เอกชนตีปีกเปิดประเทศ บี้เดินตามแผนฉีดวัคซีน 70%

19 มิ.ย. 2564 เวลา 7:00 น.244

เอกชนตบเท้าเชียร์ เปิดประเทศ ใน 120 วัน หนุน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จี้ฉีดวัคซีนให้ได้ตามแผน 70 % ของประชากรและต้องมีแผนสำรองรับความเสี่ยง กังวล “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” หากไม่สำเร็จ เปิดประเทศจะเป็นเรื่องยาก “พิพัฒน์” ยันคุมแพร่ระบาดโควิดได้ ติดเชื้อหลัก 10 ไล่ เปิดพื้นที่ท่องเที่ยว

การประกาศเปิดประเทศของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2564 ตั้งเป้าหมายเปิดประเทศให้ได้ใน 120 วัน หรือภายในเดือนตุลาคม 2564 ที่คาดการณ์ว่า ประชาชนทั้งประเทศจะได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรกอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 50 ล้านคน หรือราว 70 % ของจำนวนประชากรโดยหวังจะพลิกฟื้นประเทศไทยจากวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และบรรเทาความเดือดร้อน ให้ประชาชนกลับมาทำมาหากิน ได้อีกครั้ง

คำแถลงของนายกรัฐมนตรีดังกล่าว ส่งผลให้หลายฝ่ายออกมาตอบรับ แต่ก็ยังมีความกังวลว่า โรดแมพที่จะเดินไปนั้น รัฐบาลมีความพร้อมรับมือกับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นแล้วหรือยัง รวมถึงการจัดหาและการฉีดวัคซีนจะเป็นไปตามแผนที่วางไว้หรือไม่ ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่ยังมีความปั่นป่วนอยู่

ยัน120วันเปิดได้แน่

นายพิพัฒน์ รัชกิจปราการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวกับ”ฐานเศรษฐกิจ”ว่า หากวัคซีนมาได้ตามแผน และไม่มีแรงกระเพื่อมของการแพร่ระบาด ใน 120 วัน จะสามารถเปิดประเทศทั้งประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบโดสเดินทางเข้ามาเที่ยวได้โดยไม่ต้องกักตัว

“การเปิดประเทศใน 120 วันคือเป้าหมาย ผมเชียร์นายกในเรื่องนี้ เพราะผู้ประกอบการท่องเที่ยวไปต่อไม่ไหวแล้ว แต่การจะเปิดการท่องเที่ยวในจังหวัดไหนได้ก่อน-หลัง ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละจังหวัด ในการฉีดวัคซีนพื้นที่นั้นๆ เป็นสำคัญ ที่ประชาชนในพื้นที่ต้องได้รับการฉีดวัคซีน 70% แล้ว และต้องควบคุมการแพร่ระบาดของโควิดในพื้นที่ได้ให้ เหมือนกับภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์”

สำหรับการเตรียมความพร้อมของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ นั้น จะร่วมกับจังหวัดต่างๆ และจะเน้นไปในพื้นที่ 10 จังหวัดท่องเที่ยวก่อน ได้แก่ ภูเก็ต พังงา สุราษฏร์ธานี เชียงใหม่ ชลบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ บุรีรัมย์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งมองว่าหลังจากเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ภูเก็ตแล้ว พื้นที่ต่อไปน่าจะเป็นเกาะสมุย-เกาะเต่า-เกาะพะงัน ซึ่งมีการหารือกับศบค.ชุดเล็กไปแล้ว แต่รูปแบบของเกาะสมุยจะแตกต่างจากภูเก็ต คือ นักท่องเที่ยวที่เข้าสมุย 3 วันแรกต้องกักตัวอยู่ในห้องพัก อีก 4 วันสามารถอยู่ภายในบริเวณโรงแรมได้ และอีก 7 วัน จะสามารถเดินทางไปเที่ยว 3 เกาะในเกาะสมุย-เกาะเต่า-เกาะพะงันได้ คาดว่าจะเริ่มได้ในอีก 2 สัปดาห์หลังเปิดภูเก็ต

Reopen Thailand

จากนั้นในอีก 3-4 จังหวัด ที่เป็นพื้นที่เกาะ อาทิ เกาะพีพี เกาะไหง เกาะยาวใหญ่ เกาะยาวน้อย เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ พื้นที่เขาหลัก จ.พังงา เกาะล้านพัทยา เกาะช้าง เกาะกูด จะมีการเข้าไปเตรียมความพร้อม คาดว่าจะทยอยเริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวได้ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ หรือสิงหาคม เป็นอย่างช้า

ความเสี่ยง-ตัวแปรเพียบ

นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า การจะเปิดประเทศใน 120 วัน มีข้อดีส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ นำเงินจากต่างประเทศมาอัดฉีดเศรษฐกิจ แต่ก็มีความเสี่ยง เพราะยังไม่เห็นแผนหรือมีมาตรการ ควบคุมดูแล ทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ ขณะที่การกระจายวัคซีน ปัจจุบันยังเป็นปัญหาอยู่ทำให้ประชาชนขาดความเชี่อมั่น ขาดความเป็นเอกภาพของภาคการเมืองในการบริหารประเทศยังไม่มี การนำเข้า ปริมาณวัคซีน และการกระจายวัคซีน ยังไม่สอดคล้องกับ เงื่อนเวลา 120 วัน

