thansettakij
thansettakij
"ฐาน" คว้า "2 รางวัลข่าว" จากสมาคมนักข่าวฯ

"ฐาน" คว้า "2 รางวัลข่าว" จากสมาคมนักข่าวฯ

05 มี.ค. 61 | 12:47 น.
อัปเดตล่าสุด :05 มี.ค. 61 | 20:47 น.
(รางวัลอิศรา อมันตกุล ได้มีการจัดประกวดครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2515 เพื่อเป็นการรำลึกถึงนายอิศรา อมันตกุล นักหนังสือพิมพ์ผู้ล่วงลับและอดีตนายกสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทยคนแรก ซึ่งถือเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการริเริ่มและบุกเบิกงานข่าวเชิงสืบสวนสอบสวนในประเทศไทย)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  สมาคมนักข่าวหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าในปี2560  สมาคมนักข่าวฯ ได้จัดประกวดข่าวและภาพข่าว ชิงรางวัล"อิศรา อมันตกุล" ของมูลนิธิอิศรา อมันตกุล รวมทั้งรางวัลข่าวอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดีเด่น จากชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม  เเละ โดยเป็นโครงการที่ดำเนินต่อเนื่องทุกปี ซึ่งถือเป็นการประกาศเกียรติคุณให้แก่หนังสือพิมพ์และผู้เป็นเจ้าของผลงาน เพื่อเป็นแรงกระตุ้นในการพัฒนาให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพและสร้างเสริมความรับผิดชอบต่อสังคม  คณะกรรมการตัดสินการประกวดข่าวยอดเยี่ยมรางวัลอิศรา อมันตุกล ได้พิจารณาคัดเลือกผลงานที่ส่งเข้าประกวดข่าวเเละภาพข่าวจากหนังสือพิมพ์ต่างๆนั้น

รวมทั้งรางวัลข่าวอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดีเด่น ประจำปี 2560 ของชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  เเละรางวัล ITPC AWARD ครั้งที่ 12 ประจำปี 2560 ของชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

โดยรางวัลข่าวอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดีเด่น ประจำปี 2560 ของชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยนั้น คณะกรรมการตัดสินให้รางวัล 1 รางวัล ได้แก่ ประเภทรางวัลชมเชยคือ “ต้านฮุบป่าสงวน 2 พันไร่ สร้างสนามบินพังงา” จากกองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
01-3272.indd โดยข่าว“ต้าน “ฮุบป่าสงวน2พันไร่” สร้างสนามบินพังงา “ได้สรุปสาระเเละคุณค่าของข่าวดังกล่าวว่า  “พื้นที่ “ป่าสงวนแห่งชาติคลองทุ่งมะพร้าว” ในพื้นที่ ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เกือบ 2,000 ไร่ เกือบถูกหน่วยงานในระดับจังหวัด และกรมป่าไม้ ยกให้เอกชนรายหนึ่งใช้เป็นพื้นที่ในการก่อสร้าง “สนามบินพังงา” ไปแล้ว หากมิใช่เพราะการนำเสนอข่าวของกองบรรณาธิการ นสพ.ฐานเศรษฐกิจ อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการที่เอกชนเสนอขอนำพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมมาก่อสร้างสนามบินทั้งๆที่ป่าเสื่อมโทรมแปลงดังกล่าว เป็นป่าชายเลนที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก
S__1941524
ข่าวชิ้นนี้ถือเป็นอีก 1 ข่าวที่กองบรรณาธิการ ใช้เวลาในการตรวจสอบเป็นเวลานาน หลังมีการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่า มีหน่วยงานของรัฐสมยอมกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ที่ยื่นคำร้องต่อสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพังงา(ทสจ.พังงา) เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2559 เพื่อขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติคลองทุ่งมะพร้าว เพื่อก่อสร้างสนามบินพาณิชย์ เพื่อรองรับการท่องเที่ยว
S__5029968 คำขออนุญาตของเอกชน ความเห็นของหน่วยงานราชการ ตลอดจนการปลุกสร้างกระแสความขัดแย้งของชุมชนกับหน่วยงานรัฐในพื้นที่ จ.พังงา ถูกส่งข้อมูลความไม่ชอบมาพากล มาที่ “กองบรรณาธิการฐานเศรษฐกิจ” จึงนำไปสู่การตรวจสอบอย่างเข้มจนนำมาซึ่งคำสั่งระงับยับยั้งให้ทบทวนโครงการใหม่ และให้ไปทบทวนการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ และมีการย้าย “อธิบดีกรมป่าไม้” ไปช่วยราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในที่สุด
21-6-2560-11-20-38 “ฐานเศรษฐกิจ” ส่งทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่จริง พบว่า พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติคลองทุ่งมะพร้าวที่ขออนุญาต มีพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมบางส่วน แต่ในนั้นยังมีพื้นที่ป่าที่ยังสมบูรณ์ที่ติดกับป่าชายเลน มีชุมชน มัสยิด โรงเรียน ฯ ชาวบ้านอาศัยและทำมาหากิน

จากการสอบถามชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ บอกตรงกันว่า ไม่เห็นด้วยกับการยกพื้นที่ป่าสงวนฯเพื่อสร้างสนามบินด้วยเหตุผลที่ค้านนานับประการ
21-6-2560-11-19-50 สวนทางกับมติ “ที่ประชุมสภาเทศบาลตำบลลำแก่น” สมัยสามัญสมัยที่2 ครั้งที่ 1/2559 ของ สำนักเทศบาลตำบลลำแก่น อ้างว่าชาวบ้านไม่คัดค้าน ในการเปิดเวทีประชาคมรับฟังความคิดเห็นที่บ้านท่าที่ดินแดง หมู่ที่ 4 โดยมีตัวแทนบริษัทเอกชนร่วมเวที สุดท้าย จึงมีหนังสือถึง ทสจ.พังงา ยืนยันมติให้ใช้พื้นที่ป่า

จากนั้น “ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา” สั่งให้เจ้าหน้าที่ 2 ราย ออกไปตรวจสภาพป่า ในจุดที่ขออนุญาต ผลตรวจสอบพบว่า “เป็นป่าเสื่อมโทรม” จึงทำรายงานถึงกรมป่าไม้ เพื่อพิจารณาอนุญาตให้ใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติฯ
19-6-2560-9-29-08-4 อย่างไรก็ตามมีการร้องเรียนเรื่องนี้ไปยัง “สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)” ทำให้ “ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน” ส่งหนังสือทักท้วงไปถึง “กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” ด่านสุดท้ายที่อนุญาต

สตง. ท้วงว่า 1.เรื่องที่เสนอเป็นอันตรายกับพื้นที่ป่า อาณาเขตโดยรอบพื้นที่ขออนุญาตน่าจะเป็นพื้นที่ป่าชายเลน แต่เจ้าหน้าที่ป่าไม้กลับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ป่า โดยอ้างว่า หากสร้างสนามบินจะช่วยยับยั้งการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน

2.อาจกระทบระบบนิเวศป่าชายเลน และความเป็นอยู่ของประชาชนซึ่งไม่อาจประมาณมูลค่าความเสียหายได้ ไม่ว่าตรงนั้นเป็นพื้นที่ป่าชายเลนที่เป็นป่าอนุรักษ์หรือป่าชายเลนประเภทอื่น เพราะอาจจะมีส่วนทำลายป่าชายเลน ซึ่งเป็นแหล่งพลังงาน อาหาร ที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์ และแหล่งสร้างรายได้ของประชาชนในพื้นที่
สนามบิน1-1 3.งานก่อสร้างสนามบินเป็นโครงการขนาดใหญ่ อาจเข้าข่าย พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนกับกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 แต่กลับไม่มีการนำกฎหมายนี้มาประกอบการพิจารณา อาจทำให้ราชการเสียประโยชน์

และสุดท้าย สตง. มีคำแนะนำถึงเจ้าหน้าที่ป่าไม้ว่า น่าจะขัดกับอำนาจหน้าที่กรมป่าไม้ ที่มีหน้าที่โดยตรงในการป้องกันรักษาป่า ควบคุมดูแล ป้องกันการบุกรุกทำลายป่า จึงเสนอให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ตระหนักในหน้าที่ หากมีป่าเสื่อมโทรมต้องวิเคราะห์ว่าเกิดจากธรรมชาติ หรือไม่เข้มงวดในการรักษาป่า หรือตั้งใจให้เป็นป่าเสื่อมโทรม เพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ

พังงา-2-1

ผลพวงของเรื่องนี้ กลายเป็นปมร้อน ที่ “รัฐบาล” ตั้งแต่อธิบดีกรมป่าไม้ ไปจนถึง “นายกรัฐมนตรี” ถูกตั้งคำถามอย่างหนักจากหลายภาคส่วนในสังคม ว่า ในการพิจารณาโครงการที่อาจจะสวนทางกับ “นโยบายทวงคืนผืนป่า” และ “ยุทธศาสตร์ป่าไม้” ที่จะเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้ 30%

“รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” จึงสั่งการให้ทบทวนโครงการใหม่ ให้ย้อนกลับไปเริ่มกระบวนการ “ทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม” ใหม่ทั้งหมด และเซ็นคำสั่ง เด้ง “อธิบดีกรมป่าไม้” ไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี

ด้าน “รัฐมนตรีว่าการกระทวงมหาดไทย” มีคำสั่งโยกย้าย “ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา” ที่เซ็นอนุมัติไปอยู่จังหวัดพิษณุโลก
พังงา-6-1 และสุดท้าย “สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย” ส่ง “ยุทธศาสตร์” ก่อสร้างทั้งประเทศ รวมทั้งสนามบินพังงา ให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาก่อสร้างในพื้นที่ ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ไม่ใช่ “ป่าสงวนแห่งชาติคลองทุ่งมะพร้าว” อย่างที่มีการยื่นขออนุญาต

กรณีนี้หากไม่มีการติดตามตรวจสอบการดำเนินการของหน่วยงานท้องถิ่น หรือหน่วยงานรัฐ และนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่องของ “กองบรรณาธิการฐานเศรษฐกิจ” พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติคลองทุ่งมะพร้าว ที่บางส่วนเป็นป่าชายเลนและยังมีความอุดมสมบูรณ์ ก็อาจตกไปอยู่ในการครอบครองของ “เอกชน”เพื่อนำไปแสวงหาผลประโยชน์ทางธุริจแก่ตนเองได้ในที่สุด” แบนเนอร์ชั่วโมงฐานเศรษฐกิจ01-3-1 ส่วนผลการประกวดข่าวรางวัล ITPC AWARD ครั้งที่ 12 ประจำปี 2560 ของชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มอบรางวัลชมเชยพร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณให้เเก่ข่าว”การเรียกเก็บภาษีจากผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียข้ามชาติ”จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

โดยข่าว“การเรียกเก็บภาษีจากผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียข้ามชาติ”  ของกองบรรณาธิการ  หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจได้สรุปสาระเเละคุณค่าของข่าวดังกล่าวว่า

“ผู้ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการในประเทศ หรือ ผู้ประกอบการต่างประเทศ  ควรอยู่ภายใต้กรอบกติกาเดียวกัน และผู้ประกอบการจะต้องเสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อนำเม็ดเงินจากภาษีเหล่านี้มาใช้ในการพัฒนาประเทศ
P1-3243-a อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยของผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียชื่อดังจากต่างประเทศ อาทิ เฟชบุ๊ก หรือกูเกิล  กลับไม่เสียภาษีรายได้จากโฆษณาบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของตัวเองให้กับประเทศไทย   เป็นการเอาเปรียบผู้ประกอบการในประเทศที่มีความเสียเปรียบในการแข่งขัน ทั้งในแง่ของเทคโนโลยี  เงินทุน และปริมาณผู้ใช้งาน  และทำให้เม็ดเงินไหลออกสู่ต่างประเทศ   โดยที่ประเทศไทยไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ  สร้างความเสียหายให้ระบบเศรษฐกิจ และสูญเสียโอกาสในการจัดเก็บภาษีนิติบุคคล  เพื่อนำมาใช้พัฒนาประเทศ

ทั้งนี้คาดการณ์ว่าเม็ดเงินโฆษณาออนไลน์ในไทยมีแนวโน้มเติบโตขึ้นทุกปี  โดยปี 2560 คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ10,000 ล้านบาท ถูกครอบงำโดยผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียต่างประเทศ 80%  ส่วนอีก 20% เป็นรายได้ของผู้ให้บริการในประเทศรวมกัน

“ฐานเศรษฐกิจ”จึงได้เริ่มติดตามและมีการนำเสนอข่าวกรณีดังกล่าวต่อเนื่องประกอบด้วย

1.ข่าวหน้าหนึ่งฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันทื่ 12-15 มีนาคม 2560 “เอกชนจี้เรียกเก็บภาษีย้อนหลัง ฟ้อง FB”  (อ่านข่าว http://www.thansettakij.com/content/134510)
5646559 2.ข่าวหน้าหนึ่งฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 1-4 ตุลาคม 2560  “ล่าภาษีเฟชบุ๊ก-กูเกิล “สรรพากร-เอ็ตด้า” แก้ ก.ม. สกัดขนเงินออก-บี้จดทะเบียนในไทย (อ่านข่าว..http://www.thansettakij.com/content/214266)
6266565 คุณค่าของข่าว

เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการเอารัดเอาเปรียบของผู้ประกอบการต่างประเทศ ที่มีต่อผู้ประกอบการไทย และประเทศไทย  โดยในส่วนผู้ประกอบการไทยนอกจากมีความเสียเปรียบในเชิงเทคโนโลยี  เงินทุนและฐานผู้ใช้งาน ตลอดจนรายได้จากโฆษณาออนไลน์แล้ว  ยังมีต้นทุนทางธุรกิจสูงกว่า เนื่องจากผู้ประกอบการไทยมีการจดทะเบียนและเสียภาษีนิติบุคคลให้กับประเทศ  ขณะที่ประเทศได้รับความเสียหายจากเม็ดเงินรายได้โฆษณาออนไลน์ไหลออกต่างประเทศ หลายพันล้านบาท  โดยที่ประเทศชาติไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ”

[caption id="attachment_265335" align="aligncenter" width="411"] ทิฆัมพร ศรีจันทร์ ทิฆัมพร ศรีจันทร์[/caption]

นายทิฆัมพร ศรีจันทร์ บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ กล่าวว่า   “รางวัลไม่ได้เป็นที่สุดของทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรางวัลข่าวยอดเยี่ยมหรือรางวัลอะไรก็ตาม ยังมีข่าวที่มีคุณภาพและคุณค่าอีกมากที่ไม่ได้รับเหลือบแลหรือมองข้ามไป และยังมีข่าวอีกหลายชิ้น หลายเรื่อง หลายวาระของสังคม ที่รอให้นักข่าวไปขุดค้นแสวงหาความจริง ไม่ใช่อิงเเต่โซเชียลมีเดียที่มีเเต่ความเห็นเป็นหลัก

นักข่าวต้องตระหนักในภาระหน้าที่ของตน และต้องสำนึกอยู่ตลอดเวลาในการทำข่าวหรือผลิตชิ้นงานหนึ่งๆไม่ใช่เพื่อการนำมาซึ่งรางวัล แต่ต้องรายงานข่าวเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสังคม ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน สร้างสรรค์และนำปัญญาให้กับสังคม

ในภาวะสถานการณ์ปัจจุบันสื่อกำลังถูกคุกคามอย่างหนักจากเทคโนโลยีดิจิตอล  จึงจะต้องปรับตัวอย่างหนักเพื่อให้ยังยืนหยัดอยู่ได้ท่ามกลางสถานการณ์น้ำเชี่ยว ขณะเดียวกันต้องทางเรียนรู้และนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาข้อมูล ข้อเท็จจริงนำเสนอให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม”
S__1941521 อนึ่ง เมื่อปี2556   สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยมอบรางวัลข่าวยอดเยี่ยม(รางวัลอิศรา อมันตกุล)ให้หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ กับข่าว “เปิดโปงขบวนการทุจริตข้าวถุง ๒.๕ ล้านตัน”  เเละเมื่อปี2550 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจได้รับรางวัลข่าวชมเชย(อนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม )ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กับข่าว“มหันตภัยร้าย!!!มลพิษมาบตาพุด”  เเละเมื่อปี2546 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจได้รับรางวัลข่าวชมเชย  ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กับข่าว”เปิดโปงขบวนการอุ้มลากูน่าฮุบที่เหมือง”
แบนเนอร์รายการฐานยานยนต์-2 ช่วงค่ำวันนี้  มูลนิธิอิศรา อมันตกุล  ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม  ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ  และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ได้จัดการประกวดข่าวยอดเยี่ยม และภาพข่าวยอดเยี่ยม รางวัลอิศรา อมันตกุล  รางวัลข่าวอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดีเด่น ของชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม และรางวัล ITPC Award ของชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ  โดยมีพิธีมอบรางวัล ผลการประกวดข่าวและภาพข่าวประเภทต่าง ๆ  ณ ห้องวอเตอร์เกท บอลรูม โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท ประตูน้ำ  สำหรับผลงานที่ได้รับรางวัลประจำปี 2560  มีดังนี้

