
ด่วน "ล็อกดาวน์กรุงเทพ" ผู้ว่ากทม.ยกระดับ “สั่งปิดสถานที่” ตามประกาศศบค.
ยกระดับ “ล็อกดาวน์กรุงเทพ” พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่ากทม. ออกคำสั่ง กทม. ฉบับที่ 37 สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว บังคับใช้อย่างจริงจังเพิ่มเติมขึ้น ตามมติ ศบค. ในพื้นที่สีแดงเข้ม
วันที่ 19 ก.ค.2564 เพจเฟซบุ๊ก กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์ ได้โพสต์คำสั่ง "ล็อกดาวน์กรุงเทพ" สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 37) ยกระดับความเข้มข้นของมาตรการและการบังคับใช้อย่างจริงจังเพิ่มเติมขึ้น ตามมติ ศบค.
โดยระบุ เพื่อเร่งแก้ไขและบรรเทาสถานการณ์ฉุกเฉินให้คลี่คลายลงโดยเร็วที่สุด เนื้อหาสำคัญดังต่อไปนี้
1.ปิดสถานที่ต่อตามประกาศเดิม ที่ระบุไว้ในประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ฉบับที่ 32, 33, 34, 35 และ 36
และให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดตามความมาตรา 9 แห่งพรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฉบับที่ 28
2.เปิดได้ตามเงื่อนไข
- ร้านอาหารเปิดได้ถึงเวลา 20.00 น. ห้ามนั่งในร้าน ให้ซื้อกลับบ้านเท่านั้น
- ร้านสะดวกซื้อและตลาดสด ให้เปิดได้ตั้งแต่เวลา 04.00 – 20.00 น.
- โรงแรม ให้เปิดได้ตามเวลาปกติ งดกิจกรรมจัดการประชุม การสัมมนา การจัดเลี้ยง
- โรงเรียน สถาบันการศึกษาหรือฝึกอบรม และสถานศึกษา ห้ามใช้สถานที่จัดการสอน
- ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ให้เปิดได้ถึงเวลา 20.00 น. เปิดเฉพาะแผนกซูเปอร์มาร์เก็ต แผนกยาและเวชภัณฑ์ และพื้นที่ซึ่งจัดให้บริการฉีดวัคซีน หรือบริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขอื่นๆ ของภาครัฐ
3.เปิดได้ตามความจำเป็น (ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด)
- โรงพยาบาล สถานพยาบาล คลินิกแพทย์รักษาโรค ร้านขายยา
- ร้านค้าทั่วไป
- โรงงาน
- ธุรกิจหลักทรัพย์
- ธุรกรรมการเงิน ธนาคาร ตู้เอทีเอ็ม
- ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม ไปรษณีย์ และพัสดุภัณฑ์
- ร้านจำหน่ายอาหารสัตว์
- ร้านขายยาและเวชภัณฑ์
- ร้านจำหน่ายเครื่องมือช่างและอุปกรณ์ก่อสร้าง
- ร้านจำหน่ายสินค้าเบ็ดเตล็ดอันจำเป็น
- สถานที่จำหน่ายแก๊สหุงต้ม เชื้อเพลิง ปั๊มน้ำมัน ปั๊มแก๊ส
- ตลาดนัด (เฉพาะส่วนที่จำหน่ายอาหารและวัตถุดิบเพื่อการบริโภค)
- สถานรับเลี้ยงเด็ก (เฉพาะสถานที่รับเลี้ยงเด็กในโรงพยาบาลและที่มีการรับตัวไว้พักค้างคืนเป็นปกติธุระ
- สถานดูแลผู้สูงอายุ (เฉพาะที่มีการรับตัวไว้พักค้างคืนเป็นปกติธุระ)
- ธุรกิจประกันภัย
- หน่วยบริการงานช่วยเหลือกู้ภัย
- ศูนย์บริการหรือร้านซ่อมแซมยานพาหนะ
- ร้านแบตเตอรี่
- หน่วยบริการตรวจสอบหรือซ่อมบำรุงระบบสาธารณูปโภค ระบบระบายน้ำ ระบบท่อส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
- ผู้จัดเก็บและกำจัดขยะ
- รวมทั้งบริการส่งสินค้าและอาหารตามสั่ง (delivery online)
ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค. - 2 ส.ค. 64 หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ประกาศ ณ วันที่ 19 ก.ค. 64
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงในวันที่ 19 ก.ค. ถึงสถานการณ์การระบาดของโควิด19 ว่า สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 19 ก.ค. ได้แก่
- กทม. 2,134 ราย
- สมุทรสาคร 765 ราย
- ชลบุรี 615 ราย
- สระบุรี 494 ราย
- ปทุมธานี 485 ราย
- พระนครศรีอยุธยา 484 ราย
- สมุทรปราการ 483 ราย
- นนทบุรี 381 ราย
- ปัตตานี 296 ราย
- ตาก 267 ราย
โดยพบคลัสเตอร์ใหม่ 8 แห่ง ประกอบด้วย
- โรงงานเฟอร์นิเจอร์ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา พบผู้ติดเชื้อ 60 ราย
- ตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว 55 ราย
- โรงงานโลหะ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 22 ราย
- ห้างสรรพสินค้า อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 21 ราย
- โรงงานพลาสติก อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี 16 ราย
- ตลาดสินทอง อ.เมือง จ.นนทบุรี 16 ราย
- ห้างสรรพสินค้า อ.เมือง จ.ลพบุรี 23 ราย
- โรงงานแปรรูปไก่ อ.เมือง จ.พัทลุง 16 ราย
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ทาง พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ได้มีการหารือร่วมกับสื่อมวลชนวิทยุ โทรทัศน์ และออนไลน์ ซึ่งมีการสอบถาม ศบค.ถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์การติดเชื้อในประเทศ
โดยมีการคาดการณ์เป็น 2 รูปแบบ จากคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล คาดการณ์จุดสูงสุดหากเราไม่ช่วยกัน ปล่อยให้ติดเชื้อไปเรื่อยๆ หย่อนยานที่สุด จะพบว่ามีผู้ติดเชื้อสูงสุด 31,997 รายต่อวัน
แต่หากเราทำอย่างดีที่สุดตัวเลขจะอยู่ 9,018 – 12,605 รายต่อวัน ค่ากลางจะอยู่ที่ 9,695 – 24,204 รายต่อวัน ขณะที่คาดการณ์อีกรูปแบบหนึ่ง เป็นของธนาคารกรุงศรีอยุธยาที่องค์การอนามัยโลก (WHO) นำไปอ้างอิง คาดการณ์การฉีดวัคซีนถึงปลายปี 64 หากเราฉีดได้ดี สถานการณ์ที่ดีที่สุด ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะลงมาในช่วงก่อนเดือน ก.ย. คือขึ้นสูงและลงมา
ตอนนี้เราเห็นภาพแล้ว ตัวเลข 10,000-15,000 รายต่อวัน ถึงในช่วง ส.ค.-ก.ย. แต่กรณีสถานการณ์เลวร้ายที่สุด อาจสูงถึง 22,000 รายต่อวันในช่วง ส.ค.-ก.ย.






