25 กุมภาพันธ์ 2021

“แรมโบ้” ซัด “พิธา” ควรปรับทัศนคติ ยัน “นายกฯ” ไม่เคยปัดความรับผิดชอบ

24 Dec 2020 11:24 น.
อ่าน 165 ครั้ง

“แรมโบ้” ซัด “พิธา” ควรปรับทัศนคติ ยัน “นายกฯ” ไม่เคยปัดความรับผิดชอบ

“แรมโบ้” ตอก "พิธา" เปรียบพรรคอนาคตใหม่ บริหารคนส่วนน้อยยังมีคนลักลอบทำผิดกม.จนพรรคถูกยุบ ทำไมไม่ถามหาความรับผิดชอบกับ "ธนาธร" บ้าง  ย้ำ “นายกฯ” บริหารประเทศใหญ่กว่าพรรคฯ ไม่เคยปัดความรับผิดชอบและตั้งใจหามาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิดสู่ประชาชนอย่างเต็มที่


24 ธันวาคม นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แสดงความคิดเห็นต่อคำพูดของนายกฯประโยคที่ว่า เพียงคนไม่กี่คนที่ละเลยความรับผิดชอบต่อสังคม จะสร้างปัญหาให้คนเป็นล้าน ๆ ได้ แสดงเห็นถึงทัศนคติ ที่โทษคนอื่นยกเว้นตนเองและรัฐบาล โดยนายสุภรณ์ฯยืนยันว่าหากนายพิธาได้ติดตามการทำงานของนายกฯก็จะเห็นถึงความจริงใจตั้งใจในการเข้ามาแก้ไขปัญหา

 

พร้อมยืนยันว่า นายกฯไม่เคยปัดความรับผิดชอบ ไม่เคยกล่าวโทษใคร เพราะคนที่ลักลอบเอาแรงงานต่างด้าวชาวพม่าเข้ามา เป็นคนที่ไม่มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อบ้านเมือง กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายหวังประโยชน์ส่วนตัว และถือเป็นคนชั่วช้าที่สุด ต้องเร่งรัดเอาตัวมาดำเนินคดีให้ได้ อยากถามกลับนายพิธาว่าการที่นายกฯตั้งใจจริงใจและจะจัดการคนชั่วพวกนี้เป็นการโยนความผิดตรงไหน

 

ส่วนตัวมองว่าการที่นายกฯพูดในลักษณะดังกล่าวเป็นการพูดถึงคนที่ทำผิดกฎหมาย ไม่รับผิดชอบต่อสังคม เพราะนายกฯและรัฐบาลจะต้องปกป้องคนส่วนใหญ่และประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ทั้งนี้ยังมองว่าไม่มีนายกฯหรือรัฐบาล แม้แต่ประชาชนในประเทศอยากให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ไม่อยากให้คนเห็นแก่ตัวคนชั่วช้า กระทำผิดกฎหมายลักลอบพาแรงงานต่างชาติเข้ามาอย่างแน่นอน และนายกฯยังย้ำเสมอว่าจะต้องลงโทษกับผู้ที่กระทำความผิดกฎหมายในการช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติเข้ามาทำงาน  นอกจากนี้นายกฯยังแสดงความเป็นห่วง โดยจะได้หามาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือแรงงานที่ได้รับผลกระทบด้วย

 



สำหรับการยังคงใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นั้นนายสุภรณ์ระบุว่า นายพิธา ก็เห็นแล้วว่าการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้นที่ผ่านมายังสามารถแก้ไขปัญหาได้ จนผลการแพร่เชื้อนิ่งมาในระยะหลายเดือนจนเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวในทิศทางที่ดีขึ้น การท่องเที่ยวในประเทศเริ่มขยายตัว นายพิธาก็รู้แก่ใจและทราบดี

 

