
รัฐดันสตรีทฟู้ดไทย ปักหมุดแอป Thai Street Gold Star เชื่อมท่องเที่ยวยุคใหม่
ขับเคลื่อนสตรีทฟู้ด 2.6 แสนล้าน รัฐเปิดตัวแอป "Thai Street Gold Star" ปักหมุดร้านอาหารริมทาง ชูเทคโนโลยีดิจิทัลหนุน SMEs ยกระดับการบริการ พร้อมดันไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหารยุคใหม่
KEY
POINTS
- รัฐบาลร่วมกับ สสว. และ ม.สวนดุสิต เปิดตัวแอปพลิเคชัน "Thai Street Gold Star" เพื่อยกระดับสตรีทฟู้ดไทยและเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว
- แอปพลิเคชันทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลร้านอาหารริมทางที่ผ่านมาตรฐาน 3 ด้าน คือ ความปลอดภัย (Safety) อัตลักษณ์ (Signature) และการบริการ (Service) เพื่อให้นักท่องเที่ยวค้นหาได้ง่าย
- โครงการเริ่มต้นในพื้นที่นำร่อง 3 จังหวัดท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี และเชียงใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและผลักดันไทยสู่การเป็นจุดหมายด้านอาหารระดับโลก
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมร่วมกับมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดตัวโครงการยกระดับสตรีทฟู้ดในพื้นที่นำร่อง 3 จังหวัด ผ่านกิจกรรมโรดโชว์เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัย อัตลักษณ์และการบริการหวังเพิ่มสัดส่วนจีดีพีของเอสเอ็มอีให้แตะ 40% ภายใน 5 ปี
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแนวทางของรัฐบาลในการยกระดับผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดไทย โดยมีนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดกิจกรรม Roadshow Thailand Food Therapy Festival & Thai Street Gold Star พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชัน "Thai Street Gold Star" ซึ่งนับเป็นการเปิดตัวแพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นครั้งแรกของประเทศไทย
ยกระดับสตรีทฟู้ด-ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
โครงการนี้ดำเนินการภายใต้โครงการยกระดับผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดและท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสู่มาตรฐานสากล โดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. ได้ผสานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสวนดุสิต และภาคีเครือข่าย เพื่อขับเคลื่อนในพื้นที่นำร่อง 3 จังหวัดสำคัญ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดชลบุรี โดยเน้นพื้นที่พัทยา และจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์หลักทางการท่องเที่ยวของประเทศ
การดำเนินโครงการดังกล่าวมุ่งตอบสนองนโยบายหลักของรัฐบาลในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศและยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs โดยใช้เสน่ห์และจุดแข็งของอาหารริมทางไทยมาเป็นกลไกในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยกระจายรายได้ไปสู่ผู้ประกอบการระดับฐานรากเท่านั้น
แต่ยังเป็นการผลักดันให้อาหารไทยกลายเป็นจุดขายหลักที่แข็งแกร่ง ควบคู่กับการปูทางให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหารและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก หรือ Gastronomy Wellness Destination อีกทั้งยังเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการสนับสนุนเป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ของภาค SMEs ให้บรรลุเป้าหมายที่ 40% ภายในระยะเวลา 5 ปี
กรุงเทพฯ เมืองอาหารที่ดีที่สุดอันดับ 2 ของโลก
ในแง่บริบทของตลาดและศักยภาพในระดับนานาชาติ ปัจจุบันสตรีทฟู้ดของไทยได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวทั่วโลก สะท้อนจากการจัดอันดับของนิตยสาร Time Out ที่ยกให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองอาหารที่ดีที่สุดอันดับ 2 ของโลก ประจำปี 2568 ซึ่งเป็นการปรับอันดับสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากอันดับ 6 ในปีก่อนหน้า
ขณะเดียวกัน ย่านบรรทัดทอง ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งรวมร้านอาหารริมทางยอดนิยม ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในถนนที่ดีที่สุดของโลกเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น มูลค่าตลาดรวมของธุรกิจสตรีทฟู้ดในประเทศไทยพุ่งสูงกว่า 2.61 แสนล้านบาท และยังมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขเศรษฐกิจและรางวัลการันตีเหล่านี้สะท้อนชัดเจนว่าสตรีทฟู้ดไทยคือฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย
สำหรับแอปพลิเคชัน Thai Street Gold Star ถือเป็นเครื่องมือและแพลตฟอร์มดิจิทัลสำคัญที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลร้านสตรีทฟู้ดที่ผ่านการรับรองมาตรฐานไว้ในระบบเดียว ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในการค้นหาร้านอาหารริมทางที่มีคุณภาพสูง
พร้อมทั้งให้บริการข้อมูลเมนูแนะนำ พิกัดตำแหน่งของร้าน และข้อมูลการเดินทางอย่างถูกต้องและรวดเร็ว นอกจากนี้ แพลตฟอร์มดังกล่าวยังทำหน้าที่เป็นช่องทางการตลาดดิจิทัลที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถขยายฐานลูกค้าและเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น
ชู 3 เกณฑ์มาตรฐาน Thai Street Gold Star
ในส่วนของเกณฑ์การประเมินร้านค้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Thai Street Gold Star จะต้องผ่านการทดสอบและประเมินคุณภาพครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่ ด้าน Safety ซึ่งเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัย สุขอนามัย และสุขาภิบาลอาหารเป็นสำคัญ ด้าน Signature ซึ่งพิจารณาจากเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ และความโดดเด่นของเมนูอาหาร และด้าน Service ซึ่งประเมินจากคุณภาพการให้บริการที่ได้มาตรฐาน
การกำหนดเกณฑ์มาตรฐานทั้ง 3 ด้านนี้ มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์และยกระดับร้านอาหารริมทางของไทยให้มีมาตรฐานในระดับสากล พร้อมทั้งเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดท่องเที่ยวระดับนานาชาติ
นอกจากระบบรับรองมาตรฐานและการให้บริการผ่านแอปพลิเคชันแล้ว โครงการยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการอย่างรอบด้าน ผ่านการจัดหลักสูตรอบรมเชิงลึกเกี่ยวกับการวางแผนธุรกิจ การดำเนินกิจกรรมการตลาดดิจิทัล การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการร้าน ตลอดจนการเสริมสร้างความรู้ด้านมาตรฐานสุขาภิบาลอาหารอย่างถูกต้อง
โรดโชว์นำร่อง 3 จังหวัด
พร้อมกันนี้ ยังมีการคัดเลือกร้านค้าที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานให้เข้าร่วมกิจกรรม Roadshow ในพื้นที่นำร่อง 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี (พัทยา) และเชียงใหม่ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ทดสอบตลาดจริง พบปะผู้บริโภคโดยตรง และสร้างการเชื่อมโยงกับกลุ่มนักท่องเที่ยว ซึ่งช่วยสร้างโอกาสทางการตลาดและเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการอย่างเป็นรูปธรรม
ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงยุทธศาสตร์ของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการผสมผสานจุดแข็งทางวัฒนธรรมอาหารเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยอาศัยการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพบริการมาเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งการบูรณาการงานระหว่าง สสว. มหาวิทยาลัยสวนดุสิต และภาคีเครือข่าย
จะเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ไทย ช่วยเพิ่มรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว และผลักดันให้ประเทศไทยก้าวไปสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหารและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน






