16 ตุลาคม 2019

จับตา 2 ปัจจัยเสี่ยง "คิงเพาเวอร์-ล็อตเต้" ชิงดำ "ดิวตี้ฟรีสุวรรณภูมิ"

20 Mar 2019
อ่าน 732 ครั้ง

| รายงานพิเศษ

| เรื่อง : จับตา 2 ปัจจัยเสี่ยง "คิงเพาเวอร์-ล็อตเต้" ชิงดำ "ดิวตี้ฟรีสุวรรณภูมิ"


| โดย โต๊ะข่าวท่องเที่ยว

……………….


ในที่สุด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ก็ยอมเลื่อนขายซองประกวดราคาการให้สิทธิประกอบกิจการดิวตี้ฟรีใน 4 สนามบิน และการบริหารโครงการกิจกรรมเชิงพาณิชย์ (รีเทล) ในสนามบินสุวรรณภูมิออกไปก่อน จากเดิมที่จะเปิดให้มาซื้อซองประมูลได้ในวันที่ 19 มี.ค. - 1 เม.ย. นี้ หลังถูกกระแสสังคมกดดันหนัก รวมถึงการส่งสัญญาณจากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสั่งให้ทบทวนโครงการ จากความไม่ชัดเจนว่า ทั้ง 2 สัญญา เข้าข่ายต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 หรือไม่

 

 

การเลื่อนไทม์ไลน์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการลดกระแสสังคมเท่านั้น เพราะจนถึงวันนี้ ทอท. ยังมั่นใจว่า การเปิดประมูลทั้งดิวตี้ฟรีและรีเทลได้ทุกตามกฎเกณฑ์ที่ต้องทำหมดแล้ว ตามมติ ครม. ที่ได้ออกไปเมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2562 ซึ่ง ทอท. มองว่า จาก ก.ม.พีพีพี การเปิดประมูลดังกล่าวเป็นการประมูลขายสิทธิการประกอบการดิวตี้ฟรีและรีเทลในสนามบิน ไม่ใช่กิจการเกี่ยวเนื่องที่จำเป็นต่อการประกอบการท่าอากาศยาน ถึงขั้นถ้าไม่มีแล้วจะไม่สามารถให้บริการสนามบินได้ จึงมองว่า ไม่เข้าข่ายต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว ถึงได้ออกประกาศขาย TOR ไปก่อนหน้านี้

หรือแม้หากตีความว่า เข้าข่าย ก.ม.พีพีพี ทอท. ก็พร้อมเดินหน้าได้ทันทีเช่นกัน เพราะใน ก.ม.พีพีพี กำหนดไว้ว่าจะต้องมีคนกลางเข้ามาร่วมในกระบวนการประมูล ซึ่งสเต็ปแรกก่อนออก TOR ก็ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการรายได้ของ ทอท. ในคณะกรรมการชุดนี้ก็มีตัวแทนคนกลาง อย่าง "อัยการ" นั่งเป็นกรรมการอยู่ด้วย และในการชี้แจง TOR ก็จะมีคนกลางมานั่งสังเกตการณ์

 

 


ดังนั้น จะเข้าข่าย ก.ม.พีพีพี หรือไม่ การประมูลยังไงก็เดินต่อ แต่สิ่งที่ ทอท. เลือกทำตอนนี้ คือ การชี้แจงข้อข้องใจของสังคม ที่หลัก ๆ จะมี 3 เรื่อง

คำถามที่ 1 การผูกขาดดิวตี้ฟรี ทอท. เคลียร์ว่า หลังการเปิดประมูลดิวตี้ฟรีและรีเทลในสนามบินไปแล้ว ก็จะมีการเปิดประมูลจุดส่งมอบสินค้าดิวตี้ฟรี (Pick Up Counter) ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เหมือนที่สนามบินภูเก็ต ทำให้ผู้ประกอบการดิวตี้ฟรีในเมืองทุกรายสามารถส่งมอบสินค้าได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิที่ ทอท. จะจัดหาผู้ประกอบการมาดำเนินการได้ภายในปีนี้

คำถามที่ 2 ทำไมต้องรวมพื้นที่ดิวตี้ฟรีใน 4 สนามบิน ทอท. ยืนยันว่า จำเป็นต้องรวม เพราะยอดขายกว่า 82% อยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ภูเก็ตอยู่ที่ 13-14% (วันละ 10 ล้านบาท), เชียงใหม่ 4-5%, หาดใหญ่ 0.04% (วันละ 2 หมื่นบาท) การคุ้มค่าในการลงทุน หากแยกเป็นรายสนามบินจึงลำบาก และอาจได้สินค้าที่ไม่มีคุณภาพ เพราะใครจะมาลงทุนสร้างคลังสินค้าทัณฑ์บนในสนามบินที่มียอดขายตํ่า

คำถามที่ 3 ทำไมต้องเป็นการประมูลหาผู้ประกอบการรายเดียว (Master Concessionaire) แทนที่จะมีการแยกประมูลตามหมวดสินค้า (Category Consessions) ทอท. ยันยืนว่า การหาผู้ประกอบการรายเดียวเป็นโมเดลที่ดีที่สุดสำหรับสนามบินที่เป็นฮับของประเทศ เพราะจะได้ผู้ประกอบการที่แข็งแกร่งที่สุด และได้มีสินค้าแบรนด์ที่มีคุณภาพไปสู้กับดิวตี้ฟรีในสนามบินต่าง ๆ ทั่วโลก เนื่องจากการไหลเวียนของผู้โดยสารในสนามบินไม่เหมือนกับศูนย์การค้า ที่มีประตูเข้า-ออกทางเดียว แต่ในสนามบินมี Contact Gate รองรับเครื่องบินขนาดต่างกัน การไหลเวียนของผู้โดยสารก็ต่างกัน ใครจ่ายการันตีผลตอบแทนขั้นตํ่าให้สูงสุด ก็จะเป็นผู้ชนะประมูล

 

 


"การออกมาชี้แจงของ ทอท. ในประเด็นข้อสงสัยเหล่านี้ ถ้าหลังจากนี้ ทอท. ยังเห็นการออกมาโต้แย้งอย่างสมเหตุสมผล ไม่ใช่ไม่เอามองว่าผูกขาดอย่างเดียว ก็พูดกันแต่เรื่องเก่า ก็คาดว่า ในอีก 1-2 สัปดาห์จากนี้ ก็จะกำหนดในขาย TOR ใหม่ได้ ผมรับฟังความคิดเห็นทุกอย่างมาโดยตลอด รู้ดีว่าคนที่ออกมาค้านอยากได้อะไร แต่การตัดสินใจของ ทอท. ก็มองว่า ตัดสินโดยเอาประโยชน์ของประเทศชาติเป็นตัวตั้งและพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว ไม่ใช่ประโยชน์ของบุคคล" นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ยํ้า

 

 

จากคำชี้แจงในครั้งนี้ เชื่อขนมกินได้เลย ช้าเร็วใน TOR ดิวตี้ฟรีก็จะรวมพื้นที่ 4 สนามบิน และหาผู้ประกอบการเพียง 1 ราย ไม่เปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่น่าจับตามอง คือ ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ชนะประมูลรอบนี้ โดยเฉพาะดิวตี้ฟรี การดำเนินธุรกิจดิวตี้ฟรีจะไม่ใช่โกยกำไรกันง่าย ๆ อย่างการประมูลเมื่อ 10 ปีก่อน ที่คิงเพาเวอร์ชนะไป

เนื่องจากมี 2 ปัจจัยเสี่ยงที่เอกชนต้องคำนึง คือ 1.ที่สนามบินสุวรรณภูมิจะมีการเปิดประมูล Duty Free Pick up Counter นั่นก็หมายถึง ต่อไปดิวตี้ฟรีดาวน์ทาวน์ก็จะเปิดขึ้นได้อีกหลายแห่ง และดาวน์ทาวน์ดิวตี้ฟรีจะทำโปรโมชันได้ดีกว่าดิวตี้ฟรีในสนามบิน เพราะไม่ต้องจ่ายค่าต๋ง (ผลประโยชน์ตอบแทนให้ ทอท.) ที่สูงมาก ต่อไปก็จะมาส่งมอบสินค้าได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก็จะทำให้ยอดขายดิวตี้ฟรีถูกแชร์ส่วนแบ่งตลาดออกไป

2.การประมูลรอบนี้ไม่ได้มีพื้นที่ในส่วนที่คิงเพาเวอร์จะหมดสัญญาเท่านั้น แต่ยังมีพื้นที่ใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาอีกกว่า 3 พันตารางเมตร บริเวณอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 คนชนะประมูลก็ต้องจ่ายตอบแทนจากตารางเมตรที่เพิ่มขึ้น ซึ่งคนชนะจะมีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เพิ่มขึ้น ที่แน่ ๆ ต้องสูงกว่าที่ปัจจุบันคิงเพาเวอร์ต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้ ทอท. อยู่ที่ 20%

ทั้ง 2 ปัจจัย จึงเป็นความเสี่ยงที่ทำให้การประกอบการดิวตี้ฟรีในสนามบินสุวรรณภูมิจึงยากกว่าในอดีต สำหรับคนที่หวังโกยกำไรจากธุรกิจนี้ในสนามบินเพียงจุดเดียว และหากใครสายป่านไม่ยาวพอ หรือไม่มีรายได้จากส่วนอื่นมาโปะ ก็ไม่ง่าย ทั้งดูจากรูปการณ์เช่นนี้ และหากอิงกับการประมูลดิวตี้ฟรีที่สนามบินอู่ตะเภา ก็จะพบว่า เอกชนหลายรายที่สนใจประมูล อาทิ บางกอก แอร์เวย์ส กลุ่มเซ็นทรัล ก็เสนอค่าตอบแทนที่ตํ่ากว่าผู้ชนะมาก ดังนั้น การเปิดประมูลของ ทอท. จึงมีแนวโน้มว่าจะมีการชิงดำเกิดขึ้นระหว่างคิงเพาเวอร์กับล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี ที่มีดีกรีสู้กันได้อย่างพอฟัดพอเหวี่ยง ขณะที่ ทอท. ก็รอกินค่าต๋ง อย่างเดียวเหมือนเคย


หน้า 10 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3454 ระหว่างวันที่ 21 - 23 มีนาคม 2562

 


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij