'อนุครุภัณฑ์ ไอซีที' เห็นชอบกองทัพเรือจัดซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ วงเงิน 2.25 หมื่นล้าน

22 ส.ค. 2563 เวลา 8:11 น.391

มติคณะอนุครุภัณฑ์ ไอซีที มีมติ 5 ต่อ 4 เห็นชอบกองทัพเรือจัดซื้อเรือดำนำ วงเงิน 2.5 หมื่นล้านบาท

พลันที่คณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และ ทุนหมุนเวียน ได้พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปี 64 พิจารณางบจัด ซื้อเรือดำน้ำ จากประเทศจีน ของกองทัพเรือ จำนวน 2 ลำ วงเงิน 22,500 ล้านบาท กำลังถูกตั้งคำถามว่า? ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 สมควรหรือไม่ควักเงินก้อนโตในช่วงเวลานี้

เรื่องการจัดซื้อจัดจ้างเรือดำน้ำ ที่เป็นข่าวคึกโครมก็เพราะเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2563 ที่รัฐสภา นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ในคณะกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ปี 64 แถลงข่าวในฐานะโฆษกคณะกรรมมาธิการ งบปี 64 ภายหลังประชุมคณะอนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯ ว่า เมื่อเร็วๆนี้การพิจารณางบจัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีน ของกองทัพเรือ จำนวน 2 ลำ วงเงิน 22,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นการประชุมครั้งที่ 2 ภายหลังจากที่ครั้งแรก ทางคณะอนุกมธ.แขวนไว้ เพราะยังไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะให้ซื้อหรือไม่  โดยทางกองทัพเรือได้ให้เหตุผลว่าที่ต้องซื้อเรือดำน้ำ เพราะไทยได้ลงนามในเอ็มโอยูกับจีนไว้แล้วว่าต้องซื้อ 3 ลำ โดยลำแรกได้จัดซื้อไปแล้วด้วยงบประมาณปี 60 ซึ่งจะได้รับเรือในปี 2567 อย่างไรก็ตาม อีก 2 ลำ ที่จะใช้งบปี 64 นั้น ทางอนุกมธ.สอบถามว่ายังไม่ซื้อได้หรือไม่ จะถูกฟ้องร้องหรือไม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 ทร.หั่นงบ4พันล้านเบรกเรือดำน้ำ หนุนรัฐสู้โควิด

“ทัพเรือ” ยอมเจ็บ พร้อมชะลอ ซื้อเรือดำน้ำ

ถอยดีกว่า… กองทัพพร้อมชะลอซื้ออาวุธ

ผู้ตรวจการแผ่นดินเผยผลสอบจัดซื้อเรือดำน้ำไม่ขัดรธน.

 

นายยุทธพงศ์ กล่าวอีกว่า วันนี้กองทัพเรือได้นำเอ็มโอยูซื้อเรือลำน้ำลำแรกมา ปรากฏว่าในเอ็มโอยูไม่ได้เขียนว่าไทยจะต้องซื้อลำที่สองและลำที่สาม ไม่ได้ผูกพันธ์กันไว้ มีแต่เพียงระบุว่าถ้าเกิดปัญหาในข้อตกลง หรือเกิดความขัดแย้งให้เจรจากันอย่างฉันท์มิตร ไม่มีการขึ้นศาลหรือคดีต่อกัน นี่คือเอ็มโอยูที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เซ็นไว้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของประเทศจีน

อย่างไรก็ตามที่ประชุมตกลงกันไม่ได้ ทำให้ นายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะอนุกมธ. สั่งพักการประชุม และเริ่มอีกครั้งในเวลา 14.15 น. พร้อมสั่งให้ลงมติ โดยในฝั่งที่ลงมติไม่ให้จัด ซื้อเรือดำน้ำ ประกอบด้วย ตน,นายเรวัต  วิศรุตเวช พรรคเสรีรวมไทย (สร.) ,นายครูมานิตย์  สังข์พุ่ม พรรคเพื่อไทย (พท.), นางสาววรรณวรี  ตะล่อมสิน พรรคก้าวไกล (ก.ก.)

ส่วนผู้ที่โหวตให้ผ่าน ได้แก่ นายชยุต  ภุมมะกาญจนะ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นางกรณิศ  งามสุคนธ์รัตนา พรรคพปชร. นายจีรเดช ศรีวิราช พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นางศิริวรรณ  ปราศจากศัตรู พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีเสียงเท่ากัน สุดท้ายประธานคณะอนุกมธ.ออกอีกเสียงหนึ่งเห็นชอบให้ซื้อเรือดำน้ำ เป็นอันว่าประเทศไทยซื้อเรือดำน้ำจีนอีก 2 ลำในภาวะที่คนไทยกำลังอดอยาก

นายยุทธพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนและนายครูมานิตย์จะขอคัดค้านการซื้อเรือดำน้ำดังกล่าว เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชน เพราะเห็นว่าไม่จำเป็นในการซื้อ อีกทั้งลำที่หนึ่งที่ได้ซื้อไปแล้วยังไม่ได้ของ ซึ่งกว่าจะได้ก็ปี 67 เรื่องนี้นายกฯ ต้องเลือกระหว่างซื้อเรือดำน้ำกับความอดอยากของประชาชน ชาวบ้านบอกให้ช่วยเนื่องจากได้รับผลกระทบจากโควิด รัฐบาลบอกไม่มีเงิน เห็นเรือดำน้ำสำคัญกว่าชีวิตประชาชนได้อย่างไร

ด้านนายครูมานิตย์ ระบุว่า วันนี้ยังไม่มีความจำเป็นในการจัดซื้อเมื่อเทียบกับความอดอยากของประชาชนทุกภาค เราไม่ได้คัดค้านไม่ให้ซื้อ แค่อยากให้ชะลอไว้ก่อน ถ้าประชาชนไม่อดอยาก จะซื้อ 4-5 ลำก็ซื้อไป แต่ช่วง 4-5 ปีมานี้ทหารใช้งบประมาณแทบจะมากกว่าทุกกระทรวงอยู่แล้ว

เริ่มแล้วประมูลทรัพย์สินธอส.นำบ้านมือสองออกมาขาย