16 ตุลาคม 2019

ซีพีเฟ้นหานักเตะปั้นสู่เส้นทางฟุตบอลอาชีพ

18 Mar 2019
อ่าน 486 ครั้ง

การพัฒนาประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้า หัวใจสำคัญคือ การพัฒนาคนให้มีคุณภาพ และมีความสามารถในการเรียนรู้ บนพื้นฐานการมีสุขภาพที่แข็งแรงและสมบูรณ์ ทั้งร่างกายและจิตใจ จึงมุ่งมั่นส่งเสริมการศึกษา พัฒนาความสามารถ เสริมสร้างศักยภาพของเด็กไทยทุกช่วงวัย ตามเป้าหมายหนึ่งของการพัฒนาที่ยั่งยืนของเครือฯ คือมุ่งมั่นสร้างสังคมที่ยั่งยืน กว่า 40 ปี ที่มีโครงการต่างๆ มากมาย อาทิ พัฒนาโรงเรียนเจียรวนนท์อุทิศ, ทุนการศึกษา ระดับอุดมศึกษาทรูปลูกปัญญา เป็นต้น และเมื่อไม่นานามานี้มีโครงการ “ซีพี สานฝัน...ปันโอกาส” ปั้นเยาวชนเข้าสโมสรฟุตบอลอาชีพ เพื่อสานฝันเยาวชนไทยที่มีใจรักฟุตบอลให้เติบโตเป็นนักฟุตบอลอาชีพในอนาคต

นายขจร เจียรวนนท์ กรรมการบริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานสโมสรทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ในฐานะผู้ดำเนินโครงการฯ เล่าให้ฟังว่า เครือซีพี ได้ร่วมกับ สโมสรทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ได้จัดทำโครงการ “ซีพี สานฝัน...ปันโอกาส” ปั้นเยาวชนเข้าสโมสรฟุตบอลอาชีพ ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับที่ดี จากเด็กๆ และพ่อแม่ผู้ปกครองที่ส่งบุตรหลานเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก โดยเปิดรับสมัครน้องๆ เยาวชน อายุ 10-11 ปี จากทั่วประเทศ สำหรับปีนี้ มีน้องๆ สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 5,000คน จาก 8 สนาม 7 จังหวัด ทั่วทุกภูมิภาค ซึ่งได้มีการคัดเลือกรอบแรกเหลือ 83 คน เพื่อเข้าแคมป์คัดเลือกในรอบสุดท้าย จากนั้นเราได้มีการคัดเลือกเด็กที่มีฝีเท้าดีที่สุด กระทั่งเฟ้นหาช้างเผือกได้ 20 แข้งดาวรุ่ง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

หลักเกณฑ์ในการตัดสิน อันดับแรกคือ สภาพความแข็งแรง ความสมบูรณ์ของร่างกาย รวมถึงพรสวรรค์ และทักษะของน้องๆ ในการเล่นฟุตบอล โดยมี มร.แดเนียล อินวิน ซิบิเล่ Academy Director, True BUFC Academy อดีตนักฟุตบอลเยาวชนทีมชาติออสเตรเลีย เป็นหัวหน้าทีมในการทดสอบมาตรฐาน ที่พิเศษในปีนี้ คือ เราจะวัดเรื่องทัศนคติด้วย โดยน้องๆ จะต้องมีน้ำใจนักกีฬา มีระเบียบวินัย อีกทั้งยังมีการวัดภาวะความเป็นผู้นำ รวมถึงการเล่นเป็นทีม และมีความมุ่งมั่นซึ่งเราได้มีการทดสอบตามมาตรฐานระดับโลก

“ทั้ง 20 คน ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับทุนการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1 จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งตลอดระยะเวลา 6 ปี นอกจากน้องๆ จะได้รับความรู้ และการพัฒนาทักษะแล้ว เรายังมีการฝึกอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานสากล อาทิ การวอร์มร่างกาย การเพิ่มโปรแกรมโภชนาการ เพื่อเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง โดยมุ่งเน้นนำวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาช่วยอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเข้าแข่งขันในแมทช์ต่างๆ พร้อมผลักดันสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ในลีกอาชีพ หรือระดับนานาชาติต่อไปในอนาคต”

 


เป้าหมายในอนาคต ต้องการให้น้องๆ ก้าวสู่การเป็นนักฟุตบอลระดับอาชีพ ในลีก และทีมชาติไทย โดยเฉพาะเป้าหมายใหญ่ คือ การไปเป็นเป็นนักฟุตบอลลีกอาชีพที่ประเทศญี่ปุ่น หรือก้าวสู่เป้าหมายระดับโลกต่อไป จากผลงานที่ผ่านมา รุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 มีเยาวชนนักเตะหลายคนสร้างผลงานที่โดดเด่นนำความภาคภูมิใจและสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย อาทิ รุ่นที่ 1 จำนวน 6 คน ได้ร่วมทีมฟุตบอลโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย คว้าแชมป์โลกรายการนอร์เวย์คัพ 2018 และ รุ่นที่ 2 จำนวน 3 คน ได้รับการคัดเลือกเป็นเยาวชนทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี  และสามารถคว้าแชมป์ในรายการ Toyota International Junior Cup 2018 ที่ประเทศญี่ปุ่น นับเป็นก้าวแรกของความสำเร็จของน้องๆ ที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ดีและความมุ่งมั่นที่จะเดินตามความฝันต่อไป ซึ่งรางวัลดังกล่าว ทำให้เรามีกำลังใจในการปั้นน้องๆ และดำเนินโครงการนี้ต่อไปอย่างต่อเนื่อง และคาดว่ากีฬาฟุตบอลไทยจะผงาดขึ้นไปในระดับโลกได้

ด้าน ดร.วัชรพงษ์ อภิญญานุรังสี ผู้จัดการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กล่าวว่ารู้สึกยินดีอย่างยิ่ง ที่ได้มีส่วนร่วมในอีกหนึ่งกิจกรรมที่ตอบแทนสังคม เพราะโครงการฯ ที่ผ่านมา ได้นำน้องๆ ที่ผ่านการคัดเลือกมาเข้าศึกษาและร่วมเป็นนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียน ทำให้โรงเรียนมีนักฟุตบอลที่มีฝีเท้าที่ดีเพิ่มขึ้นพร้อมที่จะผลักดันสู่ระดับอาชีพต่อไป จุดแข็งของโรงเรียนเรา คือ มีประสบการณ์ในการพัฒนานักกีฬาฟุตบอลระดับเยาวชนมายาวนานกว่า 30 ปี ทั้งยังมีเครือข่ายพันธมิตร ทั้งที่ประเทศจีน เกาหลี ญี่ปุ่น และนอร์เวย์ ที่น้องๆ จะมีโอกาสได้ไปเปิดประสบการณ์ประชันฝีเท้า เพื่อเพิ่มศักยภาพ และยังเป็นสถาบันที่บ่มเพาะนักฟุตบอลอีกด้วย

เยาวชนที่ได้รับการคัดเลือกทั้ง 20 คน จะได้รับการดูแลจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ทั้งด้านการศึกษาควบคู่กับการฝึกฝนทักษะฟุตบอลสำหรับในเรื่องการศึกษา ทางโรงเรียนจะจัดทำโปรแกรมการเรียนพิเศษให้กับน้องๆ อาทิ โปรแกรมภาษาอังกฤษ เพื่อการสื่อสารในเรื่องของฟุตบอล ให้น้องๆ ได้เพิ่มพูนความรู้ และเตรียมความพร้อมที่จะก้าวสู่ระดับอาชีพ ส่วนการเรียนทั่วไปก็จะให้เรียนกับนักเรียนทั่วไป แต่จะมีการดูแลเป็นพิเศษไม่ว่าจะเป็นด้านระเบียบวินัย ศีลธรรม หรือการดูแลตัวเอง แบ่งเวลาซ้อม และทำกิจกรรมอื่นๆ ร่วมกับเพื่อนๆ เพื่อให้เด็กเหล่านี้เติบโตเป็นคนดีของสังคม และเป็นนักฟุตบอลที่มีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ สามารถเป็นนักฟุตบอลอาชีพได้อย่างสง่างาม ไม่เพียงมีรายได้เลี้ยงตัวเองได้ แต่ยังสามารถดูแลครอบครัวได้อีกด้วย ซึ่งที่ผ่านมาเรามีนักฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมาแล้วหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น โชคทวี พรหมรัตน์ หรือ ลีซอ-ธีรเทพ วิโนทัย เชื่อว่าถ้าน้องๆ มีความขยัน มีระเบียบวินัย จะสามารถเติบโตบนเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพเหมือนรุ่นพี่ๆ เหล่านี้ได้ในอนาคต



ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij