"หมอธีระ" ชำแหละเหตุและผลในการเลือก"วัคซีนโควิด"ของไทย

22 ม.ค. 2564 | 21:25 น.

"หมอธีระ" เตือน เรื่องวัคซีนโควิดไม่ควรทะเลาะกันไปมา พร้อมเผยเหตุและผลในการเลือกวัคซีนของแต่ละบริษัท และย้ำสิ่งสำคัญในตอนนี้คือป้องกันไม่ให้ระบาดหนัก ทุกคนต้องเคร่งครัดดูแลตัวเองไม่ให้ติดเชื้อ

รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ หรือ "หมอธีระ" คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Thira Woratanarat" เกี่ยวกับสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย รวมไปถึงเรื่องความพร้อมของวัคซีนโควิด ที่จะนำมาใช้ในประเทศไทย โดยเนื้อหารายละเอียดข้อความที่โพสต์มีดังต่อไปนี้ 


เรื่องวัคซีนไม่ควรทะเลาะกันไปมา...


มองตามหลักเหตุและผล...


สรรพคุณดีสุดคือ Pfizer/Biontech และ Moderna สองตัวนี้ป้องกันติดเชื้อแบบมีอาการได้ประมาณ 95%


แต่ทั้งสองตัวราคาสูง ตกโดสละ 20-30 เหรียญ ใช้สองโดส ตก 40-60 เหรียญ หากฉีด 40 ล้านคน ต้องใช้งบ 60,000-80,000 ล้านบาท คงไม่ไหว


และมีข้อจำกัดสำคัญเรื่องที่ต้องเก็บในอุณหภูมิต่ำมาก ไทยไม่มีระบบ cold chain พอที่จะดูแลรักษาและขนส่งไปทุกที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 

กรรมการเค้าเลือก Astrazeneca/Oxford  เหตุผลเป็นเรื่องสรรพคุณที่ 70% ถือว่าดี เกินเกณฑ์ขั้นต่ำที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ที่ 50% 
และเรื่องราคา 2-3 เหรียญต่อโดส ฉีดคนละสองโดส คิดคร่าวๆ ใช้งบ 6,000-8,000 ล้านบาท น้อยกว่าสองอันแรก 10 เท่า 


รวมถึงการที่เก็บรักษาได้ในตู้เย็นธรรมดา ไม่มีปัญหาในด้านการขนส่งไปใช้ในพื้นที่ต่างๆ และยีงสามารถมีโรงงานผลิตในประเทศ ไม่ต้องรอสั่งจากต่างประเทศ


ฟังดูก็มีเหตุผลเข้าใจได้ดี


ทั้งนี้หากในอนาคตมีการนำวัคซีนหลากหลายชนิดเข้ามาจำหน่าย ประชาชนก็สามารถเลือกใช้ที่ต้องการได้ โดยอาจรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองหากเป็นชนิดที่ต่างจากที่รัฐจัดให้ฟรี ก็ถือว่าไม่น่าจะเกิดปัญหาอะไรให้ขุ่นข้องหมองใจกัน


การเลือกยา วัคซีน หรือผลิตภัณฑ์ใดๆ สำหรับทั้งประเทศ ต้องพิจารณาหลายด้าน ทั้งเรื่องสรรพคุณ ข้อจำกัดด้านต่างๆ รวมถึงทรัพยากรที่มี เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่เป็นไปได้หรือคุ้มค่า


ทั้งนี้ขอให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน และผ่านขั้นตอนพิสูจน์ระดับสากลแล้วเท่านั้น


สำคัญสุดตอนนี้คือ ต้องป้องกันไม่ให้ระบาดหนัก เคร่งครัดป้องกันตัวอย่าให้ติดเชื้อครับ