ดังนั้น การเปิดประเทศต้องติดตามการดำเนินงานของภูเก็ต แซนด์บ็อก อย่งใกล้ชิด ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดว่าใน 120 วันข้างหน้าจะเปิดประเทศแบบไหน เปิดอย่างไร เพราะรัฐบาลจะเปิดประเทศได้ก็ต่อเมื่อทำให้ประเทศมีความเสี่ยงต่ำที่สุด

เปิดประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย

นายบุญยง ตันสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป หรือ ZEN กล่าวว่า ถ้าประเมินจากสถานการณ์การติดเชื้อหรือแพร่ระบาดในปัจจุบัน การเปิดประเทศถือว่าเป็นไปได้ยาก เพราะต้องประเมินผลจาก 3 ส่วนก่อน ได้แก่ 

1. ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ มีปริมาณการฉีดวัคซีน 70-80% ของประชากรจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากน้อยเพียงใด

2. ปริมาณวัคซีนที่นำเข้ามาฉีดให้คนไทยเพียงพอหรือไม่ เพราะต้องฉีดอย่างน้อย 5 แสนคนต่อวัน 10 ล้านคนต่อเดือน

3. ปริมาณของผู้ติดเชื้อมีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างมีนัยยะหรือไม่

“การเปิดประเทศโดยที่ไม่มีข้อกำหนด ไม่มีวิธีการควบคุม ไม่มี “ทราเวลบับเบิล” ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และจะสร้างปัญหาเพิ่มมากขึ้น ความลังเลของนักท่องเที่ยว ก็จะเกิดขึ้นเพราะคนพื้นที่ยังไม่ได้รับวัคซีน แต่ตรงกันข้ามถ้ารัฐบาลสามารถควบคุมการติดเชื้อให้ลดลงต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน เปิดประเทศ 120 วันถึงจะพอเป็นไปได้”

เอกชนตีปีกเปิดประเทศ บี้เดินตามแผนฉีดวัคซีน 70%

 

แนะจัดทำแผนสำรอง

นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวว่า การที่นายกฯ ออกมาประกาศเปิดประเทศเป็นสิ่งที่ดีที่สร้างความมั่นใจให้กับภาคเอกชนและประชาชน รวมทั้งเป็นการปักธงให้ผู้ปฏิบัติ หน่วยงานภาครัฐรู้ว่าจะเดินไปทางไหนและต้องทำอย่างไร ซึ่งทุกหน่วยงานต้องเดินควบคู่กันไปทั้งในด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจ

“ในทางปฏิบัติรัฐบาลควรจัดทำแผนบริหารความเสี่ยง เป็น Scenario ทั้งในกรณีที่เลวร้ายที่สุด (Worst-case), ปานกลาง (Average-case) หรือดีที่สุด (Best-case) เพื่อเป็นแผนสำรองในกรณีเกิดเหตุการณ์ต่างๆ เป็นการเตรียมความพร้อมให้ทุกคนรับรู้และเดินไปในทิศทางเดียวกัน เป็นการคิดร่วมกัน ช่วยกันแนะนำเพื่อหาทางออกให้ประเทศก้าวข้ามวิกฤติโควิดครั้งนี้”

หวั่นระบาดระลอก 4

นายแพทย์บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG กล่าวว่า การเปิดประเทศใน 120 วันเป็นเรื่องยาก แต่รัฐบาลสามารถทำได้ แต่ขอให้เปิดเป็นจุด เช่น เมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา กระบี่ และสำคัญที่สุดคือ กรุงเทพฯ แต่การจะเปิดในจังหวัดดังกล่าว รัฐบาลต้องล็อกดาวน์คลัสเตอร์ต่างๆ และจำกัดการติดเชื้อให้ได้ ไม่ใช่ปล่อยให้เดินเพ่นพ่าน และต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดในการจำกัดหรือควบคุมไม่ให้มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้น แค่หลักหน่วยนักท่องเที่ยวต่างชาติยังกลัว ทุกวันนี้ยังติดเป็นตัวเลขหลักพัน

“ตัวแปรสำคัญในการเปิดประเทศคือ “วัคซีน” และต้องเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสามารถสร้างภูมิคุ้มกันไวรัสกลายพันธุ์ได้ หากเปิดประเทศใน 120 วันแล้วมีคนนำเชื้อไวรัสสายพันธุ์บราซิลหรือแอฟริกาใต้เข้ามา วัคซีนที่ฉีดอยู่ทุกวันนี้ก็เอาไม่อยู่ เปิดแล้วเกิดการระบาดระลอกใหม่ก็ต้องปิดอีก เหมือนประเทศอังกฤษหรือหลายๆประเทศในยุโรป”

