“รมว.ศธ.”มั่นใจทุกโรงเรียนคุมเข้มโควิด-19 หลังเปิดเรียนวันแรก

01 ก.พ. 2564 | 09:37 น.

 “รมว.ศธ.”มั่นใจทุกโรงเรียนใช้มาตรการเข้มข้นรับมือโควิด-19 หลังเปิดเรียนวันแรก เตรียมถก “สพฐ.-โรงเรียนเอกชน-กทม.”ยกระดับโรงเรียนคุณภาพ แก้กระจุกตัวบางโรงเรียน 

วันนี้ (1 ก.พ.64) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ลงพื้นโรงเรียนวัดรางบัว และ โรงเรียนวัดนวลนรดิศ เขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจความพร้อมในการเปิดเรียนวันแรก หลังปิดการเรียนการสอนภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดชองเชื้อโรคไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) เมื่อเดือนธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา

 

นายณัฏฐพล กล่าวว่า ตนได้รับทราบว่าทุกโรงเรียนมีความมั่นใจ และมีความพร้อมในการบริหารจัดการรับมือกับวิกฤตินี้ เนื่องจากทุกๆ โรงเรียนได้ผ่านประสบการณ์มาก่อนหน้าแล้ว โดยโรงเรียนในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และนครปฐม มีการควบคุมด้วยจำนวนนักเรียนที่ต้องไม่เกิน 25 คนต่อห้อง ซึ่งสามารถทำให้ผู้บริหารโรงเรียนสามารถจัดการเรื่องการเว้นระยะห่างได้อย่างเรียบร้อย 

 

อีกทั้งทุกโรงเรียนยังให้ความสำคัญต่อความเข้มงวด ในเรื่องการใส่หน้ากาก การล้างมือ การตรวจอุณหภูมิ และการเว้นระยะห่าง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญ ที่ทุกๆ คน ได้แก่ ผู้บริหาร ครู นักเรียน และผู้ปกครอง ต้องมีความเข้าใจ เพราะวันนี้เรายังอยู่ในช่วงที่กำลังมีการแพร่ระบาดของโรค แม้จะเปิดเรียนแล้วก็ตาม 

                                                  +++

“กระทรวงศึกษาธิการ มั่นใจว่ามาตรการการแบ่งแยกโซนทั่วประเทศนั้น ทำให้โรงเรียนสามารถจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติ โดยในส่วนของผู้ปกครอง หรือนักเรียนบางส่วน ที่ยังไม่มั่นใจ และยังไม่ประสงค์จะมาโรงเรียน ทางโรงเรียนก็จะส่งใบงาน หรือแบบฝึกหัดให้นักเรียนทำที่บ้านได้ ยอมรับว่าเป็นภาระหนักสำหรับคุณครูและโรงเรียน รวมถึงคุณภาพของการศึกษา แต่เราก็ต้องพยายามขับเคลื่อนตรงนี้ไปให้ได้ ไม่เช่นนั้นนักเรียนจะได้รับการศึกษาที่ไม่มีคุณภาพเท่าที่ควร แนวทางนี้เป็นการแก้ไขปัญหาในช่วงที่มีวิกฤติอยู่ ณ ปัจจุบัน แต่ผมมั่นใจว่า ถ้าพวกเราร่วมมือกัน เราก็จะผ่านวิกฤตินี้ไปได้”

 

ส่วนเสียงสะท้อนเรื่องการเรียนผ่านระบบออนไลน์นั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า เรื่องนี้มีเสียงสะท้อนมาในสองรูปแบบ บางส่วนบอกว่าการเรียนผ่านออนไลน์ทำให้พวกเขาได้รับความรู้มากขึ้น ขณะที่บางส่วนต้องการกลับมาเรียนที่โรงเรียน เพราะได้ความรู้มากกว่า ดังนั้นกระทร"งศึกษาธิการจึงต้องนำข้อมูลทั้งหมดเหล่านี้มาประมวลอีกครั้ง

 

“การเรียนผ่านออนไลน์นั้น เราต้องขยายไปให้ทั่วทั้งประเทศ เพราะผลจากการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน ทั้งด้านวิชาการและทักษะด้านต่างๆ เราสามารถเรียนรู้ผ่านออนไลน์เพิ่มเติมและเป็นส่วนเสริมได้ ขณะเดียวกันการเรียนการสอนในโรงเรียนก็ยังคงต้องใช้เป็นตัวหลัก โดยมีคุณครูเป็นสื่อกลาง เพื่อสร้างสังคมในโรงเรียนซึ่งเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว 

                                                        +++

นอกจากนี้ นายณัฏฐพล ยอมรับว่า ปัจจุบันโรงเรียนในกรุงเทพมหานครนั้น มีการกระจุกตัวของนักเรียนในบางโรงเรียน เนื่องจากเป็นเรื่องค่านิยม ซึ่งทำให้ผู้ปกครองและนักเรียนให้ความสนใจและมุ่งไปสู่โรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่ง ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการ จำเป็นต้องสร้างโอกาสในโรงเรียนมัธยม ซึ่งวันนี้ในหลายๆ โรงเรียนมีความพร้อมเรื่องสถานที่ เพียงแต่การจัดการเรียนการสอนอาจจะไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทำให้หมดโอกาสในการสร้างความสนใจให้กับผู้ปกครองและนักเรียน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่กระทรวงศึกษาธิการ กำลังจะทำการยกระดับโรงเรียนชุมชนประจำในกรุงเทพมหานคร 

 

 “โรงเรียนใน กทม. มีโอกาสได้รับการสนับสนุนในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระบบดิจิทัลเทคโนโลยี ในเรื่องของคนที่จะมีโอกาสเข้ามาสอน หรือผสมผสานในการสอนภาษาเพิ่มเติม รวมถึงกระบวนการที่จะยกระดับความรู้ของนักเรียนในวิชาสาขาต่างๆ ดังนั้นเราจำเป็นต้องสร้างบรรยากาศทางด้านการศึกษาให้มีความน่าสนใจ หลังจากนั้นก็จะเป็นโอกาสในการดึงผู้สนับสนุนเข้ามาร่วม” รมว.ศึกษาธิการ ย้ำ

 

ขณะเดียวกัน ในวันนี้ตนยังได้เห็นอีกเรื่องหนึ่ง คือ การที่โรงเรียนจะเป็นนิติบุคคล ที่จะทำให้โรงเรียนมีโอกาสดึงความสามารถเฉพาะทางของตัวเองออกมา ให้เห็นถึงความโดดเด่น เพื่อเสนอแนวทางการสนับสนุน แต่ยังมีความกังวลว่า หากทุกอย่างต้องอยู่ในกรอบกติกาของกระทรวงศึกษา อาจทำให้โอกาสในการที่จะคิดฝันตามแนวทางของโรงเรียนตัวเองอาจจะมีข้อจำกัดอยู่   

                                                        “รมว.ศธ.”มั่นใจทุกโรงเรียนคุมเข้มโควิด-19 หลังเปิดเรียนวันแรก

ส่วนภาพรวมของแผนการศึกษาจังหวัด โรงเรียนในกรุงเทพฯ เป็นอย่างไรนั้น นายณัฏฐพล กล่าวว่า ต้องหารือกันทั้งในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โรงเรียนเอกชน และโรงเรียนของกรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนี้พอมองเห็นตัวเลขชัดเจน เพียงแต่ว่าวันนี้ ต้องพยายามสร้างโอกาสให้กับนักเรียนทุกคน ได้รับคุณภาพอย่างเต็มที่ เพราะหากมีโรงเรียนขยายโอกาสเกิดขึ้น อาจจะเป็นการไปตัดโอกาสของโรงเรียนมัธยมอื่นๆ ซึ่งต้องไปหารือกับทางกทม.  

 

“ผมมั่นใจว่า เราสามารถหารือและทำความเข้าใจกันได้ โดยการตัดสินใจเลือกความต้องการของแต่เลือกพื้นที่ เป็นปัจจัยหลักว่า พื้นที่หรือเขตนั้นๆ ต้องการด้านการศึกษามากน้อยแค่ไหน อย่างไร ซึ่งจะทำให้การวางแผนสะดวกและชัดเจนมากขึ้น เพราะสุดท้ายไม่ว่าจะเป็นงบประมาณจากกระทรวงมหาดไทย หรืองบจากกระทรวงศึกษาธิการ ก็เป็นงบประมาณที่มาจากรัฐเหมือนกัน เพราะมีเป้าหมายต้องการให้โรงเรียนมีคุณภาพ และตรงกับความต้องการของตลาด ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ” นายณัฏฐพล กล่าว