รางวัลอิศรา อมันตกุล ประเภทข่าว มีผลงานข่าวส่งเข้าประกวดจำนวน 13 ข่าว จากหนังสือพิมพ์ 7 ฉบับ  ผลงานข่าวที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม ได้แก่ ข่าว “แผนสกัด "ยีนดื้อยาพันธุ์ใหม่" จากหมูสู่คน” โดยกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ได้รับโล่และเงินรางวัล 100,000 บาท และรางวัลชมเชย มี 2 รางวัล ได้แก่ ข่าว “ตีแผ่ชีวิตแรงงานนอกระบบพลเมืองชั้น 2 ไร้สวัสดิการคุ้มครอง!” โดยกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์เดลินิวส์และข่าว “เปิดปมมะเร็งร้ายฟุตบอลไทย ล้มบอลไทยลีก ฉีกหน้าขบวนการจ้างนักเตะ-กรรมการ” โดยกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ได้รับโล่และเงินรางวัล 20,000 บาท

รางวัลอิศรา อมันตกุล  ประเภทภาพข่าว มีผลงานภาพข่าวส่งเข้าประกวดจำนวน 63 ภาพ จากหนังสือพิมพ์ 7 ฉบับ   ผลงานภาพข่าวที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม ได้แก่ ภาพ “ลวงบึ้ม” โดยนายอับดุลการิม รามันห์สิริวงศ์ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ได้รับโล่และเงินรางวัล 50,000 บาท ภาพข่าวที่ได้รับรางวัลชมเชย ลำดับที่ 1 จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ ภาพ “แหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน” โดยนายชนัตถ์ กตัญญู หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ และภาพ “ใจสลาย” โดยนายวิชาญ เจริญเกียรติภากุล หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ได้รับโล่และเงินรางวัล รางวัลละ 20,000 บาท

และผลงานภาพข่าวที่ได้รับรางวัลชมเชย ลำดับที่ 2 จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ ภาพ “วิกฤติน้ำท่วมกรุง” โดยนายรชานนท์ อินทรักษา หนังสือพิมพ์คมชัดลึก และ ภาพ “ต้องข้าม” โดยนายอภิชิต จินากุล หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ได้รับโล่และเงินรางวัล รางวัลละ 10,000 บาท

รางวัลข่าวอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดีเด่น ของชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  มีผลงานข่าวส่งเข้าประกวดจำนวน 3 ข่าว จากหนังสือพิมพ์ 3 ฉบับ ได้แก่ 1. ข่าว “ทวงคืนแก้มลิงหนองใหญ่ ยึดพื้นที่ป่าชุ่มน้ำคืนได้สำเร็จ” โดยกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  2. ข่าว “เขื่อน-โขง-คน-ธรรมชาติ : เมื่ออนาคตของแม่น้ำโขงอยู่ในอุ้งมือทุนและรัฐ” โดยกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ The Nation  และ 3. ข่าว “ต้านฮุบป่าสงวน 2 พันไร่ สร้างสนามบินพังงา” โดยกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

ผลการตัดสินรางวัลข่าวอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดีเด่น ประจำปี 2560 ไม่มีผลงานข่าวใดได้รับรางวัลดีเด่น แต่มีรางวัลชมเชย 1 รางวัล ได้แก่ ผลงานข่าว “ต้านฮุบป่าสงวน 2 พันไร่ สร้างสนามบินพังงา” โดยกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจได้รับโล่และเงินรางวัล 10,000 บาท

S__1941523 รางวัลข่าว ITPC Award ครั้งที่ 12 ประจำปี 2560 ของชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  มีผลงานข่าวส่งเข้าประกวด จำนวน 4 ข่าว จาก 2 สังกัด ได้แก่ 1. ข่าว “เว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจไม่ถูกต้อง ทั้ง โป๊ เปลือย พนันออนไลน์ ใช้ช่องทางบัตรเติมเงินในการชำระเงินและฟอกเงิน” โดยกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

2. ข่าว “โปรแกรมเมอร์ขาดตลาด 1,000,000 คน ไทยแลนด์ 4.0 สะดุด” โดยกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

3. ข่าว “การเรียกเก็บภาษีจากผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียข้ามชาติ” โดยกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ  และ 4. ข่าว “The CIO’s Guide to Blockchain” โดยกองบรรณาธิการนิตยสาร CIO World&Business

ผลการตัดสินรางวัลข่าว ITPC Award ครั้งที่ 12 ประจำปี 2560 ไม่มีผลงานข่าวใดได้รับรางวัลดีเด่น แต่มีรางวัลชมเชย 1 รางวัล ได้แก่ ผลงานข่าว “การเรียกเก็บภาษีจากผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียข้ามชาติ” โดยกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ได้รับโล่และเงินรางวัล 20,000 บาท
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline