10 สิงหาคม 2020
- WWW.SETTRADE.COM -  SET  1,324.40  -  -         Value  -  Mil.Baht         SET50  856.88  -  -         Value  -  Mil.Baht         SET100  1,912.99  -  -         Value  -  Mil.Baht         sSET  613.26  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETCLMV  915.19  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETHD  905.34  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETTHSI  803.11  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETWB  888.41  -  -         Value  -  Mil.Baht         mai  309.47  -  -         Value  -  Mil.Baht             AGRO  433.69  -  -       AGRI  237.15  -  -       FOOD  12,272.68  -  -           CONSUMP  102.66  -  -       FASHION  513.51  -  -       HOME  22.33  -  -       PERSON  295.57  -  -           FINCIAL  117.37  -  -       BANK  267.45  -  -       FIN  3,571.69  -  -       INSUR  11,168.80  -  -           INDUS  88.14  -  -       AUTO  327.04  -  -       IMM  45.77  -  -       PAPER  3,263.23  -  -       PETRO  791.46  -  -       PKG  3,877.21  -  -       STEEL  21.44  -  -           PROPCON  101.85  -  -       CONMAT  9,620.71  -  -       PROP  189.83  -  -       PF&REIT  180.45  -  -       CONS  61.55  -  -           RESOURC  189.14  -  -       ENERG  21,573.42  -  -       MINE  4.78  -  -           SERVICE  411.27  -  -       COMM  36,076.80  -  -       HELTH  4,614.30  -  -       MEDIA  38.31  -  -       PROF  143.43  -  -       TOURISM  374.96  -  -       TRANS  286.43  -  -           TECH  156.91  -  -       ETRON  2,029.35  -  -       ICT  142.89  -  -       TFEX       SET50 Index Futures       S50Q20  -  -  -        S50U20  -  -  -        S50V20  -  -  -        S50Z20  -  -  -        S50H21  -  -  -        S50M21  -  -  -      Sector Index Futures       BANKU20  -  -  -        COMMU20  -  -  -        ENERGU20  -  -  -        FOODU20  -  -  -        ICTU20  -  -  -      Single Stock Futures       AAVU20  -  -  -        ADVANCU20  -  -  -        AEONTSU20  -  -  -        AMATAU20  -  -  -        AOTU20  -  -  -        APU20  -  -  -        BAU20  -  -  -        BANPUU20  -  -  -        BAYU20  -  -  -        BBLU20  -  -  -        BCHU20  -  -  -        BCPU20  -  -  -        BCPGU20  -  -  -        BDMSU20  -  -  -        BEAUTYU20  -  -  -        BECU20  -  -  -        BEMU20  -  -  -        BGRIMU20  -  -  -        BHU20  -  -  -        BJCU20  -  -  -        BLAU20  -  -  -        BLANDU20  -  -  -        BPPU20  -  -  -        BTSU20X  -  -  -        CBGU20  -  -  -        CENTELU20  -  -  -        CHGU20  -  -  -        CKU20  -  -  -        CKPU20  -  -  -        COM7U20X  -  -  -        CPALLU20  -  -  -        CPFU20  -  -  -        CPNU20  -  -  -        DELTAU20  -  -  -        DTACU20  -  -  -        EAU20  -  -  -        EASTWU20  -  -  -        EGCOU20  -  -  -        EPGU20  -  -  -        ERWU20  -  -  -        ESSOU20  -  -  -        GFPTU20  -  -  -        GLOBALU20X  -  -  -        GPSCU20  -  -  -        GULFU20Y  -  -  -        GUNKULU20  -  -  -        HANAU20  -  -  -        HMPROU20  -  -  -        ICHIU20  -  -  -        INTUCHU20  -  -  -        IRPCU20  -  -  -        ITDU20  -  -  -        IVLU20  -  -  -        JASU20  -  -  -        JMTU20  -  -  -        KBANKU20  -  -  -        KCEU20  -  -  -        KKPU20  -  -  -        KTBU20  -  -  -        KTCU20  -  -  -        LHU20  -  -  -        LPNU20  -  -  -        MU20  -  -  -        MAJORU20  -  -  -        MBKU20  -  -  -        MEGAU20  -  -  -        MINTU20X  -  -  -        MTCU20  -  -  -        ORIU20  -  -  -        OSPU20  -  -  -        PLANBU20  -  -  -        PRMU20  -  -  -        PSHU20  -  -  -        PSLU20  -  -  -        PTGU20  -  -  -        PTTU20  -  -  -        PTTEPU20  -  -  -        PTTGCU20  -  -  -        QHU20  -  -  -        RATCHU20  -  -  -        ROBINSU20X  -  -  -        RSU20  -  -  -        SU20  -  -  -        SAMARTU20  -  -  -        SAWADU20  -  -  -        SCBU20X  -  -  -        SCCU20  -  -  -        SGPU20  -  -  -        SIRIU20  -  -  -        SPALIU20  -  -  -        SPCGU20  -  -  -        SPRCU20  -  -  -        STAU20  -  -  -        STECU20  -  -  -        STPIU20  -  -  -        SUPERU20  -  -  -        TASCOU20  -  -  -        TCAPU20X  -  -  -        THAIU20  -  -  -        THANIU20  -  -  -        THCOMU20  -  -  -        THGU20  -  -  -        TISCOU20  -  -  -        TKNU20  -  -  -        TMBU20  -  -  -        TOAU20  -  -  -        TOPU20  -  -  -        TPIPLU20  -  -  -        TPIPPU20  -  -  -        TQMU20  -  -  -        TRUEU20  -  -  -        TTAU20  -  -  -        TTCLU20  -  -  -        TTWU20  -  -  -        TUU20  -  -  -        TVOU20  -  -  -        UNIQU20  -  -  -        VGIU20  -  -  -        VNGU20  -  -  -        VNTU20  -  -  -        WHAU20  -  -  -        WHAUPU20  -  -  -      GF10 Futures       GF10Q20  30,210  -310  7,127        GF10V20  30,260  -300  3,483        GF10Z20  30,320  -290  2,237      GF50 Futures       GFQ20  30,210  -300  158        GFV20  30,260  -290  157        GFZ20  30,350  -270  25      Gold Online Futures       GOU20  2,033.70  -24.20  56,261      GOLD-D       GDU20  2,024.00  -37.00  14      USD Futures       USDQ20  -  -  -        USDU20  -  -  -        USDV20  -  -  -        USDZ20  -  -  -      BB3 Futures       BB3U20  -  -  -        BB3Z20  -  -  -      TGB5 Futures       TGB5U20  -  -  -        TGB5Z20  -  -  -      RSS3 Futures       RSS3Q20  -  -  -        RSS3U20  -  -  -        RSS3V20  -  -  -        RSS3X20  -  -  -        RSS3Z20  -  -  -        RSS3F21  -  -  -        RSS3G21  -  -  -      RSS3D Futures       RSS3DQ20  -  -  -        RSS3DU20  -  -  -        RSS3DV20  -  -  -        RSS3DX20  -  -  -        RSS3DZ20  -  -  -        RSS3DF21  -  -  -        RSS3DG21  -  -  -      Index Options       Most Active Call Volume     Most Active Put Volume         

