการการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร โดยมี นายเกรียงยศ สุดลาภา ประธานคณะอนุกรรมาธิการการอุตสาหกรรมในสภาผู้แทนราษฎร และ นายกฤช ศิลปชัย รองประธานคณะอนุกรรมาธิการการอุตสาหกรรม คนที่สอง พร้อมด้วยคณะทำงาน ร่วมรับฟังปัญหาจากทุกภาคส่วนอย่างละเอียดเพื่อพิจารณาเรื่องร้องเรียนกรณีผลกระทบจากภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่หมู่ 1, หมู่ 4 และหมู่ 8 ตำบลบ่อกวางทอง อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี
นายเกรียงยศ เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้ มีผู้แทนจากหน่วยงานราชการและผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจง ประกอบด้วย นายภูเวศน์ ชุมพร นายกเทศมนตรีตำบลบ่อกวางทอง รวมถึงตัวแทนจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานสาธารณสุข และนายเพียงพร สุขวัฒนานุกิจ, นายดำรงเดช พรงาม และ นายวิชัย ประมาณ เป็นตัวแทนภาคประชาชนผู้ร้องเรียน
นายเกรียงยศ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญในการหารือมุ่งเน้นไปที่การตั้งโรงงานในพื้นที่ซึ่งผู้ร้องเรียนระบุว่า ไม่มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างโปร่งใสและทั่วถึง แต่ในความเป็นจริงกลับพบว่า มีการร่นระยะเวลาประกาศกระชั้นชิดเหลือเพียงไม่กี่วัน ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่รับรู้ข้อมูลข่าวสารและเสียสิทธิ์ในการมีส่วนร่วม
นอกจากนี้ ยังมีการร้องเรียนเกี่ยวกับการปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ที่ชาวบ้านใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน จนน้ำเปลี่ยนเป็นสีดำและส่งกลิ่นเหม็น ทำให้ชาวบ้านไม่กล้านำน้ำไปใช้ในเกษตรกรรม
“ขณะนี้กระบวนการเยียวยาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังล่าช้าและไม่เห็นผลเป็นรูปธรรม อีกทั้งผู้ร้องเรียนยังเล่าถึงปัญหาการขยายโรงงานและการก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงมีการนำเข้าเศษวัสดุรีไซเคิลและตั้งกิจการหลอมโลหะ ตลอดจนโรงงานฝังกลบกากอุตสาหกรรม ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงข้อพิพาททางกฎหมายและการฟ้องร้องกันระหว่างชาวบ้านกับผู้ประกอบการและผู้บริหารท้องถิ่น” นายเกรียงยศ กล่าว
นอกจากนี้ นายกเทศมนตรี ได้ชี้แจงในที่ประชุมว่า ได้ทำตามหน้าที่ไม่เคยนิ่งเฉย ขณะที่ทางเทศบาลย้ำว่า ได้ให้ความสำคัญกับประชาชนในพื้นที่มาโดยตลอด การดำเนินการทุกอย่างอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง พร้อมระบุถึงขั้นตอนการออกใบรับแจ้งการก่อสร้างตามมาตรา 39 ทวิ ว่าต้องปฏิบัติตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด มิฉะนั้นเจ้าหน้าที่อาจมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157
โดยในส่วนของทางเทศบาล ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมคณะอนุกมธ.การอุตสาหกรรม ระบุว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้พยายามออกคำสั่งระงับและตรวจสอบการฝ่าฝืน พร้อมทั้งต่อสู้ทางคดีกับผู้ประกอบการที่ทำผิดกฎหมายอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการเลือกปฏิบัติ และยืนยันว่าไม่เคยนิ่งเฉยต่อปัญหาความเดือดร้อนและพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
หลังรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย ทั้งคณะอนุกรรมาธิการการอุตสาหกรรม และผู้แทนจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงสำนักงานสาธารณสุข ได้ร่วมกันเสนอแนะแนวทางแก้ไข นายเกรียงยศ กล่าวว่า ได้ขอให้หน่วยงานท้องถิ่นและอุตสาหกรรมจังหวัด เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการดำเนินกิจการของโรงงาน พร้อมทั้งเร่งรัดกระบวนการเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อตรวจสอบสารปนเปื้อนอย่างเร่งด่วน
นายเกรียงยศ ยังได้เน้นย้ำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและอุตสาหกรรมจังหวัดเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย ตรวจสอบสถานประกอบการอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งเสนอให้ปรับปรุงระเบียบและช่องทางการประชาสัมพันธ์ให้มีระยะเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลและแสดงความคิดเห็น จะได้ช่วยลดความขัดแย้งในพื้นที่และป้องกันไม่ให้ปัญหาผลกระทบจากอุตสาหกรรมลุกลามบานปลายในระยะยาว






