
“โรม”กังขานายกฯ ตั้ง“พล.ต.อ.สำราญ”นั่ง ผบ.ตร.อายุราชการ 7 ปี
“รังสิมันต์ โรม”จี้นายกฯ แจงเกณฑ์ตั้ง “พล.ต.อ.สำราญ นวลมา” นั่ง ผบ.ตร. ถาม 7 ปีที่เหลือจะปฏิรูปตำรวจหรือวนลูปเดิม
KEY
POINTS
- รังสิมันต์ โรม ตั้งคำถามถึงหลักเกณฑ์ที่นายกรัฐมนตรีใช้ในการเสนอชื่อ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา เป็น ผบ.ตร. และเรียกร้องให้ชี้แจงเหตุผลอย่างโปร่งใส
- แสดงความกังวลต่อวาระการดำรงตำแหน่งที่ยาวนานถึง 7 ปี ว่าจะนำไปสู่การปฏิรูปองค์กรตำรวจอย่างแท้จริงได้หรือไม่
- จับตาว่า การดำรงตำแหน่ง 7 ปี จะสามารถแก้ปัญหาคอร์รัปชัน ทุนสีเทา และระบบตั๋วได้ หรือจะเป็นเพียง 7 ปีที่สูญเปล่าและกลับสู่วัฏจักรเดิม
“รังสิมันต์ โรม”ตั้งคำถามถึงหลักเกณฑ์ที่นายกรัฐมนตรีใช้เสนอชื่อ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ หลังที่ประชุม ก.ตร.มีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2569 พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงเหตุผลการคัดเลือกอย่างโปร่งใส และจับตาวาระดำรงตำแหน่ง 7 ปีว่าจะนำไปสู่การปฏิรูปองค์กรตำรวจ แก้ปัญหาทุนสีเทา คอร์รัปชัน และระบบตั๋วได้จริง หรือสุดท้ายจะกลับสู่วัฏจักรเดิม
วันที่ 23 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการแต่งตั้ง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนที่ 16 โดยตั้งข้อสังเกตถึงหลักเกณฑ์การคัดเลือก พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องชี้แจงเหตุผลต่อสังคมอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.คนใหม่ โดยจะมีวาระดำรงตำแหน่งเป็นเวลา 7 ปี ตามอายุราชการที่เหลือ
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ประเด็นที่สังคมควรให้ความสนใจมากที่สุดคือ หลักเกณฑ์ในการเสนอชื่อ ผบ.ตร. เพราะตามกฎหมาย การพิจารณาจะต้องคำนึงถึงทั้งความรู้ ความสามารถ และ ความอาวุโส ดังนั้น ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งควรผ่านกระบวนการที่มีความโปร่งใส และสามารถอธิบายต่อสาธารณะได้
"ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้กระทำความผิด แต่สิ่งที่นายกรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องต้องชี้แจงคือ ใช้หลักเกณฑ์อะไรในการพิจารณา และมีข้อเท็จจริงใดรองรับการตัดสินใจ เพื่อให้สังคมเกิดความเชื่อมั่น" นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า อีกประเด็นสำคัญคือ การดำรงตำแหน่งของ พล.ต.อ.สำราญ ตลอด 7 ปีจากนี้ จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงองค์กรตำรวจอย่างเป็นรูปธรรมได้หรือไม่ โดยคณะกรรมาธิการฯ อยู่ระหว่างหารือเพื่อจัดตั้งคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และเตรียมติดตามบทบาทของ ผบ.ตร.คนใหม่อย่างต่อเนื่อง
"เราจะได้เห็นอะไรจาก 7 ปีนี้ หรือสุดท้ายจะเป็นวัฏจักรเดิม อีหรอบเดิม ยังมีระบบตั๋ว ยังมีปัญหาเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน หากทุกอย่างยังเหมือนเดิม ก็จะเป็น 7 ปีที่สูญเปล่า และปัญหาทุนสีเทาหรืออาชญากรรมต่าง ๆ อาจยิ่งเลวร้ายลง"
นายรังสิมันต์ กล่าวทิ้งท้ายว่า สังคมคาดหวังให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ ใช้โอกาสจากวาระการดำรงตำแหน่งที่ยาวนาน ผลักดันการปฏิรูปองค์กรตำรวจ เพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย ปราบปรามผู้กระทำผิดโดยไม่เลือกปฏิบัติ และไม่เกรงกลัวอิทธิพลหรือผู้มีอำนาจใด ๆ






