thansettakij
thansettakij
การเคหะฯเร่งขับเคลื่อน  ‘บ้านเพื่อคนไทย’ ลุย Senior Complex ฟื้นฟูเมือง

การเคหะฯเร่งขับเคลื่อน  ‘บ้านเพื่อคนไทย’ ลุย Senior Complex ฟื้นฟูเมือง

07 ส.ค. 69 | 07:59 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ส.ค. 69 | 09:02 น.

การเคหะแห่งชาติ เร่งขับเคลื่อน “บ้านเพื่อคนไทย” ลุย Senior Complex ฟื้นฟูเมือง ใช้ประโยชน์ Land Bank และ Sunk Cost เพิ่มมูลค่าองค์กร พร้อมขับเคลื่อนพลังงานสะอาด     

KEY

POINTS

  • การเคหะแห่งชาติ (กคช.) เร่งขับเคลื่อนโครงการ "บ้านเคหะเพื่อคนไทย" รวมกว่า 44,000 หน่วย แบ่งเป็น 5 ระยะ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยคุณภาพในราคาที่เหมาะสม
  • เตรียมพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Senior Complex) นำร่องที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จำนวน 1,696 หน่วย เพื่อรองรับสังคมสูงวัย
  • เดินหน้าโครงการฟื้นฟูเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยมีความคืบหน้าในโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 และมีแผนผลักดันโครงการในชุมชนทุ่งสองห้อง รามอินทรา และห้วยขวาง

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาการเคหะแห่งชาติได้เร่งขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ภายใต้การกำกับดูแลของ นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งให้ความสำคัญกับการดำเนินงานตาม 8 นโยบายหลัก “สร้างสังคมอยู่ดี

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ

 

 

แผน 5 ปี ปูพรมบ้านเคหะเพื่อคนไทย

มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” มุ่งสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย ยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อม และเพิ่มประสิทธิภาพทรัพย์สินของภาครัฐ เพื่อสร้างรายได้กลับมาพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยการเคหะแห่งชาติเร่งเดินหน้าขับเคลื่อน โครงการบ้านเคหะเพื่อคนไทย เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยคุณภาพในทำเลที่เหมาะสม ภายใต้แนวคิด Universal Design ที่รองรับการใช้งานของคนทุกช่วงวัย

โดยมีเป้าหมายสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยในราคาที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ แบ่งออกเป็น 5 ระยะ ครอบคลุมโครงการรวมกว่า 44,000 หน่วย ซึ่งจะนำเสนอ ครม.พิจารณาในปี 2570 -2575 ได้แก่

1.โครงการบ้านเคหะเพื่อคนไทย ระยะที่ 1 จำนวน 5 โครงการ 4,102 หน่วย อยู่ระหว่างทบทวนแผนคาดว่าจะนำเสนอ ครม. ภายในเดือนมีนาคม 2570

2.โครงการบ้านเคหะเพื่อคนไทย ระยะที่ 2 จำนวน 4 โครงการ 2,155 หน่วย อยู่ระหว่างสำรวจความต้องการและทบทวนรายละเอียดและการเงิน คาดว่าจะนำเสนอ ครม. ภายในเดือนเมษายน 2570

3.โครงการบ้านเคหะเพื่อคนไทย ระยะที่ 3 จำนวน 45 โครงการ 10,906 หน่วย คาดว่าจะนำเสนอ ครม.เพื่อขออนุมัติในเดือนตุลาคม 2570

และ 4.โครงการบ้านเคหะเพื่อคนไทย ระยะที่ 4 จำนวน 21,861 หน่วย และระยะที่ 5 จำนวน 5,279 หน่วย

ภาพประกอบ บ้านเพื่อคนไทย

ลุยโครงการผู้สูงอายุ

นอกจากนี้ การเคหะแห่งชาติยังเตรียมเดินหน้าโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Senior Complex) จังหวัดชลบุรี นำร่องในพื้นที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี จำนวน 1,696 หน่วย ภายใต้แนวคิด “เมืองสร้างสุข” เพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย โดยออกแบบตามหลัก Universal Design รองรับการใช้งานของคนทุกช่วงวัย พร้อมจัดสรรพื้นที่กิจกรรมทั้งแบบ Active Activity

เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกาย และ Passive Activity สำหรับการพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ การดำเนินงานจะใช้รูปแบบ Design & Build + Invest ภายใต้รูปแบบการเช่าที่ราชพัสดุระยะยาว 30 ปี พร้อมสิทธิต่ออายุสัญญาเช่าอีก 30 ปี เพื่อให้สามารถพัฒนาและบริหารโครงการได้อย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการลงทุนและเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับการใช้ชีวิตในวัยเกษียณ 

ขับเคลื่อนฟื้นฟูเมือง

ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวถึงภารกิจด้านการพัฒนาเมืองเพิ่มเติมว่า การเคหะแห่งชาติยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการฟื้นฟูเมือง อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและพัฒนาพื้นที่ให้เป็นชุมชนเมืองที่มีความทันสมัย ปลอดภัย และน่าอยู่อาศัย โดยปัจจุบันโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 (รองรับผู้อยู่อาศัยเดิม) มีความคืบหน้าตามแผนการดำเนินงานในทุกระยะ

ประกอบด้วย อาคารพักอาศัยแปลง A (อาคาร A1) อยู่ระหว่างการก่อสร้างอาคารพักอาศัยสูง 32 ชั้น จำนวน 635 หน่วย คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569 ขณะที่อาคารพักอาศัยแปลง D1 (อาคาร D2) อยู่ระหว่างการก่อสร้างอาคารพักอาศัยสูง 35 ชั้น จำนวน 612 หน่วย คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2570 และอาคารพักอาศัยแปลง C (อาคาร C1) จะจัดสร้างเป็นอาคารพักอาศัยสูง 34 ชั้น จำนวน 816 หน่วย ปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการจัดหาผู้รับจ้างก่อสร้าง และคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการพัฒนาโครงการได้ภายในปี 2569

พร้อมกันนี้ยังมีแผนพัฒนาพื้นที่รองรับผู้อยู่อาศัยใหม่ในระยะต่อไป รวม 13,746 หน่วย ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาในการปรับปรุงแผนแม่บทโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง คาดว่าจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบภายในปี 2570 ก่อนศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมลงทุนกับภาคเอกชน (PPP) ต่อไป ขณะเดียวกันยังเร่งผลักดัน โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนทุ่งสองห้อง ซึ่งเป็นโครงการที่มี

ความพร้อมการเคหะแห่งชาติมากที่สุดให้สามารถเริ่มก่อสร้างและรองรับผู้อยู่อาศัยได้โดยเร็ว ส่วนโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนรามอินทรา และห้วยขวาง อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมและจัดทำรายละเอียดโครงการ โดยการเคหะแห่งชาติจะเร่งรัดการดำเนินงานในทุกขั้นตอนให้เป็นไปตามแผน เพื่อผลักดันการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้การเคหะแห่งชาติยังอยู่ระหว่างการสรรหาคณะกรรมการชุดใหม่ คาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ และจัดประชุมนัดแรกภายในเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อขับเคลื่อนนโยบายและการบริหารอาคารอย่างต่อเนื่อง

นายทวีพงษ์ กล่าวถึงแนวทางสำคัญของการบริหารทรัพย์สินว่า การเคหะแห่งชาติยังมีแผนนำที่ดินแปลงว่างในกลุ่ม Land Bank และ Sunk Cost มาพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชนในพื้นที่ที่มีศักยภาพ เช่น จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) และกิจการด้านการเกษตร พื้นที่บางพลีคอมเพล็กซ์ เพื่อพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัย รวมถึงพื้นที่ร่มเกล้าและประชานิเวศน์ที่มีศักยภาพในการพัฒนา

เชิงพาณิชย์และสร้างรายได้ในอนาคต ทั้งนี้ยังมีที่ดินและโครงการในทำเลศักยภาพอีกหลายแห่งที่พร้อมรองรับการลงทุน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินของรัฐให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด อีกมิติหนึ่งการเคหะแห่งชาติยังคงมุ่งเน้นการขับเคลื่อนพลังงานสะอาด โดยร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)

ดำเนินโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) และสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging Station) ภายในพื้นที่การเคหะแห่งชาติ สำนักงานใหญ่ ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2570 พร้อมทั้งอยู่ระหว่างคัดเลือกพื้นที่ติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ารวม 79 พื้นที่ทั่วประเทศ และมีแผนจะทยอยเปลี่ยนรถยนต์ราชการที่ครบกำหนดสัญญาเช่าในปี 2569 เป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการลดการใช้พลังงานฟอสซิลและขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

“การเคหะแห่งชาติจะยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนภารกิจ พร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในทุกระดับ เพื่อให้ประชาชนได้อยู่อาศัยในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ทันสมัย และมีมาตรฐานที่เหมาะสมกับทุกช่วงวัย ควบคู่กับการบริหารทรัพย์สินและการใช้ที่ดินของรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสร้างรายได้กลับมาพัฒนาสังคมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงขับเคลื่อนพลังงานสะอาดและการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อให้การเคหะแห่งชาติเป็นองค์กรที่มั่นคงทางการเงิน และเป็นที่พึ่งด้านที่อยู่อาศัยของประชาชนไทยตลอดไป” ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวทิ้งท้าย