12 มิถุนายน 2021

“อันวาร์ สาและ”เสนอปชป.ถอยตัวร่วมรัฐบาลเปิดทางให้มีการเปลี่ยนแปลง

07 May 2021 14:06 น.
อ่าน 112 ครั้ง

“อันวาร์ สาและ”เสนอปชป.ถอยตัวร่วมรัฐบาลเปิดทางให้มีการเปลี่ยนแปลง

“อันวาร์ สาและ”เสนอปชป.ใช้โอกาสนี้แก้ไขปัญหาของประเทศชาติ ด้วยการถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาล เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเปลี่ยนแปลงตามกลไกของระบอบประชาธิปไตย


วันนี้(7 พ.ค.64) นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ได้ทำหนังสือถึงประธานคณะกรรมการบริหารพรรค และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทั่วประเทศ เพื่อเสนอให้พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ถอนตัว เพื่อแก้ไขปัญหาของชาติ โดยหนังสือระบุว่า

 “...ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปรกติสุขเรียบร้อยจึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดีหากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมืองและควบคุมคนไม่ดีไม่ให้ มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้” พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาบพิตร ในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติครั้งที่ 6 ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี พฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม 2512
เอกสารถึงผู้บริหารพรรคฉบับนี้ถือว่าสำคัญยิ่งนัก ผมจึงใคร่ขอกราบอัญเชิญพระบรมราโชวาท ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเพื่อเตือนสติเป็นแง่คิด ให้ทุกคนเห็นแก่ประเทศชาติโดยส่วนรวม หากใครมีความเห็นอย่างไรก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล

สื่อชื่อ “The Sydney Morning Herald” ของออสเตรเลียได้รายงานข่าวอื้อฉาวดังไปทั่วโลก ขอให้ไปหาอ่านเอาเอง แต่ผมจะยกข้อความภาษาอังกฤษในข่าว ที่สื่อได้นำเสนอการให้สัมภาษณ์ มาให้อ่านและจะแปลบางช่วงให้

Australian jail time no barrier to cabinet post, “With this shocking ruling by the Constitutional Court, now
all sorts of criminals convicted in foreign courts could run for a public office in Thailand without a worry.
Crimes committed outside of the motherland, no matter how serious they are, don’t count in the Thairealm of justice.”

แปลว่า SMH อ้างความเห็นของ สุณัย ผาสุกว่า “คำวินิจฉัยที่น่าตกใจยิ่งของศาลรัฐธรรมนูญนี้จะทำให้บรรดาอาชญากรทั้งหลายที่ถูกพิพากษาคดีในศาลประเทศอื่น สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้ในประเทศไทยอย่างไร้กังวล อาชญากรรมที่คนเหล่านี้ก่อไว้ในต่างแดน ไม่ว่าจะร้ายแรงแค่ไหน ไม่มีความหมายในกระบวนการยุติธรรมของไทย” 

นอกจากนี้สื่อออสเตรเลียยังรายงานเรื่องคำตัดสินของศาลไทย พร้อมทั้งมีคำวิจารณ์พ่วงต่อด้วยว่า โจรที่ไหนก็เข้ามาทำงานการเมืองไทยได้ถ้าไม่ได้ทำผิดในประเทศไทย
 



ข่าวนี้เป็นกระแสดังไปทั่วโลก เพราะทุกประเทศก็ทราบกันดีว่าองค์การสหประชาชาติ ตระหนักถึงความสำคัญ ของปัญหายาเสพติดที่จะต้องมีความจำเป็นในการร่วมมือระหว่างประเทศ ในการควบคุม จึงได้มีการจัดทำอนุสัญญาด้านยาเสพติด เพื่อให้สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือ (Legal instruments) ในการควบคุมยาเสพติด ทำให้มีอนุสัญญาที่สำคัญเกิดขึ้นจำนวน 3 ฉบับ ซึ่งอนุสัญญาทั้ง 3 ฉบับนี้มีประเทศต่างๆ ได้ให้การยอมรับและเข้าเป็นภาคีแล้ว โดยการให้สัตยาบันเป็นจำนวนมากและสำหรับ ประเทศไทยนั้น ในฐานะที่เป็นสมาชิกขององค์กรสหประชาชาติ จึงได้ร่วมเป็นภาคีในอนุสัญญา 3 ฉบับข้างต้นแล้ว รายละเอียด สามารถไปสืบค้นดูได้จากกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับยาเสพติดในบทที่ 3

ดังนั้น เมื่อสิ้นสุดการอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไม่พ้นสภาพส.ส. เพราะเป็นการกระทำผิดในต่างประเทศและถูกจำคุกด้วยคำวินิจฉัยของศาลต่างประเทศ ซึ่งไม่เกี่ยวกับศาลไทย จึงทำให้เกิดวิกฤตศรัทธาต่อกระบวนการ ยุติธรรมเพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยมีศาลรัฐธรรมนูญตกเป็นจำเลยของสังคม แม้ว่าในคำวินิจฉัยศาลจะพยายามอ้างเหตุผลพร้อมทั้งตัวบทกฎหมายอย่างไรก็ตาม แต่ดูเสมือนหนึ่งว่าสังคมไม่ยอมรับ

ผมเองไม่โทษศาลรธน. และก็จะไม่โทษ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แต่ผมจะโทษ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพราะปัญหาทั้งหมดเกิดจากท่านนายกฯ ไม่ใช่หรือ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าเบื้องหลัง ร.อ.ธรรมนัส เป็นอย่างไร แต่ไม่สนใจกลับ แต่งตั้งมาเป็นรัฐมนตรี การกระทำเช่นนั้นเท่ากับเป็นการดูแคลนประชนคนไทยทั้งประเทศ และเมื่อเกิดกระแสสังคมต่อต้าน ทำให้ ร.อ.ธรรมนัส มีความจำเป็นต้องออกมาประกาศให้สังคมทราบผ่านสื่อ เมื่อ 11 ก.ค. 62 ว่า “ผมคือเส้นเลือดใหญ่ เลี้ยงหัวใจรัฐบาล ผมกุมความลับดีลต่อรอง หากล้มผมได้รัฐบาลก็สั่นคลอน” นี่น่าจะเป็นเหตุผลที่ท่านนายกฯ ต้องแต่งตั้งหรือไม่? ทั้งๆ ที่เคยประกาศว่าจะต่อต้านนักการเมืองเลวๆ ในทุกรูปแบบ ซึ่งท่านไม่ได้ให้คำจำกัดความว่านักการเมืองเลวๆ ในความหมายของท่านคืออย่างไร แล้วในพรรคร่วมรัฐบาลมีหรือไม่
 


สรุปแล้วปัญหาทั้งหมดเกิดจากใคร เกิดจากท่านนายกฯ หรือไม่? และเมื่อมีปัญหาที่ต้องแก้ไข ท่านก็โยนให้องคก์รอิสระที่มีอยู่มาจัดการแทน ศาลรธน. ก็ไม่เว้น สังคมแตกแยกกันในเรื่องความคิด ซึ่งจะนำไปสู่วิกฤติศรัทธา คงจำกันได้ ที่ผมเสนอว่า ต้องร่วมรัฐบาลด้วยความจริงใจ “ทำในสิ่งถูกให้เป็นถูก ผิดให้เป็นผิด” ปัญหาจะแก้ไขได้ อย่าเห็นแก่การร่วมรัฐบาล ต้องเห็นแก่ประชาชนและประเทศชาติ วันนี้รัฐบาลมีปัญหามาก สังคมวิตก ภาคเอกชนก็แสดงความจริงใจที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเรื่องวัคซีน แต่รัฐบาลก็ปฏิเสธ

ปัญหาต่างๆ รุมเร้า และยังไม่มีแนวทางชัดเจนที่จะแก้ไข การที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้ท่านนายกฯ ลาออก คงเป็นไปไม่ได้ เพราะท่านคิดว่าท่านไม่ผิด คิดว่าวิกฤติทั้งหมดเกิดจากวิกฤติโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องโควิด แต่คงไม่มีใครกล้าเตือนว่าปัญหาทั้งหมดเกิดจากตัวผู้นำ ทั้งๆ ที่ตัวอย่างก็มีให้เห็นแล้ว ที่สหรัฐอเมริกา “ผู้นำเปลี่ยน วิกฤติเปลี่ยน” 

ดังนั้น เมื่อฝ่ายค้านเรียกร้องให้ท่านนายกฯ ลาออก ซึ่งท่านคงไม่ออก ท่านก็คงอยู่อย่างนี้ ทุกอย่างก็คงเหมือนเดิม เพราะพรรคร่วมรัฐบาลก็เป็นพรรคเดิม ก็คงคิดแบบเดิม ๆ แนวทางที่จะแก้ไขปัญหาก็ไม่ชัดเจน ผมจึงขอเสนอสิ่งที่ผมเคยเสนอเอาไว้หลายครั้ง ว่า พรรคปชป.ควรใช้โอกาสนี้แก้ไขปัญหาของประเทศชาติ ด้วยการถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาลเพื่อเปิดโอกาสให้มีการเปลี่ยนแปลงตามกลไกของระบอบประชาธิปไตย

ขอแสดงความนับถือ
 

 

Ads E-Book

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij

Add Line Friend