19 ตุลาคม 2019

[email protected]เจดับบลิวแมริออท ลองลิ้มชิมรส... อาหารญี่ปุ่นร่วมสมัย

09 Oct 2019
อ่าน 217 ครั้ง

หลังจากรับประทานอาหาร เจกันแล้ว ก็ต้องทานอาหารเบาๆ ไปก่อนสักระยะหนึ่งปรับกระเพาะให้เข้าที่เข้าทางเสียก่อน ฉบับนี้ขอวาร์ปพามาชิมอาหารญี่ปุ่นสไตล์ร่วมสมัยที่ “ห้องอาหารญี่ปุ่นสึ” @โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ ที่กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งหลังจากปิดปรับปรุง เพื่อให้ดูทันสมัยมากขึ้น ก่อนชิมก็ลองมาฟังคอนเซ็ปต์ของร้านเสียหน่อย...

  ร้านนี้บริการอาหารญี่ปุ่นต้นตำรับในบรรยากาศร่วมสมัย สอดแทรกบรรยากาศความเป็นญี่ปุ่น ด้วยพื้นที่ของห้องอาหารอยู่ชั้นใต้ดิน  จึงมีแนวคิดเปิดโล่ง สงบๆ ตกแต่งด้วยบานกระจกหน้าต่างไล่เฉดสีเขียว  ไล่โทนสลับสีเข้มและสีอ่อนสดใส สบายตา เปิดรับแสงธรรมชาติ ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เย็นสบาย ออกแบบให้ลูกค้ามีโอกาสได้ใกล้ชิดใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น พื้นที่ที่เปิดโล่งนี้รองรับการเลี้ยงสังสรรค์เป็นหมู่คณะได้ถึง 110 ที่นั่ง รวมห้องส่วนตัว 4 ห้อง 

ถ้านั่งด้านนอกก็จะมองเห็นพ่อครัว ปรุงอาหารกันสดๆ เช่น ขณะทำซูชิที่บาร์ ก็จะให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวา โดยมีหัวหน้าเชฟก็คือ..เชฟทาเคดะ ยูคิโอะ.. ซึ่งการออกแบบนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปลักษณ์ที่ไร้กาลเวลา สะท้อนให้เห็นถึงอาหารญี่ปุ่นแบบร่วมสมัยและซูชิเกรดพรีเมียมใจกลางกทม.

 

อาหารญี่ปุ่นที่นี่แบบต้นตำรับ  มีให้เลือกสรรตั้งแต่ซูชิ ซาชิมิ เนื้อนำเข้า อาหารทะเลสด รวมทั้งวัตถุดิบคุณภาพดีที่ได้รับการคัดสรรโดยเชฟญี่ปุ่น เริ่มบริการอาหารชุดมื้อกลางวันกันตั้งแต่ 11.30 น.-14.30 น.และช่วงเย็นเริ่ม18.00-22.30 น. มื้อกลางวันมีเซตให้เลือกกว่า 10 เมนูหลัก  และเมนูที่นี่ยังมีความหลากหลายให้เลือกตั้งแต่ซูชิดั้งเดิมแบบฉบับญี่ปุ่น จนถึงฟิวชัน อาทิ สึดรากอนโรล, โรซินีโรล, ข้าวหน้าปลาไหลญี่ปุ่น, ชิราอุสลัด และปลาคอดหมักซอสมิโซะ พร้อมเนื้อวากิวเกรดต้นๆ นำเข้าจากญี่ปุ่นพร้อมปรุงแบบของห้องอาหารสึ และเมนูอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึงโฮมเมดโมจิไส้ถั่วแดง


เกริ่นบรรยากาศมาซะยาว วันที่ได้ลิ้มลองชิมอาหารนั้น เราเริ่มต้นกันที่ของรับประทานเล่นอย่างแปะก๊วยคั่วเค็มๆ มันๆ ครีบปลากระเบนย่างทานแล้วหยุดไม่ได้ แต่ต้องยั้งใจประเดี๋ยวจะรับทานอาหารอื่นมิได้ ตามมาด้วยสลัดปลาเงิน ที่นำปลามาทอดโดยใช้แป้งเทมปุระทอดจนปลากรอบ ราดด้วยมายองเนส+น้ำเทอริยากิทานพร้อมผักสลัด ตามมาด้วยเต้าหู้งาขาวที่ใช้งาขาวผสมแป้งญี่ปุ่นกับน้ำซุปสาหร่าย ก้อนกะทัดรัดนุ่มนิ่มเข้าปากแล้วนวลเนียนได้กลิ่นงาผสมกลิ่นเต้าหู้แปลกไปอีกแบบ   งานนี้ต้องซดคู่กับซุปหอยตลับที่เป็นเมนูเด็ดของเชฟ หอยนี้มาจากญี่ปุ่นจะได้เนื้อหอยที่ใหญ่อิ่มกว่าหอยไทยและจากการเลี้ยงที่กินแบคทีเรียที่ดีในแหล่งของญี่ปุ่นรสชาติจึงออกมาอร่อย ต่อมาก็จะหนักขึ้นเป็นสเต็กเนื้อวากิววางบนหินร้อนราดด้วยซอสมิโซะที่เชฟคิดค้นขึ้นมาเอง เราปิดท้ายด้วยของหวานขึ้นชื่อของที่นี่คือโมจิย่าง...บอกเลยว่าอร่อยจริง จริง

อิ่มหนำสำราญ เพลิดเพลินไปกับอาหารแล้วมานั่งผ่อนคลาย   จิบเครื่องดื่มค็อกเทลเบาๆ จากเบสสาเก อาทิ โมจิโตะสาเก ซูโมค็อกเทล อูเมะโรสค็อกเทล เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีคลาสสิกค็อกเทล ไม่ว่าจะเป็นคอสโมโปลิแทน ลินจี่มาตินี ซิเคร็ทเลิฟ เป็นต้น หรือจะเลือกสาเก ที่มีให้เลือกสรรมากกว่า 20 ชนิดให้เลือกจิบที่สาเกบาร์ ที่มีให้เลือกชิมทั้งแบบร้อนและเย็น

ปักหมุดไว้เป็นอีกหนึ่งสถานที่แล้วกัน..สำหรับวันนัดสังสรรค์เพื่อนฝูงหรือนัดเดตก็พอไหว...

 

หน้า 24 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,511 วันที่ 6 - 9 ตุลาคม พ.ศ. 2562



ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij