

KEY
POINTS
*** คอลัมน์ฐานโซไซตี หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ “ลึก ตรงประเด็น เห็นโอกาส” ฉบับ 4,173 ระหว่างวันที่ 8-11 ก.พ. 2569 “ว.เชิงดอย” ประจำการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ที่มีสาระ เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะเช่นเคย
*** หลังปิดหีบเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สำหรับนักการเมือง ข้าราชการระดับสูง และ ผู้มีส่วนได้เสียในอำนาจรัฐ นี่คือ วันเริ่มนับถอยหลังของอำนาจรัฐบาลชุดเดิม และเป็นสัญญาณเปิดฉากการถ่ายโอนอำนาจสู่ “รัฐบาลใหม่” ภายใต้กติกาของรัฐธรรมนูญ 2560
การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ใครได้ สส. มากกว่าใคร แต่เป็นเกมยาว ตั้งแต่ปิดหีบ ไปจนถึงวันที่รัฐบาลใหม่ “เข้าที่เข้าทาง” ได้จริง ซึ่งตามไทม์ไลน์ หากไม่มีอุบัติเหตุทางการเมืองแทรกกลางทาง ประเทศไทยจะได้รัฐบาลใหม่อย่างเป็นทางการราว กลางเดือนมิถุนายน 2569
*** หลังปิดหีบเลือกตั้ง อำนาจแรกอยู่ในมือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กฎหมายให้เวลารับรองผลไม่เกิน 60 วัน หรือช้าสุดไม่เกิน วันที่ 9 เมษายน 2569 พร้อมเงื่อนไขสำคัญที่นักการเมืองทุกค่ายรู้ดีว่า “พลาดไม่ได้” คือ ต้องรับรองผล สส. ไม่น้อยกว่า 95% (475 คน จาก 500 คน) ถ้าไม่ถึง 95% สภาเปิดไม่ได้ นายกฯ เลือกไม่ได้ และ เกมทั้งหมดต้องหยุดชะงัก
*** ช่วง กุมภาพันธ์ ถึง ต้นเมษายน จึงไม่ใช่แค่เวลารอผล แต่เป็นช่วงที่คำร้อง การร้องคัดค้าน และการจับผิดทุกเม็ด จะถูกงัดขึ้นมาใช้เต็มพิกัด เมื่อ กกต. เคาะผล และ สส.ชุดใหม่ทยอยมารายงานตัวราว 10-16 เมษายน ภาพที่เห็นชัดขึ้นคือ “ใครคุมเกมในสภาได้มากแค่ไหน”
การเปิดประชุมสภาครั้งแรกหลังสงกรานต์ ไม่ใช่พิธีการธรรมดา แต่เป็นเวทีประลองกำลังครั้งแรกของขั้วอำนาจ ผ่านการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ตำแหน่งนี้ไม่ได้แค่ถือค้อนเคาะประชุม แต่เป็นผู้กำหนดวาระ คุมจังหวะ และเป็นคนเซ็นเอกสารสำคัญในการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี
*** เข้าสู่ด่านชี้ชะตาในช่วง ต้นพฤษภาคม การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 ยังต้องเดินตามเงื่อนไขเดิม คือ ต้องเป็นแคนดิเดตในบัญชีพรรค, พรรคเสนอชื่อต้องมี สส. อย่างน้อย 5% (25 คน) ...แต่ในทางปฏิบัติ วันโหวตคือ “ปลายทาง” ของการเจรจาที่ยาวนานนับเดือน ใครรวมเสียงได้ ใครตั้งรัฐบาลได้ ใครต้องถอยไปเป็นฝ่ายค้าน ทุกอย่างถูกล็อกไว้ล่วงหน้าเกือบหมดแล้ว วันที่ลงมติในสภา จึงเป็นเพียงวันประกาศผลของ “ดีล” ที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้า
*** หลังได้ “นายกฯ คนที่ 33” เกมยังไม่จบ ต้องลุ้นรายชื่อคณะรัฐมนตรี การตรวจคุณสมบัติ และแรงเสียดทานจากทั้งในและนอกพรรคร่วม ซึ่งอาจกินเวลาอีก 2-3 สัปดาห์ เมื่อ ครม.เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ และแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ภายใน 15 วัน นั่นแหละ จึงถือว่า “รัฐบาลใหม่” เริ่มใช้อำนาจรัฐได้เต็มมือ ซึ่งจะเป็นในช่วง “กลางเดือนมิถุนายน 2569”
*** ไทม์ไลน์หลังเลือกตั้งครั้งนี้ บอกเราชัดว่า อำนาจรัฐไม่ได้เปลี่ยนในวันเลือกตั้ง แต่ค่อยๆ เคลื่อนผ่านกลไกกฎหมาย การเมือง และ การต่อรอง คำถามที่ใหญ่กว่าคือ การถ่ายโอนอำนาจจะราบรื่นแค่ไหน รัฐบาลใหม่จะมั่นคงพอหรือไม่ และเสียงจากคูหาเลือกตั้ง จะถูกแปลงเป็นนโยบายที่ “ทำได้จริง” เพียงใด นี่คือโจทย์ที่ไม่ใช่แค่ของนักการเมือง แต่เป็นของคนทั้งประเทศไทย…