thansettakij
thansettakij
เจาะลึกกลยุทธ์ ทายาทรุ่น2 พิมาลัย เกาะลันตา พลิกโฉมสู่ เวลเนส ลักชัวรี รีสอร์ท

เจาะลึกกลยุทธ์ ทายาทรุ่น2 พิมาลัย เกาะลันตา พลิกโฉมสู่ เวลเนส ลักชัวรี รีสอร์ท

26 ก.ค. 69 | 03:28 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ก.ค. 69 | 03:28 น.

เจาะลึกกลยุทธ์ ทายาทรุ่น2 "พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา" รีสอร์ทหรูบนเกาะลันตา ภายใต้การบริหารของทายาทรุ่น 2 “ชรินทิพย์ ตียาภรณ์” ที่ล่าสุดประกาศเดินหน้า พลิกโฉมยกระดับโรงแรม สู่ เวลเนส ลักชัวรี รีสอร์ท

KEY

POINTS

  • พิมาลัย เกาะลันตา ทุ่มงบ 60 ล้านบาท พลิกโฉมรีสอร์ทสู่ "เวลเนส ลักชัวรี" ในโอกาสครบรอบ 25 ปี
  • การลงทุนหลักมุ่งเน้นการปรับปรุงสปาภายใต้แนวคิด Health and Wellness เพิ่มบ่อน้ำแข็ง (Ice Bath) และสร้าง Resort Center แห่งใหม่เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า
  • กลยุทธ์ใหม่ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (ESG) ควบคู่กับการเจาะตลาดกลุ่มครอบครัวหลายวัย (Multigenerational) และส่งเสริมการพักผ่อนระยะยาว (Slow Travel)

การปักหมุดรีสอร์ทหรูแห่งแรกบนเกาะลันตา ของ “พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา” ภายใต้การบริหารของทายาทรุ่น 2 “ชรินทิพย์ ตียาภรณ์” ไม่เพียงแต่สร้างชื่อให้โรงแรมแบรนด์ไทย และเกาะแห่งนี้ ก้าวไปสู่ความสำเร็จในระดับโลกเท่านั้น ล่าสุดก็ไม่หยุดที่จะพัฒนา เพื่อมุ่งยกระดับรีสอร์ท ตอบรับกระแสเวลเนส และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อันเป็นเทรนด์ของโลก

กระบี่ไม่ใช่เดสติเนชั่นทางเลือกอีกต่อไปแล้ว

นางสาวชรินทิพย์ ตียาภรณ์ ทายาทรุ่นที่ 2 และเจ้าของร่วมพิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา ผู้เป็นหัวเรือขับเคลื่อนรีสอร์ตแห่งนี้ เปิดใจว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวของกระบี่ ในปี 2569 ก่อนเกิดปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง จังหวัดกระบี่ได้รับการตอบรับดีที่สุดเป็นประวัติการณ์ เป็นจุดหมายปลายทางหลัก และเป็น Luxury Destination ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งใจเดินทางมาเที่ยวอย่างแท้จริง

ชรินทิพย์ ตียาภรณ์ ทายาทรุ่น2 และเจ้าของร่วม พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา

ปัจจัยหนุนสำคัญคือการเปิดเส้นทางบินตรง (Regular Flight) จากสายการบินระดับโลก อย่าง Etihad Airways ซึ่งใช้เครื่องบินรุ่นใหม่แอร์บัส A 321 Neo ที่มี Business และ First Class ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มพรีเมียม สายการบิน IndiGo จากอินเดีย สายการบิน LOT Polish บินจากกรุงวอร์ซอ โปแลนด์

ทำให้กระบี่ไม่ใช่จุดหมายทางเลือก หรือเดสติเนชั่นที่นักท่องเที่ยวล้นมาจากภูเก็ต หรือต้องเดินทางผ่านกรุงเทพฯหรือ ภูเก็ต อีกต่อไปแล้ว กลายเป็นความตั้งใจเดินทางมาที่กระบี่โดยตรง ส่งผลให้โรงแรม-ที่พักถูกจองเต็มอย่างรวดเร็ว เนื่องจากยังเป็นพื้นที่ที่มีจำนวนห้องพักไม่มาก เมื่อเทียบกับจังหวัดท่องเที่ยวอื่น

เช่นเดียวกับ “พิมาลัย รีสอร์ต แอนด์ สปา” ที่มีอัตราการจองห้องพักเข้ามาเต็มอย่างรวดเร็ว และยังสามารถปรับขึ้นราคาห้องพักได้เฉลี่ย 3-5% โดยมีราคาห้องพักเฉลี่ย(ADR)อยู่ที่ 16,500 บาทต่อห้องต่อคืน

ฝ่ามรสุมตะวันออกกลาง ดันรายได้โต 5%

ภาพความคึกคักนี้ในปีนี้เราได้เห็นอยู่เพียงแค่ 2-3 เดือนแรกเท่านั้น ทันทีที่เกิดสงครามตะวันออกกลาง สายการบินบางส่วนยกเลิกทำการบินไป ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติหายไปเป็นจำนวนมากจากทุกภูมิภาค

พิมาลัย รีสอร์ต แอนด์ สปา เกาะลันตา

แต่ในส่วนของ “พิมาลัย รีสอร์ต แอนด์ สปา” นั้นพบว่าในช่วง 5 เดือนแรก (ม.ค.-พ.ค. 2569) ยังสามารถรักษาฐานลูกค้าและอัตราการเข้าพักไว้ในระดับใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

เนื่องจากโรงแรมได้ออกโปรโมชั่นสำหรับการเข้าพักช่วงไตรมาส 3 (โลว์ซีซั่น) พัก 4 คืนขึ้นไป ลด 35%  ออกมาตั้งแต่ต้นปี ทำให้สามารถรักษาอัตราการเข้าพักได้ตามเป้าหมาย แม้อัตราการเข้าพักในเดือนมิ.ย.นี้น่าจะลดลงเล็กน้อย หรือประมาณ 5% เนื่องจากเป็นโลว์ซีซั่นและมีลูกค้าแจ้งเลื่อนวันเข้าพักบางส่วน

ขณะที่ในช่วงไฮซีซันนี้ พบว่าได้รับการตอบรับดีมาก จากตารางบินฤดูหนาวที่ใกล้จะถึงนี้ ซึ่งพบว่ามีการเพิ่มเที่ยวบิน Seasonal จากสายการบินอย่าง SAS และ Finnair รวมถึงความคาดหวังว่าสายการบิน Indigo จากอินเดียจะกลับมาบินตรงกระบี่อีกครั้งในช่วงเดือนตุลาคมนี้ อีกทั้งห้องพักของพิมาลัย ในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ ปี 2570 มียอดจองแตะระดับ 90% แล้ว

ดังนั้นตลอดทั้งปีนี้ พิมาลัย น่าจะยังคงรักษาอัตราการเข้าพักได้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา แม้ว่าโรงแรมได้ปรับลดเป้าหมายอัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั้งปีนี้จากเดิมที่ตั้งไว้ว่าจะเติบโต 75% ลงมาอยู่ที่ประมาณ 69% ใกล้เคียงกับปีก่อนก็ตาม ขณะที่เป้าหมายรายได้ในปีนี้ พิมาลัยตั้งเป้าไว้ที่ 600 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้นประมาณ 5% จากปีก่อน

พิมาลัย

เนื่องจากกลุ่มลูกค้าของรีสอร์ต จะเป็นยุโรปประมาณ 40% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอังกฤษ เยอรมัน รองลงมาคือฝรั่งเศส อเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ เดนมาร์ก ที่ยังเติบโตแข็งแกร่ง กลุ่มตลาดจีนและอินเดียอีกกว่า 30% ส่วนคนไทยจะมีสัดส่วนราว 2-3% ที่เหลือจะเป็นสัญชาติอื่นๆ  

จุดขายเกาะลันตา เสน่ห์พื้นที่สีเขียว

ทั้งนี้ในทศวรรษใหม่นี้ พิมาลัยให้ความสำคัญกับมูลค่าความสัมพันธ์กับลูกค้ามากกว่าจำนวนผู้เข้าพัก โดยจะเน้นขยายระยะเวลาพำนักของนักท่องเที่ยวให้ยาวขึ้น อย่าง นักท่องเที่ยวจากยุโรปพำนักเฉลี่ย 7–10 คืน สอดคล้องกับเทรนด์ Slow Travel

การสร้างการเติบโตของกลุ่มตลาดใหม่ ที่เห็นชัดเจน คือ มีการเติบโตของกลุ่มครอบครัวหลายเจเนอเรชัน (Multigenerational Travel) และกลุ่มผู้บริหารที่ต้องการสถานที่ประชุมแบบส่วนตัว (Executive Retreat) และการรักษาลูกค้ากลุ่มที่กลับมาใช้บริการซ้ำ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 4

โดยพิมาลัย จะเน้นการเพิ่มช่องทางการขายโดยตรงกับรีสอร์ต ถึง 40% ซึ่งช่วยให้รีสอร์ตเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น ขณะเดียวกันยังคงขายผ่านบริษัทนำเที่ยวกว่า 50% มีการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ (OTA) อยู่ที่ 10% เท่านั้น

พิมาลัย เกาะลันตา จ.กระบี่

เนื่องจากเราต้องการการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวที่เข้าใจผลิตภัณฑ์ลักชัวรีของรีสอร์ตจริงๆ และโรงแรมยังมีฐานสมาชิกกว่า 100,000 คน ทำให้การสื่อสาร หรือการนำเสนอสิทธิประโยชน์พิเศษให้แก่ลูกค้าเป้าหมายได้ชัดเจน และไม่เน้นการขายแบบ ระบบ Dynamic Pricing (การปรับราคาขึ้น-ลงตามความต้องการในการจอง) ที่แพร่หลายในอุตสาหกรรมโรงแรมทั่วไป

เพราะจุดเด่นของพิมาลัย เป็นโรงแรมลักชัวรี ที่มีอยู่ 121 ยูนิต บนพื้นที่ 250 ไร่ บนเกาะลันตา ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียว ทำให้ยังคงเสน่ห์ความเป็นธรรมชาติ เป็นที่ต้องการของลูกค้ากลุ่มพรีเมียมที่ตั้งใจมาพักผ่อน เพื่อหลีกหนีความวุ่นวาย การนำเสนอราคาที่ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่า และรักษาความสัมพันธ์กับพาร์ทเนอร์ตัวแทนท่องเที่ยวต่างประเทศจึงเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญ

ทั้งนี้ปัจจุบันเกาะลันตามีที่พักรวมกันราว 10,000 ห้อง ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มบูทีค และบังกาโล โดยมีรีสอร์ตระดับ 5 ดาวเพียง 2 แห่งเท่านั้น ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา (Pimalai Resort & Spa) และในอนาคตหากมีการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา ก็จะทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเกาะลันตาได้สะดวกยิ่งขึ้น เพราะจะช่วยลดปัญหาการรอคิวเรือเฟอร์รี่ที่ยาวนานในช่วงเทศกาล

ทุ่ม 60 ล้าน พลิกโฉมรีสอร์ตสู่ Wellness-ยั่งยืน

นอกจากนี้พิมาลัยมีแผนการลงทุนครั้งใหญ่เพื่อฉลองครบรอบ 25 ปี โดยมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาคุณภาพและประสบการณ์ของลูกค้าภายใต้แนวคิด “Health and Wellness” เนื่องจากพื้นที่เกาะลันตาเป็น “พื้นที่สีเขียว” ซึ่งมีข้อจำกัดทางกฎหมายในการสร้างอาคารเชิงพาณิชย์หรือโรงแรมใหม่

การพัฒนาจึงเน้นที่การปรับปรุงสิ่งที่มีอยู่ให้ดียิ่งขึ้น โดยจะใช้งบลงทุนสปา ราว 50 ล้านบาท เพื่อปรับโฉมส่วนสปาให้เข้ากับธีม Wellness มากขึ้น โดยมีการเพิ่มจำนวนห้องทรีตเมนต์ การเพิ่ม จากุซซี่กลางแจ้งขนาดใหญ่ และ บ่อน้ำแข็ง (Ice Bath) สำหรับการฟื้นฟูร่างกาย (Recovery) เพื่อรองรับเทรนด์คนรักสุขภาพและกลุ่มลูกค้าที่พักอาศัยระยะยาว คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายนนี้

พิมาลัย

การลงทุนในโครงการ Resort Center ใช้งบราว 10 ล้านบาท ก่อสร้างเรือนรับรองใหม่สำหรับลูกค้าที่เดินทางมาถึงก่อนเวลาเช็คอิน (Early Check-in) หรือเช็คเอาท์แล้วแต่ยังรอเดินทางไปสนามบิน ภายในจะมีห้องพักชั่วคราว 5 ห้อง เพื่อให้ลูกค้าได้พักผ่อน อาบน้ำ หรือใช้สิ่งอำนวยความสะดวกของโรงแรม มีกำหนดเปิดให้บริการในเดือนพฤศจิกายนนี้ รวมถึงมองการพัฒนาบริการในอนาคต อย่าง การเพิ่มบริการประเภท Concierge Service หรือ Butler เพื่อดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา

รวมไปถึงการขยายบริการ “Pimalai Heritage” ซึ่งเป็นเลาจน์ใหญ่ เป็น“พิพิธภัณฑ์มีชีวิต” และ Heritage Bar เพื่อถ่ายทอดประวัติศาสตร์และเสน่ห์ดั้งเดิมของเกาะลันตา สร้างประสบการณ์แบบ Immersive Experience ที่เชื่อมโยงผู้เข้าพักเข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลึกซึ้งอีกด้วย

ขณะเดียวกันรีสอร์ตยังให้ความสำคัญเรื่องแนวทางความยั่งยืน (ESG) ซึ่งเป็นสิ่งที่รีสอร์ตทำมาตั้งแต่เริ่มต้น โครงการที่โดดเด่นประกอบด้วย “ด้านสิ่งแวดล้อม” อาทิ  ระบบรีไซเคิลน้ำ 100%, การจัดการขยะแบบ Zero Waste, และโครงการเฝ้าระวังปะการัง (Coral Reef Monitoring) ร่วมกับนักชีววิทยาทางทะเลที่ทำต่อเนื่องมากว่า 10 ปี

“ด้านสังคม” เช่น การสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในชุมชนทุ่งหยีเป็ง และการทำหน้าที่เป็น Network Leader ของโครงการ “บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย” ดูแลโรงเรียน 10 แห่งบนเกาะลันตา

สำหรับพิมาลัย ความยั่งยืนไม่ใช่แคมเปญที่แยกออกมาจากธุรกิจ แต่เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดการออกแบบ การบริหาร และการพัฒนารีสอร์ต ที่มุ่งมั่นที่จะเติบโตเคียงคู่กับธรรมชาติและชุมชนในทศวรรษหน้าอย่างมั่นคงนั่นเอง