1 เมษายน 2020
- WWW.SETTRADE.COM -  SET  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SET50  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SET100  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         sSET  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETCLMV  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETHD  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETTHSI  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETWB  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         mai  -  -  -         Value  -  Mil.Baht             AGRO  -  -  -       AGRI  -  -  -       FOOD  -  -  -           CONSUMP  -  -  -       FASHION  -  -  -       HOME  -  -  -       PERSON  -  -  -           FINCIAL  -  -  -       BANK  -  -  -       FIN  -  -  -       INSUR  -  -  -           INDUS  -  -  -       AUTO  -  -  -       IMM  -  -  -       PAPER  -  -  -       PETRO  -  -  -       PKG  -  -  -       STEEL  -  -  -           PROPCON  -  -  -       CONMAT  -  -  -       PROP  -  -  -       PF&REIT  -  -  -       CONS  -  -  -           RESOURC  -  -  -       ENERG  -  -  -       MINE  -  -  -           SERVICE  -  -  -       COMM  -  -  -       HELTH  -  -  -       MEDIA  -  -  -       PROF  -  -  -       TOURISM  -  -  -       TRANS  -  -  -           TECH  -  -  -       ETRON  -  -  -       ICT  -  -  -       TFEX       SET50 Index Futures       S50J20  -  -  -        S50K20  -  -  -        S50M20  -  -  -        S50U20  -  -  -        S50Z20  -  -  -        S50H21  -  -  -      Sector Index Futures       BANKM20  -  -  -        COMMM20  -  -  -        ENERGM20  -  -  -        FOODM20  -  -  -        ICTM20  -  -  -      Single Stock Futures       AAVM20  -  -  -        ADVANCM20  -  -  -        AEONTSM20  -  -  -        AMATAM20  -  -  -        AOTM20  -  -  -        APM20  -  -  -        BAM20  -  -  -        BANPUM20  -  -  -        BAYM20  -  -  -        BBLM20  -  -  -        BCHM20  -  -  -        BCPM20  -  -  -        BCPGM20  -  -  -        BDMSM20  -  -  -        BEAUTYM20  -  -  -        BECM20  -  -  -        BEMM20  -  -  -        BGRIMM20  -  -  -        BHM20  -  -  -        BJCM20  -  -  -        BLAM20  -  -  -        BLANDM20  -  -  -        BTSM20  -  -  -        CBGM20  -  -  -        CENTELM20  -  -  -        CHGM20  -  -  -        CKM20  -  -  -        CKPM20  -  -  -        COM7M20  -  -  -        CPALLM20  -  -  -        CPFM20  -  -  -        CPNM20  -  -  -        DELTAM20  -  -  -        DTACM20  -  -  -        EAM20  -  -  -        EGCOM20  -  -  -        EPGM20  -  -  -        ERWM20  -  -  -        ESSOM20  -  -  -        GFPTM20  -  -  -        GLOBALM20X  -  -  -        GPSCM20X  -  -  -        GULFM20  -  -  -        GUNKULM20  -  -  -        HANAM20  -  -  -        HMPROM20  -  -  -        ICHIM20  -  -  -        INTUCHM20  -  -  -        IRPCM20  -  -  -        ITDM20  -  -  -        IVLM20  -  -  -        JASM20  -  -  -        KBANKM20  -  -  -        KCEM20  -  -  -        KKPM20  -  -  -        KTBM20  -  -  -        KTCM20  -  -  -        LHM20  -  -  -        LPNM20  -  -  -        MAJORM20  -  -  -        MEGAM20  -  -  -        MINTM20  -  -  -        MTCM20  -  -  -        ORIM20  -  -  -        PLANBM20  -  -  -        PRMM20  -  -  -        PSHM20  -  -  -        PSLM20  -  -  -        PTGM20  -  -  -        PTTM20  -  -  -        PTTEPM20  -  -  -        PTTGCM20  -  -  -        QHM20  -  -  -        RATCHM20  -  -  -        ROBINSM20X  -  -  -        RSM20  -  -  -        SM20  -  -  -        SAMARTM20  -  -  -        SAWADM20  -  -  -        SCBM20X  -  -  -        SCCM20  -  -  -        SGPM20  -  -  -        SIRIM20  -  -  -        SPALIM20  -  -  -        SPCGM20  -  -  -        SPRCM20  -  -  -        STAM20  -  -  -        STECM20  -  -  -        STPIM20  -  -  -        SUPERM20  -  -  -        TASCOM20  -  -  -        TCAPM20X  -  -  -        THAIM20  -  -  -        THANIM20  -  -  -        THCOMM20  -  -  -        TISCOM20  -  -  -        TKNM20  -  -  -        TMBM20X  -  -  -        TOPM20  -  -  -        TPIPLM20  -  -  -        TRUEM20  -  -  -        TTAM20  -  -  -        TTCLM20  -  -  -        TTWM20  -  -  -        TUM20  -  -  -        TVOM20  -  -  -        UNIQM20  -  -  -        VGIM20  -  -  -        VNGM20  -  -  -        WHAM20  -  -  -      GF10 Futures       GF10J20  24,590  -460  2,727        GF10M20  24,650  -460  1,849        GF10Q20  24,720  -460  463      GF50 Futures       GFJ20  24,680  -400  68        GFM20  24,700  -410  8        GFQ20  24,910  -300  20      Gold Online Futures       GOM20  1,562.80  -33.90  12,567      GOLD-D       GDM20  1,570.00  -45.58  1      USD Futures       USDJ20  -  -  -        USDK20  -  -  -        USDM20  -  -  -        USDU20  -  -  -      BB3 Futures       BB3M20  -  -  -        BB3U20  -  -  -      TGB5 Futures       TGB5M20  -  -  -        TGB5U20  -  -  -      RSS3 Futures       RSS3J20  -  -  -        RSS3K20  -  -  -        RSS3M20  -  -  -        RSS3N20  -  -  -        RSS3Q20  -  -  -        RSS3U20  -  -  -        RSS3V20  -  -  -      RSS3D Futures       RSS3DJ20  -  -  -        RSS3DK20  -  -  -        RSS3DM20  -  -  -        RSS3DN20  -  -  -        RSS3DQ20  -  -  -        RSS3DU20  -  -  -        RSS3DV20  -  -  -      Index Options       Most Active Call Volume     Most Active Put Volume         

