ชงบอร์ดอีอีซี 6มี.ค.ของบเพิ่ม 4 พันล้าน ย้ายสาธารณูปโภค ลุยไฮสปีด

04 มี.ค. 2563 | 11:03 น.

ร.ฟ.ท.เสนอของบประมาณเพิ่ม 4,000 ล้านบาท หวังรื้อย้ายสาธารณูปโภค รอบอร์ดอีอีซีไฟเขียว เตรียมเวนคืน 3 จุดงานก่อสร้างช่วงแม่น้ำบางปะกง-อุโมงค์เขาชีจรรย์ –ทางลอดใต้ถนนเข้าพื้นที่สนามบินอู่ตะเภา  เชื่อส่งมอบพื้นที่ทันตามแผน

 

 

 

 

นายชัยวัฒน์  ทองคำคูณ   ปลัดกระทรวงคมนาคม  เปิดเผยภายหลังการประชุมประชุมคณะทำวานเร่งรัดการส่งมอบพื้นที่ โครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ว่า การประชุมครั้งนี้ เป็นการติดตามความคืบหน้าเรื่องเวนคืน ผู้บุกรุก และกรอบกำหนดของการรื้อย้ายสาธารณูปโภคต่างๆ  ขณะนี้พบว่าทั้งการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) หน่วยงานเจ้าของสาธารณูปโภค ตลอดจนเอกชนที่ชนะการประมูลมีแผนทำงานที่ชัดเจน และมั่นใจว่าจะก่อสร้างเสร็จทันกรอบกำหนด  หลังจากนั้นจะสรุปรายละเอียดของการส่งมอบพื้นที่ทั้งหมดแล้ว ร.ฟ.ท.เตรียมเสนอคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ในวันศุกร์ที่ 6 มี.ค.นี้ เพื่อขออนุมัติงบประมาณกว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบเพื่อก่อสร้างทดแทนสาธารณูปโภคที่ได้รับผลกระทบจากการรื้อย้ายดำเนินโครงการนี้ เช่น ระบบไฟฟ้า ประปา และท่อระบายน้ำ ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) รวมถึงสายไฟแรงสูงของค่ายลูกเสือในจังหวัดชลบุรี ที่คาดว่าจะใช้งบประมาณรื้อย้ายราว 3 ล้านบาท

 

ปัญหาการส่งมอบพื้นที่ที่ก่อนหน้านี้ติดการรื้อย้ายในส่วนของท่อน้ำมัน บริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด (FPT) ปัจจุบันได้ข้อสรุปแล้วว่าจะมีการรื้อย้ายท่อน้ำมันดังกล่าว จากฝั่งตะวันตกไปตะวันออก โดยFPT จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรื้อย้ายเอง อีกทั้ง FPT จะต้องจัดทำผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) เพิ่มเติมด้วย เนื่องจากก่อนหน้านี้การติดตั้งท่อน้ำมันมีมานานก่อนกฎหมายกำหนดให้ทำอีไอเอ ดังนั้นเมื่อมีการรื้อย้ายใหม่ ตามกฎหมายจึงต้องจัดทำอีไอเอ ซึ่งจะจัดทำเพียงส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น

 

นายชัยวัฒน์  กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันที่ประชุม กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่มซีพี) เอกชนผู้ชนะการประมูล ได้ชี้แจงแผนก่อสร้างโดยต้องการขอขยายพื้นที่ก่อสร้าง 3 จุด จากรัศมีการเวนคืนที่ ร.ฟ.ท.กำหนดเดิม 25 เมตร เพิ่มเป็น 40 เมตร ส่งผลให้ต้องเวนคืนพื้นที่เพิ่ม ประกอบไปด้วย บริเวณงานก่อสร้างช่วงแม่น้ำบางปะกง บริเวณอุโมงค์เขาชีจรรย์ และบริเวณทางลอดใต้ถนนเข้าพื้นที่สนามบินอู่ตะเภา

 

สำหรับเวนคืนที่ดินเดิมได้กำหนดเวนคืน 25 เมตร แต่ฝ่ายเอกชนแจ้งว่าบางจุดอาจต้องใช้มากกว่านั้น เพราะบางส่วนต้องใช้พื้นที่ก่อสร้าง ต้องวางเครื่องจักร ซึ่งตอนนี้ฝ่ายเอกชนได้กำหนดมา 3 จุด โดยที่ประชุมให้กลับไปศึกษาเหตุผลความจำเป็นว่าทำไมต้องเวนคืนเพิ่ม จาก 25 เมตร เป็น 40 เมตร  หลังจากนั้นจะให้ที่ปรึกษาการรถไฟฯ ตรวจสอบ หากพบว่ามีความจำเป็นที่ต้องเวนคืนเพิ่มก็จะอนุมัติ จึงสรุปได้ว่าวันนี้ที่ประชุมเคลียร์การส่งมอบทั้งหมดแล้ว ติดเพียงเรื่องขยับที่เวนคืนเป็น 40 เมตรเท่านั้น ก็จะต้องรอพิจารณาในที่ประชุมครั้งถัดไป

 

รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า แผนส่งมอบพื้นที่ขณะนี้ถือว่าเสร็จหมดแล้ว ขณะเดียวกันส่วนที่เหลือเป็นหน่วยงานที่เป็นเจ้าของสาธารณูปโภคจะต้องจัดสรรงบประมาณในการรื้อย้ายเอง ซึ่งงบที่จะขอเพิ่มเติม 4,000 ล้านบาทนั้น เป็นส่วนที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบในการก่อสร้างทดแทนสาธารณูปโภคที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งนอกเหนือจากงบประมาณรื้อย้าย 479 ล้านบาทที่ ร.ฟ.ท.เคยได้รับอนุมัติจาก กพอ.ไปก่อนหน้านี้

 

แผนเข้าพื้นที่ก่อสร้างโครงการ ตามข้อกำหนดในสัญญาร่วมทุนระบุไว้ว่า ร.ฟ.ท.จะต้องส่งมอบพื้นที่เพื่อให้กลุ่มซีพีสามารถดำเนินการสร้างได้ ดังนั้นการส่งมอบพื้นที่เป็นส่วนๆ ไม่ประติดประต่อ ก็ไม่สามารถเริ่มงานก่อสร้างได้ ข้อสรุปตอนนี้คือเราต้องเคลียร์พื้นที่ให้ได้เป็นช่วง  เพื่อให้ซีพีทยอยเริ่มงานก่อสร้างอย่างสมบูรณ์

 

อย่างไรก็ตามแผนส่งมอบพื้นที่ที่ ร.ฟ.ท.กำหนด ส่วนแรกบริเวณที่มีความพร้อมเป็น ช่วงสุวรรณภูมิ - อู่ตะเภา คาดว่าจะใช้เวลาส่งมอบแล้วเสร็จภายในประมาณ 1  ปีกว่า ซึ่งปัจจุบันได้เคลียร์ระบบสาธารณูปโภคเรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าพื้นที่ช่วงนี้ จะเป็นส่วนแรกที่กลุ่มซีพีสามารถเริ่มงานก่อสร้างได้