“นายพิธา ไม่ต้องไปปกป้องผู้ที่ทำผิดกฎหมาย ทำให้บ้านเมืองได้รับผลกระทบ รวมถึงไม่ต้องห่วงว่าการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของผู้ชุมนุมเลย แต่สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ควรหันมาเป็นห่วงประชาชนในประเทศจะดีกว่า และที่นายพิธาบอกให้นายกฯปรับทัศนคตินั้น ตนเองมองว่า คนที่ควรปรับทัศนคติน่าจะเป็นนายพิธามากกว่า ที่ควรเปิดใจให้กว้าง เห็นประโยชน์ของประชาชนและประเทศมากกว่าตัวเอง เพราะนายพิธาคือผู้แทนของประชาชน ก็ต้องดูแลประชาชน และหัดยอมรับในการทำงานของคนอื่นบ้างก็จะเป็นเรื่องที่ดีต่อตัวเองและประเทศชาติ  ไม่ใช่เห็นว่าใครทำดี ทำถูกต้องก็จะตำหนิท่าเดียว”

 


"ประเทศและสังคมที่มีประชาชนจำนวนมาก แต่ก็ยังมีคนส่วนน้อยที่ยังเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนกล้าฝ่าฝืนกระทำผิดกฎหมายทั้งที่รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ก็พยายามตรวจตรารัดกุมเฝ้าระวังอย่างเต็มที่แล้ว ก็ยังมีเล็ดรอดได้ ก็ไม่ต่างอะไรที่ตนอยากเปรียบเทียบกับกรณีประเด็นที่พรรคอนาคตใหม่ก่อนถูกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรค ก็มีคนในพรรคบางคนก็ฝ่าฝืนกฎหมายเล็ดลอดกระทำผิดกฎหมาย จนทำให้พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ทั้งที่พรรคอนาคตใหม่ ปกครองด้วยคนไม่กี่คนก็ยังทำผิดให้คนอื่นเดือดร้อน สุดท้ายนายพิธาต้องมาตั้งพรรคใหม่คือพรรคก้าวไกล 

 

เปรียบดังเรื่องคนที่แอบลักลอบเอาแรงงานต่างด้าวเข้าประเทศเหมือนกัน เมื่อปัญหามันเกิดขึ้นด้วยคนไม่กี่คน นายกฯและรัฐบาล เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายก็ตั้งใจแก้ปัญหาช่วยกันอย่างเต็มที่ไม่เคยคิดปัดความรับผิดชอบจะจัดการกับคนที่ทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดและหามาตรการยับยั้งไม่ให้เชื้อโควิดแพร่กระจายไปสู่ประชาชนให้ปลอดภัยในชีวิตสูงสุด และยังมีมาตรการช่วยเหลือเยียวผู้ได้รับผลกระทบต่อไป

 

"กรณีพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ตนไม่เคยเห็นนายพิธา ออกมาเรียกร้องให้นายธนาธร ออกมารับผิดชอบในการทำให้กรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรค พรรคอนาคตใหม่เดือดร้อนบ้าง ทำไมไม่ต่อว่านายธนาธรบ้างว่า อย่าปฎิเสธความรับผิดชอบที่ทำให้พรรคถูกยุบและกรรมการพรรคถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองนับ10ปี ทำให้หมดอนาคตทางการเมือง ที่ตนพูดเปรียบเทียบไม่ได้มีเจตนาเหน็บแนมอะไร เพียงต้องการให้นายพิธา รู้จักวิธีคิดว่าการเป็นผู้นำบริหารคนจำนวนเล็กน้อยยังมีคนแอบลักลอบทำผิด กฏหมายพรรคการเมือง

 

เปรียบเทียบเช่น นายกฯประยุทธ์ บริหารปกครองประเทศชาติขนาดใหญ่กว่าพรรค ก็ต้องมีคนฝ่าฝืนกฎหมายแน่นอน ก็ต้องแก้ไขกันไป นายกฯไม่เคยนิ่งนอนใจ ขอร้องนายพิธา ควรช่วยคิดหาแนวทางแก้ไขช่วยกันในฐานะเป็นตัวแทนประชาชน อย่าพูดซ้ำเติมกล่าวหาคนที่ทำงานและเจ้าหน้าที่ทุกคนที่พยายามทุ่มเทเหน็ดเหนื่อย ดังนั้นขวัญและกำลังใจคือ สิ่งที่มีค่าสูงสุดในเวลานี้ ถ้านายพิธา คิดว่ารักประเทศไทย รักประชาชนคนไทย อย่าซ้ำเติมหรืออย่าทิ่มแทงทำลายขวัญกำลังใจกันเลยครับ"นายสุภรณ์ กล่าว

Ads E-Book

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij

Add Line Friend