BOI กับการเตรียมคนเพื่ออนาคต

24 Feb 2020 06:00 น.
อ่าน 250 ครั้ง
นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า BOI (Board of Investment) เป็นหน่วยงานราชการสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ก่อตั้งเมื่อปี 2509 เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชนในทิศทางที่ประเทศต้องการ โดยการให้สิทธิประโยชน์ทั้งด้านภาษีอากรและมิใช่ภาษีอากร เช่น การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล การยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบ การอนุญาตให้ถือครองที่ดินเพื่อประกอบกิจการ การอนุญาตให้นำผู้ชำนาญการต่างชาติเข้ามาทำงาน รวมทั้งการให้บริการข้อมูล คำปรึกษา การอำนวยความสะดวก และประสานงานแก้ไขปัญหาให้กับนักลงทุนทั้งก่อนและหลังการลงทุน



ขอบข่ายการลงทุนที่ BOI ให้การส่งเสริมครอบคลุมทั้งภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ โดยเน้นส่งเสริมกิจการที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ เช่น กิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กิจการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ กิจการวิจัยและพัฒนา กิจการที่สร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบทางการเกษตร กิจการที่ใช้เทคโนโลยีในการผลิต บริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เป็นต้น และยังส่งเสริมทั้งการลงทุนของคนไทยและต่างชาติในทุกขนาดการลงทุน ตั้งแต่โครงการขนาดเล็กแค่ 5 แสนบาท ไปจนถึงโครงการใหญ่ที่ลงทุนเป็นแสนล้านบาท

ที่ผ่านมา “การส่งเสริมการลงทุน” มีส่วนสำคัญต่อการเสริมสร้างบทบาทของภาคเอกชนในการพัฒนาเศรษฐกิจไทย จากเดิมที่มีแต่ภาคเกษตรเป็นหลัก จนเกิดเป็นภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการที่มีความหลากหลาย มีการพัฒนาเทคโนโลยี มีการสร้างมูลค่าเพิ่ม จนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำระดับโลกและภูมิภาคได้ในหลายสาขา

ในยุคแรกๆ ของการส่งเสริมการลงทุน ได้เริ่มต้นจากการส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเร่งรัดการพัฒนาประเทศ และการพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อทดแทนการนำเข้าในช่วงเวลาที่ประเทศขาดแคลนสินค้าอุตสาหกรรม ก่อนที่จะมาถึงยุคส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อการส่งออก เพื่อสร้างงานและสร้างรายได้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศ ถัดมาเป็นยุคแห่งความโชติช่วงชัชวาลและเปิดเสรีภาคอุตสาหกรรม พร้อมๆ กับการกระจายการลงทุนสู่ภูมิภาค เพื่อสร้างความเจริญอย่างทั่วถึงและลดความเหลื่อมล้ำของคนในชาติ ซึ่งเศรษฐกิจไทยในยุคสมัยนี้เติบโตบนฐานของกำลังแรงงานที่มีมากมายและมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำ

จนกระทั่งช่วงหลังปี 2540 เป็นต้นมา ประเทศไทยประสบปัญหาใหญ่ๆ หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้งและแฮมเบอร์เกอร์ ปัญหาการเมืองในประเทศ ภัยพิบัติธรรมชาติทั้งสึนามิและมหาอุทกภัย วิกฤติสิ่งแวดล้อมที่มาบตาพุด ขณะที่ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศลดต่ำลง อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจก็อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งแรงงานต้นทุนต่ำที่เคยเป็นจุดขายในอดีต ก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ตั้งแต่นั้นมา BOI จึงได้ปรับทิศทางนโยบายมาเน้น “การส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันและมุ่งสู่การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน



หัวใจสำคัญของการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ก็คือ คนและเทคโนโลยี ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา BOI จึงให้ความสำคัญสูงสุดกับ 2 เรื่องนี้ผ่านมาตรการต่างๆ เป็นต้นว่า การส่งเสริมกิจการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และกิจการวิจัยและพัฒนาโดยให้สิทธิประโยชน์สูงสุด การกำหนดมาตรการส่งเสริมการพัฒนา 4 เทคโนโลยีเป้าหมาย อันได้แก่ เทคโนโลยีชีวภาพ นาโนเทคโนโลยี เทคโนโลยีวัสดุขั้นสูง และเทคโนโลยีดิจิทัล รวมทั้งมาตรการสนับสนุนให้บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมรับนักศึกษาเข้าฝึกงานตามโครงการทวิภาคี สหกิจศึกษา หรือ WiL เพื่อเตรียมพร้อมแรงงานเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม ซึ่งได้ผลดีระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่เพียงพอ    

ท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันแย่งชิงการลงทุนที่ดุเดือดในปัจจุบัน นักลงทุนมีทางเลือกมากมาย ประเทศไทยมีคู่แข่งที่มีความแข็งแกร่งและโดดเด่นมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย หรือแม้กระทั่งสิงคโปร์ที่ล้ำหน้าไปมากแล้ว ทุกประเทศล้วนนำเสนอจุดขายเพื่อดึงโครงการลงทุนที่มีคุณภาพสูงเข้าสู่ประเทศตนเอง

แม้ว่าประเทศไทยมีจุดแข็งในการดึงดูดการลงทุนอยู่หลายด้าน เช่น การมีที่ตั้งอยู่ศูนย์กลางที่สามารถเชื่อมโยงไปยังกลุ่ม ACMECS หรือ CLMVT ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูง ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคมขนส่งและพื้นที่รองรับการลงทุน โดยเฉพาะพื้นที่ EEC การมีฐานอุตสาหกรรมสนับสนุนที่ครบวงจร นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐและสิทธิประโยชน์จูงใจ แต่ก็ยังคงมีบางปัจจัยที่นักลงทุนต่างชาติมองว่าเป็นอุปสรรคสำคัญและส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนในระยะยาว โดยเฉพาะเรื่องความพร้อมของกำลังคนทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ เนื่องจากประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และทักษะแรงงานที่มีอยู่ยังไม่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมมากพอ  

BOI จึงได้หารือกับหน่วยงานต่างๆ และเสนอคณะรัฐมนตรีให้กำหนดมาตรการพิเศษที่เรียกว่า Thailand Plus โดยหนึ่งในข้อเสนอคือ เรื่องการพัฒนาคน ซึ่งต่อจากนี้ไปจะเป็นนโยบายสำคัญที่สุดที่ BOI ต้องผลักดันให้สำเร็จ มาตรการใหม่นี้จะเน้นการพัฒนาทักษะของแรงงาน (Reskill/Upskill) ที่จำเป็นต่อการปรับตัวเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 และเพื่อรองรับอุตสาหกรรมในอนาคต โดยจะมีการให้สิทธิประโยชน์เพื่อกระตุ้นการพัฒนาคนแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งด้าน Supply และ Demand กล่าวคือ ในด้าน Supply จะส่งเสริมการจัดตั้งสถาบันการศึกษาและฝึกอบรมของภาคเอกชน (Corporate Academy) ทั้งแบบ Degree และ Non-degree โดยผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ระดับสูงจาก BOI  

สำหรับด้าน Demand คือ การให้สิทธิประโยชน์กับบริษัทที่ส่งพนักงานเข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรเป้าหมาย โดยบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมสามารถนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาขอรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมกับทาง BOI ได้เป็น 2 เท่า ส่วนบริษัททั่วไปที่ไม่ได้รับการส่งเสริมก็สามารถไปใช้สิทธิทางกระทรวงการคลัง ซึ่งอยู่ระหว่างการกำหนดมาตรการให้ผู้ประกอบการนำค่าใช้จ่ายไปหักลดหย่อนภาษีได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานที่จะช่วยสนับสนุนด้านการเงินอีกด้วย โดยทั้งหมดนี้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และสำนักงาน EEC รับเป็นหน่วยงานกลาง (Clearing House) ในการรับรองหลักสูตรเป้าหมาย และเป็นตัวกลางประสานระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรม นับเป็นมิติใหม่ของการบูรณาการเครื่องมือของหลายหน่วยงานเพื่อพัฒนาคนเป็นครั้งแรก

มาตรการนี้มีความสำคัญต่ออนาคตของประเทศไทยอย่างมาก เพราะ “คน” คือทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของประเทศ เราเชื่อมั่นว่าการมุ่งส่งเสริมให้เกิดการลงทุนใน “คน” จะทำให้ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้นและมีความโดดเด่นในการเป็นแหล่งรองรับการลงทุนที่สำคัญของภูมิภาคในระยะยาว


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij