“เศรษฐา”ลั่น"ไม่ทะเยอทะยานการเมือง" ขออยู่แสนสิริครับ!

08 กุมภาพันธ์ 2564

ขณะที่มีกระแสข่าวจากพรรคเพื่อไทย และส.ส.ในพรรคพูดกันว่า ผู้บริหารพรรค ผู้นำพรรคคนใหม่ แทนที่ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง คือ คือ นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แสนสิริ และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง

จากความที่เป็นนักธุรกิจที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมืองเป็นระยะ ทำให้ถูกมองว่า ซีอีโอแสนสิริคนนี้ อาจทิ้งงานด้านอสังหาริมทรัพย์ไปเล่นการเมือง แต่นายเศรษฐา เคยยืนยันจากการให้สัมภาษณ์นักข่าวมาแล้วว่า ไม่สนใจเข้าเล่นการเมืองและพร้อมเดินหน้าทำงานด้านอสังหาริมทรัพย์ต่อไป 

“เศรษฐา”ลั่น"ไม่ทะเยอทะยานการเมือง" ขออยู่แสนสิริครับ!

ล่าสุด นายเศรษฐา ได้ทวีตข้อความในทวีตเตอร์ส่วนตัวว่า จากการถูกเชื่อมโยงกับโครงการ The Chanfe Maker ของพรรคฯ หนึ่ง ที่เต็มไปด้วยคนที่มีความสามารถหลากหลายรุ่น ทำให้ต้องวางว้อนและยืนยันอีกึรั้งว่า ไม่มีความทะเยอทะยานเรื่องเล่นการเมืองแน่นอน ของอยู่แสนสิริครับ

ขณะที่แหล่งข่าวจากส.ส.พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ผู้นำพรรคคนใหม่ที่มีโอกาสขึ้นมานำพรรคแทนที่นายสมพงษ์อมรวิวัฒน์ หน.พรรคเพื่อไทย และนายประเสริฐ จันทร์รวงทอง เลขาธิการพรรค คนปัจจุบันคือ นายเศรษฐา ทวีสินประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ที่มีสายสัมพันธ์ที่ดีและมีแนวคิดก้าวหน้าทางการเมือง มีความเป็นผู้นำในการพัฒนาประเทศไปสู่อนาคตที่ดีกว่าปัจจุบัน กล้าคิด กล้าตัดสินใจ มีภาวะผู้นำในตัวสงูมาก และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองหัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน ที่เคยเป็นรองนายกฯ และรมว.คลัง มาแล้ว ทั้งสองคนถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีของพรรคในการคิดและขับเคลื่อนประเทศไทยไปในทิศทางที่ดีขึ้นในอนาคต

นายเศรษฐา ได้พูดไว้ตั้งแต่ปลายปี 2563 ว่า ถ้าโควิดยังอยู่อีกยาว ต่อจากนี้ต้องทำตัวให้ยืดหยุ่นตลอดเวลา เพื่อรับการเปลี่ยนแปลงของโลก ไม่ว่าจะเรื่องเศรษฐกิจ, สังคม หรือสาธารณสุข ยุคนี้คุณต้องลู่ไปตามลม อะไรมาก็สู้กันไป สำคัญคืออย่าถอย ต้องสู้ ถ้ามองว่า โควิดจะอยู่อีกยาว เราก็ต้องเตรียมตัวเก็บเงินสดไว้ให้มากที่สุด ใช้จ่ายให้น้อยหน่อย 

 

"วันนี้ผมบอกลูกน้องทุกคนชัดเจนว่า พวกคุณต้องทำงานเยอะขึ้นในผลตอบแทนที่น่าจะน้อยลง ถ้าตื่นมาทำใจตรงนี้ได้คุณถึงจะอยู่ได้ ตอนนี้โลกมันไม่สวยหรู เป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายของชีวิต ข้อดีคือเวลาเจอวิกฤติทำให้แกร่งขึ้น ถ้าเราผ่านวิกฤตินี้ไปได้ ภูมิต้านทานดีขึ้น เดี๋ยวมันก็อยู่รอดเอง"

นายเศรษฐา กล่าวว่า  ไม่มีใครกล้าพูดว่า ปี 2564 จะเป็นปีที่ดีที่สุด ทำได้แค่เตรียมตัวรับมือ โดยเฉพาะภาคอสังหาฯ ประเมินอย่างต่ำ กำลังซื้อที่หดตัว คงไม่สามารถกลับมาได้ภายในระยะ 18 เดือน จึงเป็นการบ้านให้รัฐบาลเข้ามากระตุ้นช่วยเหลือ ผ่านมาตรการ 2 แง่ คือ ส่วนที่ผูกผันกับงบประมาณ เช่น การลดภาษีธุรกิจเฉพาะ ,ลดค่าธรรมเนียมการโอนฯ กับส่วนที่สามารถดำเนินการได้ทันที โดยเฉพาะ การเรียกร้องให้ลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก แม้จะต่ำแล้ว แต่ยังต่ำได้อีก เพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋าประชาชน ช่วยเพิ่มกำลังซื้อ ลดภาระการจ่ายดอกเบี้ยที่แสนจะเจ็บปวดในทุกๆ เดือน, การยกเลิกใช้มาตรการ แอลทีวี ที่ควรต้องปลดล็อกทันที โดยที่รัฐไม่เสียหายใดๆ รวมถึงมาตรการกระตุ้นกลุ่มลูกค้าต่างชาติ เช่น การขยายสัญญาเช่าซื้อ จาก 30 ปี เป็น 90 ปี และอีกหลายมาตรการ ที่สมาคมอสังหาฯ และผู้ประกอบการเคยเสนอแนะต่อรัฐบาลในหลายๆโอกาส ย้ำ อสังหาฯปีนี้ มีความหวังเดียว คือ โควิดต้องจบโดยเร็ว โดยมีมาตรรัฐช่วยหนุนอีกทาง

มองในทุกวิกฤติมีโอกาสเสมอ ถ้าแข็งแกร่งพอ ฉะนั้น จะยังอาศัยการเดินหน้า 3 กลยุทธ์หลัก คือ 1.Speed to Market เน้นการวางแผน ปรับตัวระยะสั้น เพื่อหนุนยอดขายและโอนฯตลอดทั้งปี 


2.การเข้าใจลูกค้า อัดแคมเปญที่ตอบโจทย์กับกำลังซื้อ เช่น แสนสิริผ่อนให้ 24 เดือน เพื่อลดความกังวลให้ลูกค้า หลังไม่มั่นใจทางรายได้ เสริมกับบริการทางการขาย ที่เป็นเบอร์ 1 ของตลาด และ 3 .การบริหารกระแสเงินสด เน้นเปิดใหม่ เซกเม้นท์ราคาเข้าถึงได้ กระจายหลายทำเล ผ่านโครงการขนาดเล็ก นับรวม 24 โครงการ 2.6 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยให้เงินหมุนเวียน เสริมสภาพคล่องจากที่มีในมือ 1.5 หมื่นล้านบาท