ภูเก็ตสะพัด 4.5 หมื่นล้าน

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า การประกาศเปิดประเทศภายใน 120 วันนั้น ต้องขึ้นอยู่กับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ว่าจะสามารถฉีดได้ตามเงื่อนไขให้ครบ 50 ล้านคน เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันหมู่ก่อนเปิดประเทศได้หรือไม่ ซึ่งต้องติดตามการบริหารจัดการในช่วงที่เหลือจากนี้ หากเปิดประเทศได้จริง จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ แต่ทั้งนี้ ต้องรอดูตัวอย่างจากภูเก็ตก่อนว่าจะมีคนสนใจมากน้อยเพียงใด รวมถึงติดตามการอนุญาตให้ประชาชนของจีน ออกมาท่องเที่ยวนอกประเทศด้วย

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่ประเทศไทย กล่าวว่า การกล้าประกาศเพื่อนำไปสู่การเคาต์ดาวน์เปิดประเทศนี้ แสดงให้เห็นว่านายกฯมีความมั่นใจว่ามีวัคซีนอยู่ในมือและพร้อมเร่งฉีดให้ได้ตามแผนและเป้าหมาย

อีกทั้ง ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ จะมีการเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เพื่อต้องรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ คงไม่มีการเลื่อน เป็นการส่งสัญญาณเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ นำร่องเปิดประเทศ เพื่อเชื่อมโยงแซนด์บ็อกซ์ท่องเที่ยวไปยังจังหวัดอื่นๆ ในอนาคตด้วย

“ปี 2562 ก่อนเกิดโรคโควิด มีต่างชาติเดินทางมาเที่ยวไทยเฉลี่ยเดือนละ 3 ล้านคน หากสามารถเปิดประเทศได้ และนักท่องเที่ยวมาได้จริง 10% หรือ 3 แสนคนต่อเดือน หากคิดที่ 3 เดือน และคิดค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 5 หมื่นบาทต่อคนต่อทริป จะมีเงินเข้าประเทศอีก 4.5 หมื่นล้านบาท จะทำให้จีดีพีประเทศปีนี้โตได้อีก 0.3%”

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การเปิดประเทศถ้าทำได้จริงจะดีมาก แต่ยังมีความเสี่ยง เพราะนักท่องเที่ยวที่เข้ามาทั่วโลก อาจจะมาพร้อมกับเชื้อโรคระบาดบางอย่าง ที่ห่วงตอนนี้คือเชื้อโควิดที่กลายพันธุ์ เช่น สายพันธุ์เดลต้า (อินเดีย) ที่ติดเชื้อได้อย่างรวดเร็วมีโอกาสที่จะเล็ดลอดเข้ามาได้เพิ่ม และอาจต้องกลับมานับ 1 ในการเปิดประเทศใหม่ เหมือนที่เกิดขึ้นแล้วหลายประเทศในยุโรป เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี

อสังหาฯเฮ ตลาดฟื้น

นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การประกาศเปิดประเทศจะผลดีต่อเศรษฐกิจ จะช่วยให้คอนโดมิเนียมสามารถโอนนกรรมสิทธิ์ได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังช่วยระบายโครงการที่นักลงทุนชาวจีนสนใจ ในระดับราคา 2-5 ล้านบาทต่อหน่วย ให้ขับเคลื่อนต่อได้ ส่งผลต่อภาพรวมของประเทศกลับมาพลิกฟื้น  แต่ต้องอยู่บนเงื่อนไขว่า รัฐบาลต้องกระจายการฉีดวัคซีนคู่ขนานให้ได้อย่างน้อย 50% ของประชากรในแต่จังหวัดให้ได้

นายธนพล ศิริธนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ภายใต้พอร์ต เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ระบุว่า หากเปิดประเทศได้เร็วจะเกิดผลดีในเชิงเศรษฐกิจ ทำให้หลายธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอยู่มีโอกาสฟื้นตัวและไปต่อได้ แต่ความปลอดภัยของประชาชนยังคงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องใส่ใจ หากเปิดประเทศได้ก่อนที่ประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนครบตามจำนวน เห็นว่าการกักตัวยังคงจำเป็น เพื่อลดความเสี่ยงของการระบาดที่อาจเกิดขึ้นซํ้าได้

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า การประกาศเปิดประเทศภายใน 120 วันนั้น ต้องขึ้นอยู่กับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ว่าจะสามารถฉีดได้ตามเงื่อนไขให้ครบ 50 ล้านคน เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันหมู่ก่อนเปิดประเทศได้หรือไม่ ซึ่งต้องติดตามการบริหารจัดการในช่วงที่เหลือจากนี้ หากเปิดประเทศได้จริง จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ แต่ทั้งนี้ ต้องรอดูตัวอย่างจากภูเก็ตก่อนว่าจะมีคนสนใจมากน้อยเพียงใด รวมถึงติดตามการอนุญาตให้ประชาชนของจีน ออกมาท่องเที่ยวนอกประเทศด้วย

หน้า 1 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,689 วันที่ 20 - 23 มิถุนายน พ.ศ. 2564

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง