
พาณิชย์ ล็อกเป้า 44 ธุรกิจขยะ ปราจีนบุรี อาจเอี่ยว “ทุนเทา-นอมินี”
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าลงพื้นที่ปราจีนบุรี พบ 4 บริษัทขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้าข่ายใช้นอมินี ส่งเรื่องลุยสอบเส้นทางเงิน พร้อมขยายผลตรวจกลุ่มเสี่ยงอีก 44 ราย
KEY
POINTS
- กระทรวงพาณิชย์สั่งตรวจสอบโรงงานขยะใน จ.ปราจีนบุรี หลังสร้างมลพิษ พบ 4 บริษัทมีพฤติกรรมเข้าข่ายใช้คนไทยเป็นนอมินี (ตัวแทนอำพราง)
- มีการส่งข้อมูล 4 บริษัทดังกล่าวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีและตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ถือหุ้นคนไทยแล้ว
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้าขยายผลตรวจสอบธุรกิจขยะกลุ่มเสี่ยงใน จ.ปราจีนบุรี ที่มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้นเพิ่มอีก 44 บริษัท
นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวโรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ในจ.ปราจีนบุรี ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและสร้างความเดือดร้อนทางมลพิษแก่ระบบนิเวศและประชาชนในพื้นที่ในวงกว้าง รวมทั้ง บริษัทฯ ดังกล่าวอาจมีการใช้คนไทยเป็นตัวแทน อำพราง (นอมินี) ในการประกอบธุรกิจ
โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดปราจีนบุรี และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจฯ พบว่า มี 4 บริษัทพฤติกรรมเข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นนอมินี สนง.พาณิชย์จ.ปราจีนบุรีจึงได้นำส่งข้อมูลให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องดำเนินการสืบสวน สอบสวน และนำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจที่เข้าข่ายกระทำความผิดตามกฎหมาย รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ถือหุ้นคนไทยที่อาจเป็นตัวแทนแบบอำพราง (นอมินี)
"กระทรวงพาณิชย์ได้ตรวจสอบรายละเอียดของบริษัทตั้งแต่การเริ่มต้นจดทะเบียนจัดตั้ง เงินทุนที่นำมาลงทุน โครงสร้างผู้ถือหุ้น อำนาจการบริหารธุรกิจที่แท้จริง รวมถึงความเชื่อมโยงกับนิติบุคคลอื่นที่อาจกระทำความผิดฐานใช้คนไทยเป็นนอมินี เบื้องต้น พบ 4 บริษัทมีพฤติกรรมเข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นนอมินี"
เร่งตรวจสอบเพิ่ม 44 บริษัท
นอกจากนี้ ได้ขยายผลตรวจสอบธุรกิจขยะในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรีที่มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น โดยจากการตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลจากระบบวิเคราะห์พฤติกรรมนิติบุคคล (IBAS) พบว่า นิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่ประกอบธุรกิจประเภทขยะในจ.ปราจีนบุรี มีจำนวน 44 ราย แบ่งออกเป็น 1.ธุรกิจประเภทขยะที่ไม่เป็นอันตราย มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้นในบริษัทจำกัด 41 ราย แบ่งเป็น ชาวต่างชาติถือหุ้นน้อยกว่า 50% จำนวน 37 ราย ชาวต่างชาติถือหุ้นเท่ากับหรือมากกว่า 50% จำนวน 4 ราย
2.ธุรกิจประเภทขยะที่เป็นอันตราย มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้นในบริษัทจำกัด 3 ราย แบ่งเป็นชาวต่างชาติถือหุ้นน้อยกว่า 50% จำนวน 2 ราย ชาวต่างชาติถือหุ้นเท่ากับหรือมากกว่า 50% จำนวน 1 ราย
ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนดำเนินการลงพื้นที่ตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่เข้าข่ายนอมินีหากตรวจพบว่าดำเนินธุรกิจผิดกฎหมายจะมีการบังคับใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัดต่อไป
ทั้งนี้ กรมพัฒน์ฯ ได้ดำเนินการป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายในกลุ่มธุรกิจเป้าหมายตามหน้าที่และอำนาจของหน่วยงาน ด้วยการชี้เป้านิติบุคคลต้องสงสัยที่คาดว่าจะมีการใช้คนไทยเป็นนอมินีในการประกอบธุรกิจ และพร้อมร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
โดยปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2569) ทั่วประเทศมีบริษัทจำกัดประกอบธุรกิจประเภทขยะและมีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น รวมทั้งสิ้น 2,863 ราย แบ่งเป็น 1.ธุรกิจประเภทขยะที่ไม่เป็นอันตราย มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้นในบริษัทจำกัด 2,568 ราย แบ่งเป็น ชาวต่างชาติถือหุ้นน้อยกว่า 50% จำนวน 2,438 ราย และ ชาวต่างชาติถือหุ้นเท่ากับหรือมากกว่า 50% จำนวน 130 ราย
2. ธุรกิจประเภทขยะที่เป็นอันตราย มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้นในบริษัทจำกัด 295 ราย แบ่งเป็น ชาวต่างชาติถือหุ้นน้อยกว่า 50% จำนวน 288 ราย และ ชาวต่างชาติถือหุ้นเท่ากับหรือมากกว่า 50% จำนวน 7 ราย
อย่างไรก็ตาม สามารถแจ้งเบาะแสธุรกิจที่เข้าข่ายนอมินีได้ผ่านทางเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th หัวข้อ แจ้งเบาะแสนอมินี หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โทรศัพท์ 0 2547 4419 หรือ 1570






