
เมื่อโลกการบินเปลี่ยน 'ความปลอดภัย' จึงไม่ใช่แค่หน้าที่ของนักบิน
ถอดมุมมองกัปตันบางกอกแอร์เวย์ส เมื่อโลกการบินเปลี่ยน “ความปลอดภัย” จึงไม่ใช่แค่หน้าที่ของนักบิน แต่คือวัฒนธรรมของทั้งองค์กร
KEY
POINTS
- ความปลอดภัยในการบินเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคนในองค์กร ไม่ใช่แค่หน้าที่ของนักบิน
- ความปลอดภัยมีรากฐานจาก "วัฒนธรรมความปลอดภัย" (Safety Culture) ที่ทุกคนต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก
- การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้สภาพอากาศแปรปรวนรุนแรงขึ้น ซึ่งเป็นความท้าทายที่ทำให้นักบินต้องตัดสินใจโดยยึดความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นสำคัญที่สุด แม้อาจทำให้เที่ยวบินล่าช้า
- กระบวนการสร้างความปลอดภัยเริ่มต้นตั้งแต่บนภาคพื้นดิน ผ่านการวางแผนและประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ควบคู่กับการส่งเสริมให้พนักงานกล้ารายงานความเสี่ยงเพื่อป้องกันปัญหาก่อนเกิดเหตุ
หลายครั้งที่ผู้โดยสารมองออกไปนอกหน้าต่างเครื่องบินแล้วพบว่ากำลังบินอ้อมกลุ่มเมฆฝน หรือเครื่องบินต้องบินวนรอเหนือสนามบินปลายทาง สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงอาจเป็นความล่าช้า
แต่สำหรับนักบิน ทุกการตัดสินใจเช่นนั้นมีเหตุผลเพียงข้อเดียว นั่นคือ “ความปลอดภัยของผู้โดยสารต้องมาก่อนเสมอ”
ทุกการตัดสินใจบนท้องฟ้ามีความหมาย
กัปตันปฐมภูม สุทธิสมณ์ ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการบิน และรักษาการผู้อำนวยการส่วนมาตรฐานปฏิบัติการบิน บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และมุมมองเกี่ยวกับการตัดสินใจในห้องนักบิน การรับมือกับความท้าทายใหม่ของการบิน และการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่ทำให้บางกอกแอร์เวย์สได้รับความไว้วางใจจากผู้โดยสารมาอย่างต่อเนื่อง
“เทคโนโลยีช่วยให้การบินปลอดภัยขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือทุกคนต้องคิดเหมือนกันว่า ความปลอดภัยคือสิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงก่อนการตัดสินใจทุกครั้ง”
ความปลอดภัยเริ่มต้นก่อนเครื่องบินออกจากหลุมจอด
หลายคนอาจคิดว่าหน้าที่ของนักบินเริ่มต้นเมื่อเครื่องบินทะยานขึ้นจากรันเวย์ แต่ในความเป็นจริง กระบวนการสร้างความปลอดภัยเริ่มขึ้นก่อนหน้านั้นนาน
นักบินของบางกอกแอร์เวย์สจะรายงานตัวล่วงหน้าก่อนทำการบิน ศึกษาแผนการบิน วิเคราะห์สภาพอากาศ ตรวจสอบข้อมูลสนามบิน น้ำหนักบรรทุก ปริมาณเชื้อเพลิง และประเมินความเสี่ยงร่วมกับทีมปฏิบัติการ ก่อนประชุมร่วมกับลูกเรือเพื่อให้ทุกฝ่ายรับรู้ข้อมูลเดียวกัน จากนั้นจึงตรวจสอบความพร้อมของอากาศยานก่อนรับผู้โดยสารขึ้นเครื่อง
“การเตรียมตัวที่ดีคือจุดเริ่มต้นของความปลอดภัย” กัปตันปฐมภูมกล่าว พร้อมอธิบายว่า การตัดสินใจที่ถูกต้องบนท้องฟ้า ล้วนเกิดจากการวางแผนอย่างรอบคอบตั้งแต่อยู่บนพื้นดิน
วัฒนธรรมความปลอดภัย ผสานนวัตกรรมสร้างความเชื่อมั่น
แม้อุตสาหกรรมการบินจะขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัย แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้บางกอกแอร์เวย์สสามารถรักษามาตรฐานความปลอดภัยได้อย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากเทคโนโลยีแล้ว คือ “Safety Culture” หรือวัฒนธรรมความปลอดภัย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการดำเนินงานในทุกระดับขององค์กร
บางกอกแอร์เวย์สให้ความสำคัญกับการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรม โดยนำระบบบริหารจัดการความปลอดภัย (Safety Management System: SMS) มาใช้เป็นกรอบในการระบุ ประเมิน และบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับหลักการ “Just Culture” ที่ส่งเสริมให้พนักงานทุกคนกล้ารายงานความเสี่ยง ความผิดปกติ หรือเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกลงโทษ หากเป็นการรายงานด้วยความสุจริต
แนวทางดังกล่าวช่วยให้องค์กรสามารถเรียนรู้จากข้อมูลที่ได้รับ นำไปสู่การวิเคราะห์สาเหตุ ปรับปรุงกระบวนการทำงาน และป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นซ้ำ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้โดยสาร พนักงาน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน
“ระบบที่ดีที่สุด คือระบบที่ทุกคนกล้าพูดเมื่อเห็นความเสี่ยง เพราะการป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไขเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว”
สำหรับกัปตันปฐมภูม ความปลอดภัยจึงไม่ใช่ความรับผิดชอบของนักบินเพียงคนเดียว แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งองค์กร
เมื่อสภาพอากาศเปลี่ยน โลกการบินก็ต้องปรับตัว
อีกหนึ่งความท้าทายสำคัญของการบินในปัจจุบัน คือความผันผวนของสภาพอากาศที่เกิดถี่และรุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
แม้เครื่องบินยุคใหม่จะติดตั้งระบบตรวจอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง แต่นักบินยังต้องอาศัยข้อมูลจากหลายแหล่ง ทั้งการพยากรณ์อากาศ ข้อมูลจากหน่วยงานด้านการบิน และรายงานจากเครื่องบินลำอื่น เพื่อประเมินเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุด
ในบางสถานการณ์ เครื่องบินอาจจำเป็นต้องบินอ้อม บินวนรอ หรือเปลี่ยนสนามบินปลายทาง ซึ่งอาจทำให้เที่ยวบินล่าช้า แต่ทุกการตัดสินใจล้วนตั้งอยู่บนหลักการเดียวกัน คือการลดความเสี่ยงให้กับผู้โดยสารและลูกเรือ
“เป้าหมายของนักบินไม่ใช่การพาผู้โดยสารไปถึงเร็วที่สุด แต่คือการพาทุกคนไปถึงอย่างปลอดภัยที่สุด”
กัปตันปฐมภูมย้ำว่า ความล่าช้าบางครั้งอาจสร้างความไม่สะดวก แต่ย่อมดีกว่าการตัดสินใจที่เพิ่มความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น
การบินอย่างมีประสิทธิภาพ ต้องไม่แลกกับความปลอดภัย
นอกจากความปลอดภัย อุตสาหกรรมการบินยังต้องรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและต้นทุนพลังงาน
บางกอกแอร์เวย์สได้นำแนวปฏิบัติด้านการใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพมาใช้เป็นมาตรฐานการปฏิบัติงานของนักบิน
เช่น การแท็กซี่ด้วยเครื่องยนต์เดียวในสถานการณ์ที่เหมาะสม การเลือกความเร็วและระดับการบินที่เหมาะสม รวมถึงการติดตามผลการใช้เชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่อง
แนวปฏิบัติเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ยังสะท้อนถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ลดทอนมาตรฐานด้านความปลอดภัย
ในขณะเดียวกัน บางกอกแอร์เวย์สยังเป็นสายการบินรายแรกของประเทศไทยที่เริ่มนำเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) มาใช้ในภาคสมัครใจ เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของอุตสาหกรรมการบิน
อย่างไรก็ตาม กัปตันปฐมภูมย้ำว่า ทุกมาตรการด้านความยั่งยืนจะต้องตั้งอยู่บนหลักการเดียวกัน คือ “Safety First”
“ความยั่งยืนเป็นความรับผิดชอบของทุกองค์กร แต่สำหรับธุรกิจการบิน ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อความปลอดภัยยังคงเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญสูงสุด”
ความเชื่อมั่น สร้างจากสิ่งที่ผู้โดยสารมองไม่เห็น
ผู้โดยสารอาจจดจำการเดินทางจากรอยยิ้มของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน วิวจากหน้าต่าง หรือบริการที่ประทับใจ แต่เบื้องหลังทุกเที่ยวบินที่ราบรื่น คือการตัดสินใจนับร้อยครั้งของผู้คนจำนวนมากที่ทำงานร่วมกันภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด
สำหรับบางกอกแอร์เวย์ส ความปลอดภัยจึงเป็นวัฒนธรรมที่ฝังอยู่ในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การวางแผนบนพื้นดิน การตัดสินใจในห้องนักบิน ไปจนถึงการส่งผู้โดยสารถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จของทุกเที่ยวบิน คือการที่ผู้โดยสารทุกคนได้เดินทางถึงปลายทางโดยสวัสดิภาพ






