
ข่าวดีปนข่าวร้าย...ไฟฟ้า-น้ำมัน กับโจทย์ค่าครองชีพคนไทย
ข่าวดีปนข่าวร้าย...ไฟฟ้า-น้ำมัน กับโจทย์ค่าครองชีพคนไทย : คอลัมน์ฐานโซไซตี โดย...ว.เชิงดอย หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4219
KEY
POINTS
- สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีความเสี่ยงปรับตัวสูงขึ้น แม้รัฐบาลจะพยายามใช้กลไกพยุงราคาเพื่อลดผลกระทบ
- กพช. มีมติปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าครั้งใหญ่ โดยลดค่าไฟ 200 หน่วยแรกให้เหลือไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนกว่า 23 ล้านครัวเรือน
- รัฐบาลพยายามออกมาตรการช่วยเหลือด้านค่าครองชีพ ทั้งค่าไฟฟ้าและน้ำมัน แต่ยังคงเผชิญความท้าทายจากปัจจัยเสี่ยงด้านพลังงานจากต่างประเทศ
*** คอลัมน์ฐานโซไซตี หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ “ลึก ตรงประเด็น เห็นโอกาส” ฉบับ 4,219 ระหว่างวันที่ 19-22 ก.ค. 2569 โดย “ว.เชิงดอย” ยังเกาะติดทุกความเคลื่อนไหวเศรษฐกิจ การเมือง และ สังคม เช่นเดิม
*** ช่วงนี้คนไทยได้รับทั้ง "ข่าวดี" และ "ข่าวร้าย" เข้ามาพร้อมกัน ชนิดที่ต้องลุ้นกันวันต่อวัน “ข่าวร้าย” ยังคงเป็นเรื่องสงครามในตะวันออกกลาง ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสายสำคัญของโลก แม้วันนี้สถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นกระทบ “เศรษฐกิจไทย” โดยตรง แต่ทุกฝ่ายก็จับตาแบบไม่กะพริบ เพราะหากยืดเยื้อเมื่อใด ราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ ต้นทุนขนส่ง ต้นทุนการผลิต และ กำลังซื้อของประชาชน จะถูกดึงเข้าสู่วงจรเดียวกันทันที
*** วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ประเมินว่า หากเหตุการณ์จบลงในระยะสั้น “เศรษฐกิจไทย” ไม่น่าจะต้องปรับประมาณการใหม่ แต่ถ้าราคาน้ำมันโลกพุ่งแรงและยืนระยะนาน ความเสี่ยงต่อจีดีพี และ เงินเฟ้อ ก็พร้อมจะกลับมาเป็นโจทย์ใหญ่ของเศรษฐกิจไทย
*** อีกด้านหนึ่ง กระทรวงพลังงาน โดย เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน พยายามส่งสัญญาณสร้างความเชื่อมั่นว่า คนไทยยังไม่ต้องแตกตื่น น้ำมันยังมีสำรองเพียงพอ ราคาหน้าปั๊มจะไม่ถูกปล่อยให้ปรับขึ้นแบบกระชาก โดยอาศัยทั้งกองทุนน้ำมันและกลไกหน้าโรงกลั่น เข้ามาช่วยประคอง แม้อาจต้องปรับขึ้นบ้าง ก็จะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป
*** ท่ามกลางข่าวร้าย ยังพอมี “ข่าวดี” ให้คนใช้ไฟฟ้ายิ้มออก เมื่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธาน เห็นชอบ "ผ่าตัด" โครงสร้างค่าไฟครั้งใหญ่ ลดค่าไฟ 200 หน่วยแรกเหลือไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ครอบคลุมกว่า 23 ล้านครัวเรือน หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน รอบบิลเดือนสิงหาคมนี้ประชาชนจะเริ่มเห็นตัวเลขที่ลดลง
“เราไม่ได้แค่ปรับลดค่า FT ตามรอบ 4 เดือน แต่เป็นการรื้อโครงสร้างค่าไฟฐานใหม่ โดยการแยกค่าไฟฟ้าสาธารณะได้นำออกมาจากค่าไฟฟ้าฐานของกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าเดิม เพื่อนำส่วนต่างมาเป็นส่วนลดให้ประชาชน” เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ระบุ
*** อีกข่าวหนึ่งที่มีความหมายกับ “ผู้ใช้แรงงาน” จำนวนมาก คือ ครม.เห็นชอบหลักการปฏิรูประบบคำนวณบำนาญประกันสังคมแบบใหม่ หรือ สูตร CARE ที่ปรับการคิดคำนวณบำนาญชราภาพจากสูตรเก่าที่ใช้ระยะเวลา 5 ปีท้ายเป็นฐานคำนวณโดยเฉลี่ย ปรับเปลี่ยนมาเป็นระบบใหม่ที่ใช้การคำนวณโดยเฉลี่ยทุกเดือนของการส่งตลอดช่วงอายุการทำงาน
ฟังดูเป็นเรื่องเทคนิค แต่สาระสำคัญคือ “ความเป็นธรรม” โดยเฉพาะผู้ที่เคยเปลี่ยนสถานะการทำงาน เข้า-ออก มาตรา 33 และ มาตรา 39 ซึ่งที่ผ่านมาเสียเปรียบในการคำนวณบำนาญ หากระบบใหม่เดินหน้าได้ตามกำหนด จะมีผู้ได้รับประโยชน์กว่า 6-8 แสนคน และยังมีมาตรการเยียวยาผู้ที่ใกล้เกษียณหรือเกษียณไปแล้วไม่ให้เสียสิทธิ
*** ทั้งหมดสะท้อนภาพ “เศรษฐกิจไทย” ในเวลานี้ได้เป็นอย่างดี ด้านหนึ่ง รัฐพยายามลดภาระค่าครองชีพ ทั้งค่าไฟ น้ำมัน และ บำนาญผู้ประกันตน แต่อีกด้านหนึ่ง ปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศ ยังพร้อมเข้ามากระทบได้ทุกเมื่อ โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการออกมาตรการช่วยเหลือระยะสั้น หากแต่ต้องทำให้ “โครงสร้างเศรษฐกิจ” มีภูมิคุ้มกันเพียงพอ เพราะตราบใดที่ประเทศไทยยังต้องพึ่งพาพลังงานนำเข้า และ เศรษฐกิจโลกยังผันผวน ข่าวดีของวันนี้ ก็อาจกลายเป็น “ข่าวร้าย” ของวันพรุ่งนี้ได้เช่นกัน...







