
"ชาญศิลป์"เคลียร์ชัดข่าว"การบินไทย"ซื้อเครื่องบิน 30 ลำในปี68
"ชาญศิลป์" ยัน"การบินไทย” แผนฟื้นฟูกิจการ ไม่มีชงเรื่องแผนจัดซื้อเครื่องบิน 30 ลำภายในปี 2568 ชี้อนาคตหากอุปสงค์ตลาดปรับตัวสูงขึ้น เล็งใช้รูปแบบเช่าเป็นลำดับแรก
นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการแทน กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) (ดีดี)กล่าวว่า ตามที่มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับแผนจัดซื้อเครื่องบินล็อตใหม่ จำนวน 30 ลำ ในปี 2568 นั้น
การบินไทยขอยืนยันว่า บริษัทฯ ไม่มีแผนจัดซื้อเครื่องบินใหม่ในแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ ที่จะยื่นต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในต้นเดือน มี.ค.นี้ ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด ดังนั้นข่าวที่ออกไปจึงเป็นข่าวที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง
อย่างไรก็ดี การฟื้นฟูกิจการฯ หลักการที่สำคัญคือ ต้องมีการปรับแผนธุรกิจและแผนกลยุทธ์ในการดำเนินกิจการเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ ด้วยการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่ทำให้เกิดรายได้ให้ได้มากที่สุด การหารายได้และการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการต่างๆ ที่สอดคล้องกับอุปสงค์ของตลาด
ในขณะที่บริษัทฯ กำลังเผชิญอยู่กับวิกฤตการหดตัวอย่างรุนแรงของการเดินทางระหว่างประเทศ อันสืบเนื่องมาจากมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ของทุกประเทศทั่วโลก บริษัทฯ จึงต้องมีการปรับขนาดของฝูงบินให้เหมาะสม
ก่อนที่บริษัทฯ ได้เข้ากระบวนการพื้นฟูกิจการฯ นั้น บริษัทฯ มีแผนการปลดระวางเครื่องบินที่มีอายุมาก มีค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงสูง มีประสิทธิภาพด้านการใช้น้ำมันต่ำและมีขนาดไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาตอยู่ก่อนแล้ว
ดังนั้น ใน 1-5 ปีนี้ กลยุทธ์การปรับลดชนิด จำนวน ของเครื่องบิน เครื่องยนต์ และค่าการซ่อมบำรุงอากาศยาน จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้ขนาดและชนิดของฝูงบินสอดคล้องกับปัจจัยและสถานการณ์ต่างๆ ตามที่กล่าวมาข้างต้น รวมทั้ง ทำให้เกิดความพอดีกับเส้นทางบินที่ลดลงรองรับปริมาณการเดินทางของตลาดได้อย่างเหมาะสม
ด้วยสถานการณ์ของบริษัทฯ ที่ต้องดำเนินกิจการตามแผนพื้นฟู โดยมีเครื่องบินเป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินธุรกิจ รวมไปถึงการกำหนดต้นทุนและกลยุทธ์ในการวางแผนตารางการบิน
ดังนั้น หากบริษัทฯ มีความต้องการจัดหาเครื่องบิน บริษัทฯ โดยคณะกรรมการกลยุทธ์องค์กรฯ จะศึกษาและประเมินความต้องการของตลาดอย่างใกล้ชิดทั้งในระยะกลางและระยะยาว เพื่อพิจารณาปัจจัยแวดล้อมต่างๆ อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ หากมีการเพิ่มขึ้นของอุปสงค์ในตลาดอย่างมีนัยยะสำคัญ
อาทิ สภาวะตลาดและเศรษฐกิจของโลกกระเตื้องขึ้น และคาดว่าความต้องการเดินทางน่าจะขยายตัวตามการฟื้นตัวของตลาด ตลอดจนต้นทุน ความคุ้มค่า ความจำเป็นและปัจจัยต่างๆ เป็นต้น เพื่อให้บริษัทฯ มีฝูงบินที่เพียงพอและมีประสิทธิภาพ ที่จะไม่ทำให้บริษัทฯ เสียโอกาสในการหารายได้ และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในทางธุรกิจต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
- สหภาพฯ"การบินไทย"ยื่นผู้ทำแผนขอให้ยุบ"ไทยสมายล์"ย้ำห้ามเลิกจ้างพนักงาน
- “การบินไทย”ประกาศขายตึกลูกเรือหลักสี่ หาเงินต่อชีวิต ถึงก.ค.นี้
- "การบินไทย"ออกประกาศเออร์ลี่รีไทร์ รอบ2 พร้อมรอบ3แล้ว จ่ายชดเชยสูงสุด200วัน
- คลอดแล้ว“การบินไทย”ออกประกาศ"โครงสร้างองค์กรใหม่"มีผล1พ.ค.นี้
- "การบินไทย" เขย่าองค์กรโครงสร้างองค์กรใหม่ ปลดอีก6พันคน