เฟดอัดฉีดสภาพคล่องจัดหนักส่งท้ายปี ยันยังไม่ใช่ QE4

25 Dec 2019 15:49 น.
อ่าน 1,893 ครั้ง


 

ในเดือนก.ย.ที่ผ่านมา ดอกเบี้ยกู้ยืมระยะสั้นในตลาดซื้อคืนพันธบัตร (Repo Market) ของสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นมากสะท้อนปัญหาสภาพคล่องตึงตัว ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต้องออกมาประกาศมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องมหาศาลเข้าสู่ระบบ โดยเฟดมีแผนพิมพ์เงินออกมาซื้อตั๋วเงินคลัง (T-bills) 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อเดือน เริ่มตั้งแต่รอบ 15 ต.ค. - 15 พ.ย. จนถึงไตรมาส 2/2020 เป็นอย่างน้อย นอกจากนี้ ยังมีแผนจะอัดฉีดสภาพคล่องในตลาดซื้อคืนพันธบัตรอย่างน้อยวันละ 120,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีสภาพคล่องของเงินสำรองเพียงพอในระบบธนาคาร

 

มาตรการดังกล่าวทำให้ขนาดงบดุลของเฟดขยายทะลุ 4 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ตัวเลขงบดุลของเฟดขยับสูงขึ้นหลังจากที่เฟดเริ่มใช้นโยบายปรับงบดุลของธนาคารกลางให้เข้าสู่ภาวะปกติมาตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งเป็นการปรับลดลง โดยที่ก่อนหน้านี้เฟดได้ดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเชิงปริมาณ (Quantitative Easing: QE) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจมาก่อน ซึ่งมีทั้งการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย และการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ตลอดจนตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยค้ำประกัน (Mortgage-Backed Securities: MBS) จำนวนมาก ผ่านมาตรการคิวอีที่แบ่งเป็น 3 ระลอก ระหว่างปี 2551-2556  จนทำให้ขนาดงบดุลของเฟดขยายใหญ่ถึง 4 เท่า โดยเพิ่มขึ้นจาก 9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2550 มาอยู่ที่ 4.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2560

นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด

อย่างไรก็ตามมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องล่าสุดนี้  นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดย้ำว่า “ไม่ใช่มาตรการคิวอี ขอให้นักลงทุนอย่าสับสน”  โดยอธิบายว่า การซื้อตั๋วเงินคลังซึ่งเป็นตราสารระยะสั้น นั้นแทบไม่มีผลกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงแตกต่างจากมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือ คิวอี ที่เฟดเคยใช้กอบกู้เศรษฐกิจภายหลังวิกฤตการเงินโลกเมื่อกว่า 10 ปีก่อน โดยคิวอีนั้นถูกออกแบบมาเพื่อกดดอกเบี้ยระยะยาวกว่านี้ และมีเป้าหมายหลักเพื่อกระตุ้นการกู้ยืมและการลงทุน
 





แต่ไม่ว่าเฟดจะเรียกมาตรการนี้ว่าอะไรก็ตาม การอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบด้วยวิธีการดังกล่าวทำให้ตลาดวอลล์สตรีทขานรับในเชิงบวก ดัชนีหลักๆทะยานสูงขึ้น นอกจากนี้ การที่ขนาดงบดุลของเฟดขยายขึ้นเกินระดับ 4 ล้านล้านดอลลาร์อีกครั้ง  ทำให้นักลงทุนอดที่จะนึกย้อนเปรียบเทียบกับมาตรการคิวอี 3 ชุดใหญ่ ที่เฟดเคยนำมาใช้ในช่วงรับมือกับวิกฤตการเงินไม่ได้

จากผลการสำรวจของ บริษัทวิจัย อาร์บีซี แคปปิตอล มาร์เก็ต เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา พบว่า มากกว่าครึ่ง (53%) ของนักลงทุนสถาบันเชื่อว่า เฟดกำลังใช้มาตรการคิวอีอยู่ ขณะที่ 19% คิดว่า เฟดไม่ได้ใช้มาตรการคิวอี ความคิดเห็นของนักลงทุนมีผลต่อตลาดหุ้น และการที่นักลงทุนจำนวนมากเชื่อว่า เฟดกำลังทำมาตรการคิวอีด้วยการขยายขนาดงบดุลและพิมพ์เงินมหาศาลออกมาอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบ ได้ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น แม้ว่านั่นจะไม่ใช่เป้าหมายของการนำมาตรการคิวอีมาใช้ก็ตาม  

 

ลอรี คาลวาสินา หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์หลักทรัพย์ของอาร์บีซี แคปปิตอล มาร์เก็ต อธิบายว่า การที่ตลาดหุ้นขานรับในเชิงบวกเป็นเพราะการที่เฟดนำมาตรการคิวอีมาใช้เมื่อครั้งอดีต เกิดขึ้นในยามที่ตลาดกำลังเผชิญภาวะความเสี่ยง เมื่อมาตรการที่รัฐนำมาใช้ทำให้ความเสี่ยงและความผันผวนต่างๆหายไป มูลค่าตลาดก็ดีดตัวสูงขึ้น “ถ้า 53% ของนักลงทุนที่ตอบคำถามการสำรวจ คิดถูก (เกี่ยวกับการใช้มาตรการคิวอีของเฟด) ราคาหุ้นก็จะทะยานขึ้น เพราะในอดีตนั้น มูลค่าตลาดขยับสูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญเมื่อตอนที่เฟดนำมาตรการคิวอีมาใช้”  

 

นักวิเคราะห์กล่าวว่า ตลอดปีนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯถือว่ามีการขยายตัวในระดับปานกลาง (moderate) โดยดัชนีเอสแอนด์พีอาจขยับขึ้นมาที่ระดับ 3,350 จุดในช่วงสิ้นปี หรือสูงขึ้นจากระดับปัจจุบันเพียง 5% เท่านั้น แต่การนำมาตรการคิวอีมาใช้จะทำให้สถานการณ์ในตลาดเปลี่ยนแปลงไป โดยจะมีแรงขับเคลื่อนมากขึ้นและราคาหุ้นก็จะขยับสูงขึ้นมาก มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตลาดหุ้นสหรัฐฯในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ที่ดัชนีหลักๆพุ่งขึ้นสูงมาก เช่น ดัชนีเอสแอนด์พี 500 นับตั้งแต่สิ้นเดือนส.ค.มาจนถึงขณะนี้ ขยับขึ้นแล้ว 9% ขณะที่ดัชนีแนสแดค พุ่งขึ้น 11% ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยนักวิเคราะห์ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่หนุนทิศทางเชิงบวกดังกล่าวคือ บรรยากาศของสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกาที่คลี่คลายลง และความกังวลเกี่ยวกับการเกิดภาวะถดถอยของเศรษฐกิจสหรัฐฯก็ลดน้อยลงด้วย แต่นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นก็เชื่อว่า อีกปัจจัยสำคัญที่หนุนการพุ่งขึ้นของตลาดหลักทรัพย์ ก็คือการที่เฟดกำลังอัดฉีดเงินจำนวนมหาศาลเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่องนั่นเอง   

 



 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา เฟดซื้อตั๋วเงินคลังอีก 7,500 ล้านดอลลาร์ผ่านการประมูลที่ผู้ซื้อให้ความสนใจอย่างมาก และเฟดเองก็ได้รับการเสนอซื้อต่อจากบรรดาสถาบันการเงินในราคาที่สูงขึ้นเกือบ 5 เท่า (ประมาณ 35,000 ล้านดอลลาร์)   

 

แม้ประธานเฟดจะปฏิเสธว่า สิ่งที่เฟดกำลังทำอยู่นี้ไม่ใช่มาตรการคิวอีเพราะเป็นการซื้อตราสารหนี้ระยะสั้น ที่จะไม่มีผลต่ออุปสงค์และอุปทานของหลักทรัพย์และตราสารระยะยาว ทั้งยังไม่มีผลต่อสถานการณ์ทางการเงินในภาพรวม ซึ่งผิดกับเมื่อครั้งที่เฟดใช้มาตรการคิวอีในช่วงรับมือวิกฤตการเงินเมื่อราว 10 ปีที่แล้ว แต่นักลงทุนก็ไม่เห็นถึงความแตกต่างมากนัก เพราะถึงอย่างไรสิ่งที่เฟดทำในอดีตและกำลังทำอยู่ในเวลานี้ก็คือ การอัดฉีดเงินจำนวนมหาศาลเข้าสู่ระบบ ซึ่งเมื่อเกิดสภาวะเช่นนี้นักลงทุนก็พร้อมที่จะเข้าลงทุนในตลาด

 

การสำรวจของธนาคารเครดิตสวิสที่จัดทำเมื่อเร็วๆนี้ ยังชี้ว่า การนำมาตรการคิวอีมาใช้เป็นครั้งที่ 4 หรือ QE4 ของธนาคารกลางสหรัฐฯน่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ หรือถ้าจะชี้ชัดไปกว่านั้น คือเชื่อว่าจะเกิดขึ้นก่อนสิ้นปี ซึ่งก็เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วันแล้ว เป้าหมายหลักๆก็เพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่องตึงตัวที่ทำให้ดอกเบี้ยกู้ยืมระยะสั้นระหว่างธนาคารพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากเครื่องมืออื่นๆที่จะนำมาใช้กระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจนั้นแทบจะไม่มีอะไรเหลือแล้ว โดยเฉพาะมาตรการด้านดอกเบี้ย โดยในปีนี้ ธนาคารกลางหลายประเทศซึ่งรวมทั้งเฟด ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) หันมาใช้มาตรการปรับลดหรือตรึงดอกเบี้ยในระดับต่ำมากอยู่แล้ว ทำให้ต้องหันมาใช้นโยบายคิวอีกันมากขึ้น

 

ย้อนไปในเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา นายพาวเวล ประธานเฟด เคยออกมาให้ความเห็นว่า เฟดอาจจะนำเครื่องมือที่เคยใช้ในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินกลับมาใช้อีกครั้งหนึ่ง  ซึ่งได้แก่ การกำหนดให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ใกล้ 0% และการเข้าซื้อพันธบัตรตามมาตรการคิวอี "เรารู้ว่าเครื่องมือเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะมีความจำเป็นในอนาคต ซึ่งเราหวังว่าคงจะนำมาใช้ไม่บ่อยนัก"

 

ในส่วนของนักลงทุนนั้น การที่เฟดหันมาใช้มาตรการคิวอีอีกครั้ง  มีโอกาสจะทำให้ปริมาณเงินในโลกเพิ่มขึ้น และจะเคลื่อนย้ายสภาพคล่องในระบบไหลเข้ามาสู่ตลาดหลักทรัพย์ของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่เพิ่มมากขึ้นซึ่งรวมถึงภูมิภาคเอเชียด้วย  


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij